มาเซราติ GranCabrio Folgore: สัมผัสแห่งจิตวิญญาณ Tignanello สู่ยนตรกรรม Bespoke สุดพิเศษ
ในโลกแห่งยานยนต์ระดับสูง การสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่สะท้อนถึงตัวตน รสนิยม และเรื่องราวอันทรงคุณค่า ถือเป็นศิลปะชั้นสูงที่ยากจะหาใครเทียบ และเมื่อจิตวิญญาณแห่งความเป็นเลิศทางยานยนต์ของ มาเซราติ (Maserati) ได้มาบรรจบกับมรดกแห่งรสชาติอันยาวนานของ มาร์เคเซ่ อันติโนริ (Marchesi Antinori) ผู้ผลิตไวน์ชั้นนำระดับโลก ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ มาเซราติ GranCabrio Folgore รุ่นพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นภายใต้โครงการ Bespoke อันเลื่องชื่อ
ในโอกาสอันเป็นมงคลที่ไวน์แดงในตำนานอย่าง ติญาเนลโล (Tignanello) ฉลองครบรอบ 50 ปี มาเซราติ จึงได้รังสรรค์ยนตรกรรมสุดพิเศษเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ การร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจับมือกันระหว่างสองแบรนด์หรู แต่เป็นการหลอมรวมปรัชญาแห่งความพิถีพิถัน ความใส่ใจในรายละเอียด และจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ที่เป็นแก่นแท้ของทั้งสองอุตสาหกรรม
มรดกแห่งรสชาติและนวัตกรรมยานยนต์: สานฝันผ่าน GranCabrio Folgore
เรื่องราวความเป็นมาของการรังสรรค์ มาเซราติ GranCabrio Folgore Tignanello Edition เริ่มต้นขึ้นอย่างลึกซึ้งในไร่องุ่นอันเป็นเสมือนรากเหง้าและอาณาจักรส่วนตัวของตระกูล Antinori เสมือนกับห้องใต้ดินอันเป็นหัวใจของการสร้างสรรค์ไวน์ชั้นเลิศ ที่นี่คือสถานที่ซึ่งประวัติศาสตร์กว่า 600 ปี และการสืบทอดศาสตร์แห่งการบ่มไวน์มากถึง 26 รุ่น ได้หล่อหลอมจนเกิดเป็นสัญลักษณ์แห่งประเทศอิตาลี และมีผลิตภัณฑ์อันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่าง Tignanello ที่ยังคงเอกลักษณ์ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดครึ่งศตวรรษ
ความหลงใหลในนวัตกรรม คุณค่าแห่งประเพณี และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุด คือสิ่งที่เชื่อมโยงมาเซราติและ Marchesi Antinori เข้าไว้ด้วยกัน ในฐานะผู้นำและผู้ขับเคลื่อนประวัติศาสตร์วงการยานยนต์ที่เฉลิมฉลอง 110 ปีแห่งการก่อตั้ง มาเซราติ สะท้อนถึงแพสชันและความปรารถนาที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัย เช่นเดียวกับ Tignanello ที่เป็นมากกว่าไวน์ แต่คือตัวแทนของจิตวิญญาณและอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์
แรงบันดาลใจจากไร่องุ่นสู่สุนทรียภาพแห่งการขับขี่
การถือกำเนิดของ มาเซราติ GranCabrio Folgore Tignanello Edition สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในแก่นแท้ของ Tignanello และ Marchesi Antinori คณะผู้เชี่ยวชาญของมาเซราติได้ศึกษาค้นคว้าอย่างพิถีพิถันเพื่อถอดรหัสความเป็นเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ไวน์อันทรงเกียรตินี้ รวมถึงการยกย่องครอบครัวนักบ่มไวน์ชาวฟลอเรนซ์ผู้สืบทอดเจตนารมณ์มายาวนาน
ผลลัพธ์คือการเลือกสรรสีสัน วัสดุที่ล้ำสมัย และรายละเอียดอันประณีตบรรจง ที่ทำให้ GranCabrio Folgore Tignanello Edition เปรียบเสมือนบทกวีแห่งการสรรเสริญไร่องุ่น Tignanello และการเดินทางอันยาวนาน 50 ปีของไวน์อันเป็นที่รัก
รูปลักษณ์ภายนอก: ดินแดนแห่งสีสันและแรงบันดาลใจ
เส้นสายอันสง่างามของ มาเซราติ GranCabrio Folgore ถูกยกระดับด้วยสีภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือสี “Terra di Tignanello” ซึ่งเป็นสีน้ำตาลเชสต์นัทเข้มข้น ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากสีของผืนดินในไร่องุ่น Tignanello อันอุดมสมบูรณ์ เสริมด้วยโทนสีแดงเบอร์กันดีเหลือบทองแดงที่สื่อถึงสีอันอบอุ่นของถังบ่มไวน์ Tignanello สีที่เคลือบเงาเป็นพิเศษนี้ให้ความรู้สึกถึงความเหนือระดับและสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมอันงดงามของไร่องุ่นได้อย่างชัดเจน
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่บ่งบอกถึงความใส่ใจที่โดดเด่น ได้แก่ คาลิปเปอร์เบรกที่มาในสีดำด้านและดำเงาตัดกันอย่างลงตัว พร้อมตราสัญลักษณ์สีทองแดงสุดพิเศษของมาเซราติที่ส่องประกายบนพื้นผิวมันวาว ตัวหลังคาซอฟต์ท็อปสีดำสนิทเสริมลุคให้ดูสปอร์ตและหรูหรามากยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสาร: บทกวีแห่งสัมผัสและเรื่องราว
หากรูปลักษณ์ภายนอกคือความประทับแรก ภายในห้องโดยสารของ มาเซราติ GranCabrio Folgore Tignanello Edition คือบทกวีแห่งสัมผัสและเรื่องราวที่ถักทออย่างลงตัว สะท้อนถึงแก่นแท้ของ Tignanello และประวัติศาสตร์อันยาวนานของผู้ผลิตไวน์ได้อย่างลึกซึ้ง การผสมผสานระหว่างขนบธรรมเนียมประเพณี นวัตกรรม และความประณีตบรรจง คือหัวใจสำคัญของการตกแต่งภายใน
เบาะนั่งสุดพิเศษนี้หุ้มด้วยหนังคุณภาพเยี่ยม ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยวัสดุหลายเฉดสี ทั้งสีเงินและสีแดงเบอร์กันดี ซึ่งถูกถักทอเข้าด้วยกันด้วยวัสดุที่พัฒนามาจาก Vegea ซึ่งเป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นสูง ผลิตจากวัสดุเหลือใช้จากไร่องุ่น อันเป็นนวัตกรรมที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกในยานยนต์ของมาเซราติ วัสดุนี้ไม่เพียงแต่มีรูปลักษณ์คล้ายหนัง แต่ยังให้สัมผัสที่นุ่มสบาย ชวนให้นึกถึงต้นองุ่นที่เรียงรายเป็นแนวบนเนินเขา Tignanello ท่ามกลางโขดหิน Alberese อันเป็นสัญลักษณ์
นอกจากนี้ รายละเอียดอื่นๆ ยังเสริมความสมบูรณ์แบบให้กับเรื่องราว ได้แก่ การใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้สีเข้มที่แกะสลักด้วยเลเซอร์ สื่อถึงเทคนิคการใช้ความร้อนในการทำถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มไวน์ การตกแต่งบริเวณประตูมีลวดลายที่สะท้อนถึงกระบวนการผลิตไวน์ Tignanello อย่างประณีต พนักพิงศีรษะปักลายอันวิจิตรงดงาม ผสมผสานระหว่างตราตรีศูลของมาเซราติ และสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์อันโดดเด่น ซึ่งปรากฏอยู่บนฉลากของไวน์ Tignanello มายาวนาน
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี การสลักตัวเลข “1971” และ “2021” ด้วยเลเซอร์ลงบนคอนโซลกลาง จึงเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่สื่อความหมายถึงการเดินทางอันยาวนานของไวน์ Tignanello ที่ออกสู่ตลาด
เทคโนโลยีแห่งอนาคต: พลังไฟฟ้า 100% สู่สมรรถนะเหนือชั้น
มาเซราติ GranCabrio Folgore Tignanello Edition ไม่ได้เป็นเพียงยนตรกรรมที่สะท้อนเรื่องราวและความหรูหรา แต่ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต กับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ที่มอบสมรรถนะอันเหนือชั้น GranCabrio Folgore เป็นรถยนต์เปิดประทุนไฟฟ้าที่ทำความเร็วสูงสุดในตลาดปัจจุบัน การผสมผสานระหว่างสุดยอดสมรรถนะ ความสะดวกสบาย สไตล์ที่โดดเด่น และความหรูหรา ทำให้รถยนต์รุ่นนี้โดดเด่นอย่างแท้จริง
ด้วยแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ซึ่งพัฒนามาจากเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของเครื่องยนต์ฟอร์มูล่า อี ทำให้ GranCabrio Folgore ทรงพลัง เร่งได้อย่างฉับไว พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล และยังคงไว้ซึ่งสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของมาเซราติ ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ประสบการณ์ Bespoke: การเดินทางสู่ยนตรกรรมที่เป็นหนึ่งเดียว
โครงการ Bespoke ของมาเซราติ เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เป็นที่สุดของตัวตน มาเซราติ GranCabrio Folgore Tignanello Edition เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของผลลัพธ์ที่ได้จากการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรที่แบ่งปันความมุ่งมั่นในคุณภาพและความเป็นเลิศ
หากคุณกำลังมองหายยนตรกรรมที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการด้านการขับขี่ แต่ยังสะท้อนถึงเรื่องราว คุณค่า และรสนิยมของคุณได้อย่างแท้จริง มาเซราติ Bespoke Program คือก้าวแรกสู่การสร้างสรรค์รถยนต์ในฝันของคุณ สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริการรถยนต์ไฟฟ้า Maserati และ รถยนต์หรู Maserati ที่สะท้อนความเป็นตัวคุณอย่างแท้จริงได้แล้ววันนี้

