Bentley Continental GT Speed รุ่นใหม่: นิยามใหม่แห่งสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีสู่ยุค 2025
ในโลกยานยนต์หรูที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีบรรจบกับงานฝีมือชั้นสูง Bentley Continental GT Speed ได้ยกระดับมาตรฐานของอัครยนตรกรรมแกรนด์ทัวเรอร์ไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวเจนเนอเรชันที่ 4 ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 21 ปีของตระกูล Continental GT แต่ยังเป็นการกำหนดนิยามใหม่แห่งการผสานสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ ความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ และการตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของผู้ครอบครองในยุคปัจจุบัน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์หรูมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของแบรนด์ระดับโลกอย่าง Bentley มาโดยตลอด และการมาถึงของ New Continental GT Speed นี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เพียงการปรับปรุงรุ่นเดิม แต่เป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าทุกมิติ
Bentley Continental GT Speed ราคา ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 26.9 ล้านบาท สำหรับรุ่นคูเป้ และ 29.5 ล้านบาทสำหรับรุ่น GTC Convertible Speed ซึ่งสะท้อนถึงความพิเศษและความพิเศษของอัครยนตรกรรมคันนี้
สมรรถนะ Ultra Performance Hybrid: พลังที่เหนือกว่า ขีดจำกัดที่ไร้ขอบเขต
หัวใจสำคัญที่ทำให้ New Continental GT Speed แตกต่างคือขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ใหม่ ที่ผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง โดยให้กำลังรวมสูงสุดถึง 782 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,000 นิวตันเมตร ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถิติ แต่คือพยานยืนยันถึงพละกำลังดิบที่พร้อมปลดปล่อยเมื่อคุณต้องการ
ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.2 วินาที (3.4 วินาทีสำหรับ GTC) Bentley GT Speed มอบประสบการณ์อะดรีนาลีนที่หาได้ยากในรถยนต์ประเภทแกรนด์ทัวเรอร์ ความเร็วสูงสุดที่ 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (285 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับ GTC) ยังคงยืนยันถึงศักยภาพในการเดินทางไกลด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นคง
สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ทำให้ขุมพลังนี้สามารถมอบประสิทธิภาพที่น่าทึ่ง พร้อมไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำเพียง 29 กรัมต่อกิโลเมตร และพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนกว่า 81 กิโลเมตร (WLTP) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ทรงพลังและยั่งยืนไปพร้อมกัน
สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่มอบทั้งความหรูหราและความแรงสูงสุด Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service ได้นำเสนอโซลูชันที่น่าสนใจ รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ยาวนานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจในเทคโนโลยีที่ใช้
นวัตกรรมระบบแชสซี: ความสมดุลแห่งสมรรถนะและความสบาย
การขับเคลื่อนอันทรงพลังต้องการระบบแชสซีที่สามารถรองรับและควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ New Continental GT Speed ได้รับการติดตั้งระบบแชสซีใหม่ล่าสุด ประกอบด้วยระบบถุงลมคู่แบบปรับระดับได้, ระบบแดมเปอร์วาล์วคู่, ระบบ Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์), เฟืองท้ายไฟฟ้า (eLSD) และระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง
การผสมผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับการกระจายน้ำหนักแบบ 49:51 (สำหรับ GT Speed) หรือ 50:50 (สำหรับ GTC) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Bentley ช่วยให้รถยนต์สามารถมอบการควบคุมที่เฉียบคมราวกับรถสปอร์ต แต่ยังคงไว้ซึ่งความสบายในการขับขี่ที่เหนือชั้น อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley
ระบบ ESC (Electronic Stability Control) รุ่นใหม่ที่สามารถปิดได้อย่างสมบูรณ์ เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ที่ชำนาญได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบไดนามิกเต็มรูปแบบ ในขณะที่ระบบแชสซียังคงทำงานเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดในโหมด Comfort และการควบคุมที่เฉียบคมในโหมด Sport
การออกแบบภายนอก: เส้นสายแห่งพลังและความสง่างามเหนือกาลเวลา
การออกแบบภายนอกของ New Continental GT Speed คือการตีความใหม่ของ DNA การออกแบบ Bentley Bacalar และ Bentley Batur แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Continental GT ที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 1952 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการกลับมาใช้ไฟหน้าแบบเดี่ยว ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ที่ชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนเสือที่พร้อมจะพุ่งทะยาน
เส้นสายตัวถังที่สะอาดตา แผงข้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และส่วนท้ายที่แข็งแกร่ง สื่อถึงพละกำลังที่ซ่อนอยู่ การลดรอยต่อบนพื้นผิวลง ช่วยเพิ่มความประณีตและความลื่นไหลของรูปทรง
ไฟหน้า LED แบบเมทริกซ์ที่มาพร้อมกับเอฟเฟกต์เพชรเจียระไน และกราฟิกแบบ “คิ้ว” แนวนอน ให้มุมมองที่เฉียบคมและทันสมัย ในขณะที่ไฟท้ายได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความกว้างขึ้น ทอดตัวยาวไปถึงฝากระโปรงหลัง สร้างความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์
ล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “กรงเล็บ” ของเสือ เพิ่มความดุดันและน่าเกรงขามให้กับรูปลักษณ์โดยรวม
การออกแบบภายใน: ความหรูหราที่สัมผัสได้ทุกอณู
ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT Speed คือผลงานศิลปะที่รังสรรค์ด้วยมือของช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ การตกแต่งด้วยวัสดุชั้นเลิศ งานควิลท์อันเป็นเอกลักษณ์ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด คือสิ่งที่ทำให้ Bentley แตกต่าง
การควิลท์เบาะนั่งและแผงประตูแบบใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นร่วมสมัย ผสมผสานกับการปักและการแกะสลัก สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว ราวกับรังไหมแห่งความหรูหรา
เบาะนั่งแบบปรับได้ 20 ทิศทาง ที่มาพร้อมระบบปรับท่าทางและระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ มอบความสบายสูงสุด ลดความเมื่อยล้าในการเดินทางไกล
การตกแต่งแบบ Dark Chrome เพิ่มความทันสมัยและความลึกให้กับห้องโดยสาร โดยเฉพาะในบริเวณมือจับประตู สวิตช์ และหน้ากากลำโพง
สำหรับผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลง ระบบเครื่องเสียง Bang & Olufsen 16 ลำโพง 1,500 วัตต์ หรือระบบ Naim 18 ลำโพง 2,200 วัตต์ พร้อม Active Bass Transducers ในเบาะนั่ง จะมอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงและน่าประทับใจ
หน้าจอแสดงผลแบบหมุนได้ (Rotating Display) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ยังคงนำเสนอทางเลือกในการแสดงผลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสัมผัส 12.3 นิ้ว, หน้าปัดอนาล็อกสุดคลาสสิก หรือแผ่นไม้วีเนียร์หรูหรา เพียงการกดปุ่มเดียว
เทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
New Continental GT Speed ไม่ได้มีดีแค่สมรรถนะและความหรูหรา แต่ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการใช้ชีวิต
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุม เช่น ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ, ระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่เชื่อมต่อกับการปรับอากาศ และการแสดงข้อมูลสภาพแวดล้อมบนแผงหน้าปัด ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย
ระบบปรับอากาศที่พัฒนาเพื่อคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสาร ด้วยเครื่องฟอกอากาศ, ตัวกรองอนุภาค และการแสดงผลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์
Apple CarPlay, Android Auto และการอัปเดตแผนที่แบบ Over-the-air ทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างราบรื่น
My Bentley App Studio ใหม่ มอบการเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ทั้งของ Bentley และแอปพลิเคชันจากภายนอกโดยตรง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ได้อย่างเต็มที่
Bentley Continental GT Convertible Speed (GTC): ความอิสระในทุกเส้นทาง
การเปิดตัว New Continental GTC Speed พร้อมกันกับรุ่นคูเป้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
หลังคาผ้าใบที่สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 19 วินาที แม้ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มอบอิสระในการสัมผัสกับสายลมและบรรยากาศภายนอก
ด้วยสมรรถนะที่ใกล้เคียงกับรุ่นคูเป้ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.4 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bentley GTC Speed ยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและทรงพลัง
สรุป
Bentley Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงสุด งานฝีมืออันประณีต และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด การเปิดตัวครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์แกรนด์ทัวเรอร์ แต่ยังเป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ของ Bentley ในการสร้างสรรค์อัครยนตรกรรมที่พร้อมตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในยุค 2025 และเหนือกว่านั้น
หากคุณคือผู้ที่มองหาที่สุดของยานยนต์ที่มอบทั้งสมรรถนะ ความหรูหรา และประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่อาจลืมเลือน New Continental GT Speed คือคำตอบที่คุณกำลังค้นหา
เชิญสัมผัสประสบการณ์ Bentley Continental GT Speed ได้แล้ววันนี้ที่ Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษและทดลองขับเพื่อสัมผัสสมรรถนะอันเหนือชั้นด้วยตัวคุณเอง

