เจาะลึก 10 อันดับยอดจองรถยนต์ครึ่งทาง Motor Expo 2025: ทิศทางตลาดไทยปี 2026 และบทบาทของนวัตกรรมยานยนต์
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้อย่างชัดเจน เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งทางของการจัดงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2565 หลังจากผ่านพ้นวันที่ 29 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงครึ่งแรกของการจัดแสดง) ยอดจองรวมของทุกค่ายพุ่งสูงถึง 28,254 คัน ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถิติ แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภค เทรนด์เทคโนโลยี และกลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์ในตลาดปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในปี 2026 และอนาคตข้างหน้า การวิเคราะห์เจาะลึก 10 อันดับยอดจองสูงสุดในครั้งนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจถึงปัจจัยความสำเร็จของแต่ละค่าย และมองเห็นภาพรวมของตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งนวัตกรรมยานยนต์อย่างเต็มตัว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ทั่วโลกเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งจากกระแสการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญที่ค่ายรถยนต์จากทั่วโลกต่างเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด ทั้งแบรนด์ดั้งเดิมจากญี่ปุ่นและยุโรป ไปจนถึงแบรนด์หน้าใหม่จากประเทศจีนที่เข้ามาพร้อมกับนวัตกรรมและราคาที่น่าสนใจ ทำให้การแข่งขันในตลาดร้อนระอุยิ่งขึ้น Motor Expo 2025 จึงเป็นเวทีที่แต่ละค่ายงัดกลยุทธ์เด็ด โปรโมชั่นพิเศษ และรถยนต์รุ่นใหม่มานำเสนอ เพื่อดึงดูดความสนใจและกระตุ้นยอดขายในภาวะตลาดที่มีความท้าทายแต่ก็เต็มไปด้วยโอกาส
การที่ยอดจองรวมพุ่งทะลุสองหมื่นแปดพันคันภายในเวลาเพียงครึ่งทาง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงความต้องการรถยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมรรถนะที่เหนือกว่า ความประหยัดเชื้อเพลิง หรือเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ 10 อันดับแรกที่ครองใจผู้บริโภค และวิเคราะห์เบื้องลึกถึงกลยุทธ์ที่ทำให้แต่ละค่ายประสบความสำเร็จในงาน Motor Expo 2025 นี้
TOP 10 Motor Expo 2025: วิเคราะห์เจาะลึกครึ่งทาง
อันดับ 1: Toyota ยอดจอง 4,808 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Toyota Yaris Cross
Toyota ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและฐานลูกค้าที่ภักดีอย่างไม่เสื่อมคลาย ด้วยยอดจองที่โดดเด่นถึง 4,808 คัน แม้ตลาดจะมีการแข่งขันสูงและมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามามากมาย แต่กลยุทธ์ของ Toyota ที่เน้นการนำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์สันดาปภายใน (ICE), รถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้พวกเขายังคงเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง ในบูธของ Toyota เราได้เห็นการจัดแสดงรถยนต์รุ่นเด่นอย่าง Hilux Travo ซึ่งเป็นรถกระบะอเนกประสงค์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรุกตลาดรถเพื่อการพาณิชย์และไลฟ์สไตล์ แต่ทว่าดาวเด่นที่สร้างยอดจองอย่างถล่มทลายคือ Toyota Yaris Cross ครอสโอเวอร์ขนาดคอมแพกต์ ที่ได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยม สาเหตุหลักมาจากความลงตัวทั้งในด้านขนาดที่คล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง ดีไซน์ที่ทันสมัย สมรรถนะที่น่าเชื่อถือในแบบฉบับของ Toyota และที่สำคัญคือโปรโมชั่นสุดเร้าใจในงาน รวมถึงการเพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกและความพิเศษให้กับผู้ที่มองหารถยนต์คู่ใจ ด้วยความสามารถในการประหยัดน้ำมันและความคุ้มค่า ทำให้ Yaris Cross เป็นตัวเลือกที่ยากจะปฏิเสธสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ที่คุ้มค่า ราคาพิเศษรถยนต์ และ โปรโมชั่นรถยนต์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ Toyota ใช้ในการดึงดูดลูกค้าและรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด เทรนด์รถยนต์ 2025 ยังคงแสดงให้เห็นว่าครอสโอเวอร์ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และ Toyota ก็สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้อย่างลงตัว
อันดับ 2: BYD ยอดจอง 2,537 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: BYD Atto 3
การผงาดขึ้นมาของ BYD ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง แม้ทางค่าย BYD ไม่ได้แจ้งยอดจองโดยตรงในตอนนี้ แต่ผู้จัดงานได้ทำการประเมินจากยอดผู้ลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม “ซื้อรถ ชิงรถ” โดยอ้างอิงอัตราส่วนโดยรวม ยอดจอง 2,537 คัน แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่แข็งแกร่งของแบรนด์จากจีนรายนี้ BYD ได้นำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรุ่นในงาน พร้อมด้วย ราคาพิเศษรถยนต์ ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มาตรการ EV 3.5 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้ราคารถยนต์ไฟฟ้ามีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยรถยนต์ที่มาแรงที่สุดและเป็นหัวหอกสำคัญของ BYD คือ BYD Atto 3 ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่ปฏิวัติวงการ ด้วยดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่ปลอดภัยและให้ระยะทางวิ่งที่น่าประทับใจ รวมถึงห้องโดยสารที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและความสบาย ทำให้ Atto 3 กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่าอย่างเหลือเชื่อในสายตาผู้บริโภค การตั้งราคาที่ดึงดูดใจ และการนำเสนอแพ็คเกจที่ครอบคลุม ทำให้ BYD สามารถสร้างปรากฏการณ์ยอดจองได้อย่างรวดเร็ว จนบางรุ่นย่อยอาจต้องอาศัยการสอบถามกับผู้จำหน่ายถึงสถานะของรถ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความร้อนแรงของ รถยนต์ไฟฟ้า และศักยภาพของแบรนด์จีนในตลาดไทยที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
อันดับ 3: Honda ยอดจอง 2,314 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Honda HR-V e:HEV
Honda ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยยอดจองที่ 2,314 คัน สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับตัวเข้ากับเทรนด์ตลาดที่มุ่งเน้นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีรถยนต์ไฮบริดหลากหลายรุ่นเป็นตัวชูโรงในบูธของพวกเขา รุ่นที่โดดเด่นและเป็นขวัญใจมหาชนคือ Honda HR-V e:HEV ครอสโอเวอร์ยอดนิยมของค่าย แม้จะทำตลาดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยการผสานรวมออพชั่นที่ทันสมัย ความคุ้มค่าในการใช้งาน และ โปรโมชั่นรถยนต์ ที่น่าสนใจ ทำให้ HR-V e:HEV ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ “Hunt” เป็นครั้งแรกในงานนี้ ยังช่วยเพิ่มความสดใหม่และทางเลือกให้กับลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มีสไตล์และฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างออกไป Honda แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง และความสามารถในการรักษาความภักดีของลูกค้า ด้วยการนำเสนอ รถยนต์ไฮบริด ที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม ประหยัดพลังงาน และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน ถือเป็นกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งในการเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด ครอสโอเวอร์ยอดนิยม ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาดรถยนต์ไทย และ Honda ก็ยืนยันตำแหน่งผู้นำในเซกเมนต์นี้ได้อย่างน่าประทับใจ
อันดับ 4: Omoda & Jaecoo ยอดจอง 1,940 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Jaecoo 5 EV
การเข้ามาของ Omoda และ Jaecoo ในฐานะแบรนด์ใหม่จากประเทศจีนเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดรถยนต์ไทยอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยยอดจอง 1,940 คัน ถือเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของแบรนด์หน้าใหม่ที่มาพร้อมกับแนวคิดและนวัตกรรมที่แตกต่าง พวกเขามุ่งเน้นการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โดดเด่นในด้านดีไซน์และสมรรถนะ โดยมีตัวลุยพลังไฟฟ้าหลากหลายรุ่นจัดแสดงในงาน รุ่นที่ได้รับความสนใจอย่างถล่มทลายและเป็นจุดเด่นคือ Jaecoo 5 EV ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อม ราคาพิเศษรถยนต์ ที่น่าสนใจอย่างมาก กระแสความนิยมได้ต่อเนื่องมาจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา และความกังวลว่าราคาอาจมีการปรับขึ้นในปีหน้าเนื่องจากมาตรการ EV ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจจองรถในงานนี้อย่างรวดเร็ว Jaecoo 5 EV โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่หรูหราทันสมัย ผสมผสานความแข็งแกร่งแบบ SUV เข้ากับความล้ำหน้าของเทคโนโลยีไฟฟ้าอย่างลงตัว การนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีเอกลักษณ์และราคาเข้าถึงได้ ทำให้ Omoda & Jaecoo สามารถสร้างฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมและการออกแบบที่สดใหม่เป็นปัจจัยสำคัญในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดในปัจจุบัน
อันดับ 5: GAC Aion ยอดจอง 1,819 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Aion UT
GAC Aion เป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำตลาดอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จในการนำเสนอรถยนต์ที่น่าสนใจตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจอง 1,819 คัน สะท้อนถึงการเติบโตและยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทย รถยนต์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในงานคือ Aion UT แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น Aion UT มาพร้อมกับ ราคาพิเศษรถยนต์ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และ โปรโมชั่นรถยนต์ สุดคุ้มค่าในงาน ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากจนกระทั่งบางรุ่นย่อยอาจเริ่มหายากแล้วในตอนนี้ Aion UT ตอบโจทย์ผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้า ขนาดกะทัดรัดสำหรับการใช้งานในเมือง ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวางเกินคาด และเทคโนโลยีที่ครบครัน GAC Aion เน้นกลยุทธ์การสร้างความคุ้มค่าและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ความสำเร็จของ Aion UT เป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังคงมีพื้นที่ให้สำหรับผู้เล่นที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและมีราคาที่แข่งขันได้
อันดับ 6: MG ยอดจอง 1,804 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: MG S5 EV
MG ถือเป็นผู้บุกเบิกและเป็นแบรนด์สำคัญที่เข้ามาจุดประกายตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทยให้ตื่นตัว ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและมีตัวเลือกที่หลากหลาย พวกเขายังคงรักษาโมเมนตัมไว้ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยยอดจอง 1,804 คัน ในงาน Motor Expo 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนที่มาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าราคาพิเศษของ MG ได้รับความนิยมอย่างมาก รถยนต์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ MG S5 EV ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่มีหลากหลายรุ่นย่อยให้เลือกสรร จุดเด่นของ MG S5 EV คือราคาเริ่มต้นที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง ซึ่งใกล้เคียงกับราคาของแฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าบางรุ่นด้วยซ้ำ ทำให้ผู้ที่กำลังมองหา ครอสโอเวอร์ยอดนิยม ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางกว่า ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และความคุ้มค่าด้านราคา ทำให้ MG S5 EV กลายเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในตลาด การปรับตัวให้เข้ากับนโยบายภาครัฐและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เอื้อมถึงได้ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของ MG
อันดับ 7: Geely ยอดจอง 1,667 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Geely EX2
การทำตลาดในประเทศไทยของ Geely ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 1 อย่างเต็มตัวในงาน Motor Expo 2025 นี้ และการฉลองครบรอบหนึ่งปีก็มาพร้อมกับยอดจองที่น่าประทับใจถึง 1,667 คัน ซึ่งบ่งชี้ถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในตลาด ตลาดรถยนต์ไทย ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน Geely ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัยและคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ของ Geely EX2 แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม Geely EX2 โดดเด่นด้วยออพชั่นที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือ ราคาพิเศษรถยนต์ ที่ถูกกำหนดมาให้ต่ำกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันอย่างชัดเจน กลยุทธ์การตั้งราคาที่แข่งขันได้และการนำเสนอ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทำให้ Geely สามารถสร้างจุดยืนที่แข็งแกร่งในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ได้อย่างรวดเร็ว ความสำเร็จของ Geely EX2 เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแบรนด์นี้ในการขยายฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
อันดับ 8: GWM ยอดจอง 1,594 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: GWM Tank 300 Diesel
Great Wall Motor (GWM) หรือ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์จากจีนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังและครอบคลุม ด้วยการนำเสนอรถยนต์หลากหลายประเภท ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์สันดาปภายใน ทำให้พวกเขาสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างครอบคลุม ด้วยยอดจอง 1,594 คัน GWM ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญที่น่าจับตาในตลาด โดยมีรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือ GWM Tank 300 Diesel แม้จะเปิดตัวมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่กระแสความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ SUV สไตล์สมบุกสมบันยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในการขับขี่แบบออฟโรด และ ราคาพิเศษรถยนต์ ที่น่าสนใจ รวมถึงการนำเสนอชุดตกแต่งพิเศษจำนวนจำกัด “Desert Storm” ที่เพิ่มความพิเศษให้กับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Tank 300 Diesel ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหาความทนทาน ความอเนกประสงค์ และประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง GWM แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มและสร้างฐานลูกค้าที่ภักดี ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ทำให้พวกเขาสามารถยืนหยัดในการแข่งขันที่ดุเดือดของ ตลาดรถยนต์ไทย ได้เป็นอย่างดี
อันดับ 9: Deepal ยอดจอง 1,476 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Deepal S05
Deepal ภายใต้แบรนด์ Changan เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่กำลังสร้างกระแสในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ของประเทศไทย ด้วยยอดจอง 1,476 คัน Deepal ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและความคุ้มค่า รถยนต์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือ Deepal S05 รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อยและ ราคาพิเศษรถยนต์ ที่เหมาะสม S05 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย และสมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจ ล่าสุดกับการเพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่ารุ่นย่อยอื่นๆ ทำให้ Deepal S05 มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในด้านระยะทางวิ่งและงบประมาณ การที่ Deepal มุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนที่ก้าวหน้า แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำด้าน นวัตกรรมยานยนต์ พลังงานไฟฟ้า ความสำเร็จของ Deepal S05 เป็นเครื่องยืนยันว่าผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับสมรรถนะ ระยะทางวิ่ง และความคุ้มค่าของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอย่างมาก และ Deepal ก็สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้อย่างลงตัว
อันดับ 10: Mitsubishi ยอดจอง 1,302 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Mitsubishi Xforce HEV
Mitsubishi เป็นหนึ่งในค่ายรถจากญี่ปุ่นที่ยังคงรักษาฐานลูกค้าและสร้างยอดจองได้อย่างน่าสนใจ ด้วย 1,302 คัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปรับตัวเข้ากับตลาด ตลาดรถยนต์ไทย ที่เปลี่ยนแปลงไป พวกเขาให้ความสำคัญกับการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่และผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่แข็งแกร่ง รถยนต์ที่น่าสนใจและได้รับความนิยมในบูธคือ Mitsubishi Xforce HEV ครอสโอเวอร์ขุมพลังไฮบริด ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงที่บึกบึน แข็งแกร่ง และมีโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองการใช้งานในสภาพถนนที่แตกต่างกัน การเสริมด้วย โปรโมชั่นรถยนต์ ที่น่าสนใจในงาน ทำให้ Xforce HEV เป็นรถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง Mitsubishi เน้นย้ำถึงจุดแข็งด้านวิศวกรรมที่ทนทานและเชื่อถือได้ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีไฮบริดที่ช่วยประหยัดน้ำมันและลดมลพิษ การนำเสนอ Xforce HEV ในช่วงเวลาที่ตลาดครอสโอเวอร์และ รถยนต์ไฮบริด กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการรักษาและขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทย Xforce HEV ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่สวยงาม แต่ยังเป็นรถที่มอบสมรรถนะและความอเนกประสงค์ที่แท้จริง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
บทสรุปและแนวโน้มตลาด: ก้าวต่อไปของยานยนต์ไทย
ข้อมูลยอดจองครึ่งทางจาก Motor Expo 2025 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนหลายประการใน ตลาดรถยนต์ไทย และเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับ เทรนด์รถยนต์ 2025 และในปี 2026:
การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV Revolution): ยอดจองของรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด แบรนด์จีนหลายรายขึ้นมาติดอันดับต้นๆ ด้วยความได้เปรียบด้านราคาและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคไทยมีความพร้อมและเปิดรับ รถยนต์ไฟฟ้า มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
บทบาทของแบรนด์จีนที่แข็งแกร่งขึ้น: แบรนด์จากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็น BYD, Omoda & Jaecoo, GAC Aion, MG, Geely และ Deepal ต่างแสดงผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขานำเสนอ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ทันสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และที่สำคัญคือ ราคาพิเศษรถยนต์ ที่แข่งขันได้ ทำให้สามารถช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดจากแบรนด์ดั้งเดิมได้เป็นอย่างมาก
การปรับตัวของแบรนด์ญี่ปุ่น: แบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Toyota, Honda และ Mitsubishi ยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ด้วยการนำเสนอรถยนต์ในกลุ่มไฮบริดและครอสโอเวอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเข้าใจถึงความต้องการของตลาดที่ยังคงให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความคุ้มค่า และบริการหลังการขายที่ดี การนำเสนอ รถยนต์ไฮบริด ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการแข่งขัน
ความสำคัญของโปรโมชั่นและนโยบาย: โปรโมชั่นรถยนต์ และ ราคาพิเศษรถยนต์ ในงาน Motor Expo ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค รวมถึงนโยบายสนับสนุน รถยนต์ไฟฟ้า ของภาครัฐก็มีบทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนตลาด
ครอสโอเวอร์ยังคงครองใจ: เซกเมนต์รถยนต์ครอสโอเวอร์ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด หรือไฟฟ้า เนื่องจากตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในเมืองและการเดินทางไกล สะท้อนถึงความต้องการ ครอสโอเวอร์ยอดนิยม ที่มีความอเนกประสงค์
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 จะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ และยังคงมีโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์และโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับผู้ที่จองรถในงาน ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ ซื้อรถ ชิงรถ โดยมีรางวัลในปีนี้คือรถยนต์ Avatr 11 มูลค่า 2,099,000 บาท ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสุดหรูที่สะท้อนถึงอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างชัดเจน ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ยอดจองครึ่งทางนี้เป็นเพียงภาพสะท้อนแรก และจะเป็นข้อมูลอันล้ำค่าในการทำความเข้าใจพลวัตของตลาดรถยนต์ไทย และเตรียมพร้อมสำหรับทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงในปี 2026 อย่างแน่นอน.

