เจาะลึกครึ่งทาง Motor Expo 2025: ศึกชิงบัลลังก์ยานยนต์ไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน
“งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ได้เดินทางมาถึงครึ่งทางอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายนถึง 4 ธันวาคม ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับจากผู้จัดงานและแหล่งข่าวในวงการ บ่งชี้ให้เห็นถึงความคึกคักของตลาดรถยนต์ไทยในช่วงปลายปีอย่างชัดเจน ด้วยยอดจองสะสมรวมของทุกค่ายพุ่งสูงถึง 28,254 คัน นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่น่าประทับใจ แต่ยังสะท้อนถึงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามามีบทบาทที่โดดเด่นของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีไฮบริดที่ยังคงแข็งแกร่ง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าติดตามและวิเคราะห์ทิศทางของตลาดมาอย่างต่อเนื่อง และ Motor Expo ครั้งนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในงานที่สำคัญที่สุดในการบ่งชี้เทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ เราจะมาเจาะลึก 10 อันดับแรกของค่ายรถยนต์ที่มียอดจองสูงสุด พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้รถยนต์ “ดาวเด่น” ของแต่ละค่ายได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม รวมถึงภาพรวมของตลาดที่น่าจับตาในยุคแห่งนวัตกรรมและการแข่งขันที่ดุเดือด
ภาพรวมตลาด: EV ครองใจ ไฮบริดยังแข็งแกร่ง
ก่อนที่เราจะดำดิ่งสู่รายละเอียดของแต่ละค่าย สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากยอดจองครึ่งทางของ Motor Expo 2025 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก สอดรับกับนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฮบริด (HEV) ก็ยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นในเรื่องความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและความสะดวกสบายในการใช้งานที่ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ การมาถึงของแบรนด์รถยนต์จีนใหม่ๆ ที่นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและราคาที่เข้าถึงได้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการแข่งขันในตลาดนี้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
เจาะลึก 10 อันดับยอดจองสูงสุด Motor Expo 2025
อันดับ 1: Toyota (โตโยตา) – 4,808 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Toyota Yaris Cross
Toyota ยังคงเป็นผู้นำตลาดที่ไม่มีใครโค่นลงได้ง่ายๆ ด้วยยอดจองที่ 4,808 คัน ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ภายในบูธของ Toyota เต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน แต่ดาวเด่นที่ครองใจผู้เข้าชมงานและทำยอดจองได้อย่างถล่มทลายหนีไม่พ้น Toyota Yaris Cross ครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพ็กต์ที่มาพร้อมความลงตัวในทุกมิติ
Toyota Yaris Cross ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่ “มาแรง” แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวของ Toyota ในยุคสมัยที่ผู้บริโภคมองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด แต่ยังคงมอบความประหยัดและเทคโนโลยีที่ทันสมัย การออกแบบที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ผสมผสานกับห้องโดยสารที่กว้างขวางเกินคาด พร้อมด้วยเทคโนโลยีไฮบริดที่เป็นหัวใจหลักของรุ่น ทำให้ Yaris Cross เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้ที่ต้องการรถยนต์คันแรกและครอบครัวขนาดเล็ก ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบสมรรถนะที่เพียงพอสำหรับการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง พร้อมความประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของรถยนต์ไฮบริดของ Toyota
นอกจากนี้ Yaris Cross ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (บางรุ่นย่อย) หรือระบบอินโฟเทนเมนต์ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ยิ่งไปกว่านั้น การเพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ที่เน้นความสปอร์ตพรีเมียมด้วยชุดแต่งสีดำรอบคัน ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและสร้างความแตกต่างให้กับ Yaris Cross ในตลาด ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แคมเปญส่งเสริมการขายที่น่าดึงดูดใจ เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือแพ็กเกจบำรุงรักษา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเร่งการตัดสินใจของผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่า Toyota จะยังคงเน้นไปที่เทคโนโลยีไฮบริดเป็นหลัก แต่การแสดงรถกระบะ Hilux Travo ในงานนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ของพวกเขาด้วยเช่นกัน
อันดับ 2: BYD (บีวายดี) – 2,537 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: BYD Atto 3
BYD ผู้บุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ยอดจองที่ 2,537 คัน จะเป็นการคำนวณจากยอดผู้มาลงทะเบียนผ่านโครงการ “ซื้อรถ ชิงรถ” ตามอัตราส่วนโดยรวมของผู้จัดงาน เนื่องจากทางค่ายยังไม่ได้แจ้งยอดจองโดยตรง ณ ตอนนี้ แต่ตัวเลขดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่แข็งแกร่งของแบรนด์นี้ได้อย่างชัดเจน
BYD Atto 3 ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้า คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้ Atto 3 ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ปฏิวัติวงการ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่ล้ำสมัย ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานยาวนาน บนแพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ การออกแบบภายนอกที่ดูทันสมัย ภายในห้องโดยสารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอุปกรณ์ฟิตเนส พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่หมุนได้ และระบบความปลอดภัยขั้นสูง ทำให้ Atto 3 ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
ราคาที่น่าสนใจและคุ้มค่า เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Atto 3 สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนที่มาตรการ EV 3.5 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้ราคารถยนต์ไฟฟ้ามีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า 2025 รีบตัดสินใจจับจองเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ Atto 3 สามารถวิ่งได้ระยะทางที่น่าพอใจต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ลดความกังวลเรื่อง “range anxiety” ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า การที่บางรุ่นย่อยได้รับความนิยมสูงจนอาจต้องมีการสอบถามกับทางผู้จัดจำหน่ายมากขึ้นนั้น เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกถึงความต้องการที่สูงเกินกว่าปริมาณรถที่มีในบางช่วงเวลา สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่โดนใจคนไทยอย่างแท้จริง
อันดับ 3: Honda (ฮอนดา) – 2,314 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Honda HR-V e:HEV
Honda ยังคงเป็นแบรนด์ขวัญใจคนไทย ด้วยยอดจอง 2,314 คัน ที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพและประสิทธิภาพของยานยนต์จากค่ายนี้ แม้ว่า Honda จะมีรถยนต์ไฮบริดหลากหลายรุ่นในบูธ แต่รถยนต์ที่โดดเด่นและครองใจผู้เข้าชมงานได้อย่างต่อเนื่องคือ Honda HR-V e:HEV ครอสโอเวอร์ยอดนิยม
HR-V e:HEV ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นรถยนต์ที่ “เอาอยู่” ในตลาด ด้วยดีไซน์สปอร์ต พรีเมียม และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานจากระบบไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น มอบทั้งพละกำลังและความประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า ระบบ e:HEV ของ Honda ยังขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและการบำรุงรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทำให้ผู้บริโภคที่มองหา รถยนต์ประหยัดพลังงาน มั่นใจในการเลือกซื้อ
แม้จะทำตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ HR-V e:HEV ก็ยังคงรักษาความสดใหม่ด้วยการอัปเดตออพชันและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับยุคสมัย รวมถึงโปรโมชันที่น่าสนใจในงาน Motor Expo ครั้งนี้ การเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Hunt ที่เน้นดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟเป็นครั้งแรกในงาน ยิ่งช่วยกระตุ้นความน่าสนใจและขยายฐานลูกค้าของ HR-V ให้กว้างขึ้น ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ฟังก์ชันเบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ (Magic Seats) และเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ HR-V e:HEV ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในกลุ่ม รถ SUV ขนาดเล็กในใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างไม่เสื่อมคลาย
อันดับ 4: Omoda & Jaecoo (โอโมดา & เจคู) – 1,940 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Jaecoo 5 EV
หนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่จากจีนที่สร้างกระแสได้อย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา คือแบรนด์ Omoda และ Jaecoo ภายใต้เครือ Chery ด้วยยอดจอง 1,940 คัน ถือเป็นการประกาศศักดาในตลาดไทยอย่างเต็มตัว รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นและเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนในงานคือ Jaecoo 5 EV ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้า
Jaecoo 5 EV มาพร้อมดีไซน์ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความบึกบึนสไตล์ SUV ได้อย่างลงตัว พร้อมขุมพลังไฟฟ้าที่มอบสมรรถนะที่เร้าใจและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่ทำให้ Jaecoo 5 EV กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากคือ “ราคาที่น่าสนใจ (มาก)” ซึ่งได้สร้างกระแสความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคต่างจับตาและรีบตัดสินใจเป็นเจ้าของ ก่อนที่ราคาอาจจะมีการปรับขึ้นในปี 2025 จากปัจจัยต่างๆ รวมถึงมาตรการทางภาษี
การเข้ามาของ Jaecoo 5 EV สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของตลาดที่ผู้บริโภคเปิดใจให้กับ ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า จากแบรนด์จีนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อาทิ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS), ห้องโดยสารที่กว้างขวางและพรีเมียม, รวมถึงฟังก์ชันการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ Jaecoo ไม่ได้เพียงแค่ขายรถยนต์ แต่กำลังนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในราคาที่แข่งขันได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าจับตามองในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย
อันดับ 5: GAC Aion (จีเอซี ไอออน) – 1,819 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Aion UT
GAC Aion เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่ทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่องและมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจออกมาตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองถึง 1,819 คัน แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์นี้ รถยนต์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในงาน Motor Expo 2025 คือ Aion UT แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์
Aion UT โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และมอบความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่ ด้วยมิติรถที่กระชับแต่ภายในห้องโดยสารกลับให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบส่งกำลังไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ Aion UT สามารถวิ่งได้ระยะทางที่น่าพอใจต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์รุ่นใหม่ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่าย
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ Aion UT ได้รับความนิยมคือ “ราคาพิเศษ” และโปรโมชันที่น่าสนใจภายในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งทำให้เกิดความคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่ได้รับ การที่บางรุ่นย่อยอาจจะเริ่ม “หายาก” แล้วนั้น เป็นเครื่องยืนยันถึงความต้องการที่สูงของตลาด ซึ่ง GAC Aion ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยเครือข่ายศูนย์บริการและการสนับสนุนลูกค้าที่แข็งแกร่ง และ Aion UT ก็เป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้อย่างลงตัว
อันดับ 6: MG (เอมจี) – 1,804 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: MG S5 EV
MG ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในประเทศไทย ได้นำรถยนต์หลากหลายรุ่นมาจัดแสดงและยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจองที่ 1,804 คัน ย้ำสถานะความแข็งแกร่งในตลาด
รถยนต์ที่ได้รับความนิยมและสร้างยอดจองได้อย่างโดดเด่นคือ MG S5 EV ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อย MG S5 EV โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวางและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน มอบความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอยที่ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวและผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์
จุดแข็งสำคัญของ MG S5 EV คือ “ราคาพิเศษ” ที่ทำให้เข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่มาตรการ EV 3.0 จะหมดลง ซึ่งเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่คุ้มค่า รุ่นเริ่มต้นของ MG S5 EV มีราคาที่แข่งขันได้ดีเยี่ยม บางรุ่นใกล้เคียงกับรถยนต์แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าบางรุ่นด้วยซ้ำ ทำให้ผู้ที่มองหา รถ SUV ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในงบประมาณที่จำกัด หันมาให้ความสนใจกับ MG S5 EV มากยิ่งขึ้น MG ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้วยเครือข่ายการบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และการนำเสนอ เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ทันสมัยในราคาที่จับต้องได้ ทำให้ MG S5 EV เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดครอสโอเวอร์ไฟฟ้า
อันดับ 7: Geely (จีลี) – 1,667 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Geely EX2
ในงาน Motor Expo 2025 นี้ ถือเป็นโอกาสครบรอบ 1 ปีที่ Geely เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว และการปรากฏตัวพร้อมยอดจอง 1,667 คัน ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ชัดเจนและรวดเร็วของแบรนด์จากจีนรายนี้
ดาวเด่นที่สร้างความฮือฮาและได้รับความสนใจอย่างมากคือ Geely EX2 แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ Geely EX2 มาพร้อมกับการออกแบบที่ทันสมัย กะทัดรัด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองใหญ่ ด้วยออพชันที่เหมาะสมต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือ “ราคาพิเศษ” ที่กำหนดขึ้นในงาน ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่างชัดเจน กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้บริโภค
การที่ Geely สามารถสร้างยอดจองได้สูงขนาดนี้ในระยะเวลาอันสั้น เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของแบรนด์ที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่แข็งแกร่ง และความเข้าใจในความต้องการของตลาด ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาแค่รถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ต้องการความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับ นวัตกรรมยานยนต์ และประสิทธิภาพการใช้งาน Geely EX2 จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด คุณภาพดี และราคาเข้าถึงได้ การเข้ามาของ Geely ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและสร้างการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยให้ดุเดือดยิ่งขึ้น
อันดับ 8: GWM (กเรท วอลล์ มอเตอร์) – 1,594 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: GWM Tank 300 Diesel
GWM หรือ Great Wall Motor เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์จากจีนที่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างจริงจัง ด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างและรถยนต์หลากหลายแบรนด์ย่อย ไม่ว่าจะเป็น Haval, Ora หรือ Tank การทำยอดจองได้ 1,594 คัน ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจและแสดงถึงความมั่นคงในตลาด
รถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้เข้าชมในบูธ GWM คือ GWM Tank 300 Diesel แม้จะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว แต่กระแสความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบ รถ SUV สไตล์สมบุกสมบันยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง Tank 300 Diesel โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน พร้อมความสามารถในการขับขี่ออฟโรดที่เหนือชั้น และขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลที่มอบแรงบิดที่สูงและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เหมาะสำหรับสายลุยและผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถพาไปได้ทุกที่
ราคาที่น่าสนใจและสมเหตุสมผล รวมถึงการนำเสนอชุดตกแต่งพิเศษจำนวนจำกัดอย่าง Desert Storm ที่เพิ่มความพิเศษและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับรถ ยิ่งทำให้ Tank 300 Diesel กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่ต้องการรถยนต์ที่แตกต่างและมีบุคลิกเฉพาะตัว GWM ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ Tank ให้เป็นที่รู้จักในฐานะรถยนต์ออฟโรดพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ช่องว่างในตลาดที่ไม่มีคู่แข่งรายใดนำเสนอได้อย่างครบถ้วน ทำให้ GWM Tank 300 Diesel ยังคงเป็น “ขวัญใจสายลุย” ใน Motor Expo 2025
อันดับ 9: Deepal (ดีพอล) – 1,476 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Deepal S05
Deepal ภายใต้แบรนด์ Changan เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งพุ่งแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้ที่สนใจ รถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจองที่ 1,476 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคต่อยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน
รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในบูธคือ Deepal S05 รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อยและราคาที่เหมาะสม Deepal S05 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และห้องโดยสารที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน มอบความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ล่าสุดกับการเพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่ารุ่นย่อยอื่นๆ ทำให้ Deepal S05 มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับใช้งานในเมือง ไปจนถึงผู้ที่ต้องการระยะทางขับขี่ที่ยาวนานขึ้นสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัด การนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Deepal S05 สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Deepal ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใน ตลาดรถยนต์ไทย Deepal S05 ไม่ได้เป็นแค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนและสะดวกสบาย
อันดับ 10: Mitsubishi (มิตซูบิชิ) – 1,302 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Mitsubishi Xforce HEV
Mitsubishi หนึ่งในค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในประเทศไทย ยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจองที่ 1,302 คัน แสดงให้เห็นถึงการกลับมาสร้างกระแสในตลาดได้อย่างน่าพอใจ
รถยนต์ที่น่าสนใจและเป็นไฮไลท์ในบูธคือ Mitsubishi Xforce HEV ครอสโอเวอร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับรูปทรงที่บึกบึน แข็งแกร่ง สะท้อนดีเอ็นเอของ Mitsubishi ที่เน้นความทนทานและความน่าเชื่อถือ Xforce HEV ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการผจญภัยนอกเส้นทาง
ขุมพลังไฮบริดของ Xforce HEV มอบทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัวและ ความประหยัดน้ำมัน ที่เป็นจุดเด่นสำคัญของรถยนต์ไฮบริด เสริมด้วยโปรโมชันที่น่าสนใจในงาน Motor Expo 2025 ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือการรับประกันที่ยาวนาน ทำให้ Xforce HEV เป็นรถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคที่มองหาครอสโอเวอร์ที่มีความแข็งแกร่ง ทนทาน และประหยัดพลังงาน Mitsubishi Xforce HEV ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ Mitsubishi ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอ เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
บทสรุปและทิศทางอนาคต
ยอดจองครึ่งทางของงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ชี้ให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจของตลาดรถยนต์ไทยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการยืนหยัดของแบรนด์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ปรับตัวด้วยเทคโนโลยีไฮบริด การผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่นำเสนอความคุ้มค่าและนวัตกรรม หรือแม้กระทั่งการกลับมาสร้างกระแสของบางค่ายด้วยผลิตภัณฑ์ที่โดนใจผู้บริโภค
การแข่งขันในตลาดนี้ยังคงเข้มข้น และผู้บริโภคคือผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากทางเลือกที่หลากหลายและนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง งาน Motor Expo 2025 ยังคงเปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จึงยังคงมีโอกาสสำหรับผู้ที่กำลังมองหา โปรโมชั่นรถยนต์ หรือต้องการสัมผัสและทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อีกมากมาย และสำหรับผู้ที่จองรถภายในงานก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่จากโครงการ “ซื้อรถ ชิงรถ” ประจำปีนี้ คือ Avatr 11 มูลค่าสูงถึง 2,099,000 บาท ซึ่งเป็นรางวัลที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง
อนาคตของตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 และปีต่อๆ ไป จะยังคงอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านที่น่าตื่นเต้น การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ การสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จที่ครอบคลุม และการแข่งขันด้านราคา จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมนี้ และ Motor Expo 2025 ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวไกลและเต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาสอันน่าตื่นเต้นสำหรับทุกคนในวงการยานยนต์.

