GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition: ยอดยานยนต์ออฟโรดแห่งยุค 2025 ที่นักสะสมตัวจริงต้องมี
ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่การแข่งขันในตลาดรถ SUV ดุเดือดขึ้นทุกขณะ มีน้อยแบรนด์นักที่จะสามารถสร้างปรากฏการณ์และตราตรึงใจผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง GWM โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตระกูล TANK ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นแถวหน้าที่นำเสนอนิยามใหม่ของรถยนต์ออฟโรดที่ผสานความแกร่ง ดุดัน เข้ากับความหรูหราทันสมัยได้อย่างลงตัว
นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกจนถึงวันนี้ TANK 300 DIESEL ได้สร้างสถิติยอดส่งมอบสะสมทะลุ 6,000 คันในประเทศไทยไปแล้วอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จและเสียงตอบรับอันยอดเยี่ยมจากแฟน ๆ ชาวไทย ด้วยเหตุนี้ GWM (Thailand) จึงไม่รอช้าที่จะสร้างความประทับใจครั้งใหม่ ด้วยการเปิดตัวสุดยอดรถออฟโรดรุ่นพิเศษ GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่งาน Motor Expo 2025 การมาถึงของรุ่นพิเศษนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักดาถึงปรัชญาการออกแบบที่มุ่งเน้นความเป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะที่เหนือชั้น และประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่อาจลืมเลือน ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อนักสะสมและผู้หลงใหลการผจญภัยโดยเฉพาะ และด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 300 คันทั่วประเทศ ทำให้ Desert Storm Limited Edition ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นชิ้นงานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่พร้อมจะกลายเป็นตำนานแห่งวงการออฟโรด
นิยามใหม่ของดีไซน์ที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์
สิ่งที่ทำให้ GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition แตกต่างและโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นคือสีภายนอก “Sand Beige” อันเป็นเอกลักษณ์ สีเบจทรายนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงชื่อรุ่น “Desert Storm” ที่สื่อถึงพายุทะเลทรายอันทรงพลัง แต่ยังแฝงไว้ซึ่งความหรูหราคลาสสิกที่ผสานเข้ากับความแข็งแกร่งได้อย่างน่าทึ่ง มันไม่ใช่แค่สีที่สวยงาม แต่เป็นสีที่บอกเล่าเรื่องราวของการผจญภัย ความท้าทาย และอิสระไร้ขีดจำกัด การเลือกใช้สีนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและการตีความ “Off-road DNA” ของ TANK 300 ออกมาได้อย่างลุ่มลึก
แต่ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่สีสัน TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition มาพร้อมกับชุดตกแต่งพิเศษรอบคันที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อเสริมบุคลิกให้ดุดันและพร้อมลุยยิ่งขึ้น เริ่มจากกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมโลโก้ TANK สีเดียวกับตัวรถ ซึ่งช่วยเพิ่มความกลมกลืนและยกระดับความพรีเมียมได้อย่างชัดเจน ชุดแต่งฝากระโปรงหน้าดีไซน์เฉพาะตัว ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งทางสายตา แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะไม่หยุดอยู่แค่คำว่า “ธรรมดา”
คิ้วกันกระแทกประตูด้านข้างที่ถูกเพิ่มเข้ามา ไม่เพียงเป็นองค์ประกอบด้านดีไซน์ที่ช่วยเพิ่มความบึกบึน แต่ยังทำหน้าที่ปกป้องตัวถังจากรอยขีดข่วนหรือการกระแทกในขณะขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่สมบุกสมบัน แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่คำนึงถึงทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง ฝาครอบล้ออะไหล่และฝาครอบไฟท้ายดีไซน์เฉพาะ เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ GWM ไม่เคยมองข้าม ซึ่งล้วนแต่ช่วยเติมเต็มภาพลักษณ์ของรถออฟโรดสายลุยให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ชวนให้นึกถึงรถยนต์ในตำนานที่พร้อมออกเดินทางผจญภัยไปในทุกมุมโลก
และที่ขาดไม่ได้คือชุดสเกิร์ตกันชนหน้า-หลังที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อเสริมความดุดันและพร้อมรับมือกับอุปสรรคทุกรูปแบบบนเส้นทางวิบาก สเกิร์ตเหล่านี้ไม่เพียงช่วยปกป้องส่วนประกอบสำคัญใต้ท้องรถ แต่ยังเป็นจุดที่เน้นย้ำถึงสมรรถนะออฟโรดอันเป็นหัวใจสำคัญของ TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ทุกองค์ประกอบภายนอกถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างสรรค์เป็นงานดีไซน์ที่ดึงดูดทุกสายตา และบ่งบอกตัวตนของเจ้าของที่รักการผจญภัยแต่ก็ไม่ทิ้งความมีสไตล์
ภายในที่ผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เหนือระดับ ซึ่งยังคงใช้พื้นฐานเดิมของรุ่นย่อย 2.4T ULTRA 4WD ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความพรีเมียมและความสะดวกสบาย ห้องโดยสารมาในโทนสีดำอันสุขุมและสง่างาม ใช้วัสดุสัมผัสนุ่มคุณภาพสูงในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซลหรือแผงประตู เพื่อสร้างความรู้สึกหรูหราและผ่อนคลายในทุกการเดินทาง การเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมเหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ GWM ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่ามาตรฐานของรถออฟโรดทั่วไป
ช่องแอร์ทรงกระบอกดีไซน์วินเทจเป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับห้องโดยสาร ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว สร้างเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และชวนให้นึกถึงกลิ่นอายของรถยนต์ออฟโรดในตำนาน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ที่ถูกติดตั้งเข้ามาอย่างชาญฉลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในยุคดิจิทัล
หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ทำหน้าที่เป็นแผงหน้าปัดที่สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้หลากหลายรูปแบบ มอบข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดในการขับขี่ได้อย่างชัดเจนและง่ายต่อการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว รอบเครื่องยนต์ หรือข้อมูลสถานะของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ควบคู่กันไปคือหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto มอบความบันเทิงและฟังก์ชันการนำทางที่ครบครัน การจัดวางหน้าจอคู่ในลักษณะนี้ ไม่เพียงช่วยให้ห้องโดยสารดูทันสมัยและกว้างขวาง แต่ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงข้อมูลและควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ละสายตาจากถนน
แผงควบคุมและพวงมาลัยทรงกลมพร้อม Paddle Shift (แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย) ถูกออกแบบมาเพื่อการควบคุมที่แม่นยำและตอบสนองได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเกียร์เพื่อเร่งแซงบนทางเรียบ หรือการควบคุมเกียร์ในเส้นทางออฟโรดที่ต้องการความละเอียดอ่อน คันเกียร์อิเล็กทรอนิกส์ดีไซน์กระชับมือ มอบความรู้สึกพรีเมียมและง่ายต่อการใช้งาน พร้อมปุ่มควบคุมการขับขี่จากคอนโซลกลางที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ 4 ล้อ หรือโหมดออฟโรดเฉพาะทาง
ทุกองค์ประกอบภายในห้องโดยสารของ GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวัน หรือการผจญภัยสุดท้าทายในเส้นทางออฟโรดที่รออยู่ข้างหน้า ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความเพลิดเพลินในทุกช่วงเวลา
สมรรถนะที่ไม่มีวันประนีประนอม: เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร คู่ใจนักผจญภัย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ให้พร้อมลุยทุกสถานการณ์คือขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบสมรรถนะที่โดดเด่นในทุกสภาวะการขับขี่ เครื่องยนต์บล็อกนี้ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และที่สำคัญกว่านั้นคือแรงบิดสูงสุดมหาศาลถึง 480 นิวตันเมตร ซึ่งมาที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 1,500 – 2,500 รอบ/นาที คุณสมบัติของแรงบิดที่มาในรอบต่ำนี้เองที่ทำให้ TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition มีพละกำลังเหลือเฟือในการปีนป่ายอุปสรรค ขึ้นเนินสูงชัน หรือลากจูงได้อย่างสบาย แม้จะต้องเผชิญกับเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายที่สุด
เครื่องยนต์ดีเซลที่ทันสมัยนี้จับคู่กับระบบส่งกำลังที่ยอดเยี่ยม ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9AT ซึ่งเป็นระบบเกียร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่ ทั้งบนทางเรียบและทางออฟโรด การมีเกียร์ถึง 9 จังหวะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง รักษาช่วงรอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการส่งกำลังและประหยัดเชื้อเพลิง อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงที่ระบุตาม Eco Sticker อยู่ที่ 14 กิโลเมตร/ลิตร ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ บ่งบอกถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างพละกำลังและประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม
นอกจากขุมพลังที่แข็งแกร่งแล้ว TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เป็นหัวใจหลักของรถออฟโรดตัวจริง พร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 9 โหมด เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเลือกให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางที่แตกต่างกันได้อย่างอิสระและมั่นใจ:
โหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H): สำหรับการขับขี่ทั่วไปบนทางเรียบ เพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงสุด
โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H): เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนลื่น หรือเส้นทางออฟโรดที่ไม่สมบุกสมบันมากนัก เพื่อเพิ่มการยึดเกาะและควบคุมรถได้ดีขึ้น
โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตราทดเกียร์ต่ำ (4L): โหมดนี้คือหัวใจสำคัญของการผจญภัยออฟโรดอย่างแท้จริง มอบแรงบิดมหาศาลที่ล้อ ช่วยให้รถสามารถปีนป่ายเนินชัน ผ่านโคลนลึก หรือลากจูงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
โหมดพื้นหิมะ (Snow): สำหรับการขับขี่บนพื้นผิวที่ปกคลุมด้วยหิมะหรือน้ำแข็ง ช่วยควบคุมการทรงตัวและป้องกันการลื่นไถล
โหมดพื้นหิน (Rock): ออกแบบมาสำหรับการขับขี่บนเส้นทางหินขรุขระ หรือเส้นทางที่ต้องการความแม่นยำในการควบคุม ช่วยให้รถสามารถคลานผ่านอุปสรรคได้อย่างนุ่มนวลและมั่นคง
โหมดพื้นทราย (Sand): เหมาะสำหรับการขับขี่บนพื้นทรายร่วน ช่วยปรับการทำงานของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเพื่อป้องกันการติดหล่มและรักษากำลังขับเคลื่อน
โหมดภูเขา (Mountain): สำหรับการขับขี่บนเส้นทางขึ้นลงเขาที่มีความชันและคดเคี้ยว ช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
โหมดพื้นหลุมบ่อ (Pothole): โหมดนี้ได้รับการพัฒนามาเพื่อรับมือกับสภาพถนนที่มีหลุมบ่อหรือพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ช่วยลดแรงกระแทกและเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่
โหมดผู้เชี่ยวชาญ (Expert): สำหรับนักขับออฟโรดที่มีประสบการณ์ สามารถปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างอิสระ เพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุดตามความต้องการเฉพาะตัว
ด้วยขุมพลังและระบบขับเคลื่อนที่ครบครันเช่นนี้ GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition จึงพร้อมที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์การผจญภัยในทุกสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบในเมือง หรือเส้นทางออฟโรดที่ห่างไกลความเจริญ
สุดยอดเทคโนโลยีเพื่อการผจญภัยที่เหนือชั้นและปลอดภัยไร้ขีดจำกัด
GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ไม่ได้เป็นเพียงรถออฟโรดที่ทรงพลัง แต่ยังอัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และเพิ่มความปลอดภัยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นบนทางเรียบหรือในเส้นทางสุดวิบาก
ระบบแสดงภาพ 540 องศา ถือเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นและมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับรถออฟโรด ระบบนี้เป็นการผสานรวมระหว่างกล้องรอบคัน 360 องศา ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างครอบคลุม และระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางใต้ท้องรถได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อขับขี่ในเส้นทางออฟโรดที่มีหินขนาดใหญ่ หลุมบ่อลึก หรือทางลาดชัน ที่ทัศนวิสัยมีจำกัด การมีภาพ 540 องศา ช่วยให้การตัดสินใจในการบังคับรถเป็นไปอย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายต่อรถและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
นอกจากนี้ ยังมีระบบ Intelligent Start-Stop ที่ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยการดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง และสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้งเมื่อปล่อยแป้นเบรก พร้อมด้วยโหมดช่วยผ่อนแรงพวงมาลัยถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดเบา, โหมดสบาย และโหมดสปอร์ต เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยให้เหมาะสมกับความรู้สึกและความต้องการในแต่ละสถานการณ์การขับขี่ เพิ่มความสะดวกสบายและประสบการณ์การควบคุมรถที่ดีเยี่ยม
ระบบเบรกทั้งด้านหน้าและหลังเป็นแบบดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อนสี่ล้อ ซึ่งมอบประสิทธิภาพการเบรกที่ยอดเยี่ยมและคงที่ แม้จะต้องใช้งานหนักในการขับขี่ทางไกลหรือในเส้นทางออฟโรดที่ต้องการการเบรกบ่อยครั้ง นอกจากระบบเบรกที่ทรงประสิทธิภาพแล้ว TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ยังมาพร้อมกับระบบล็อกเฟืองขับด้านหลังแบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับรถออฟโรดตัวจริง ช่วยเพิ่มการยึดเกาะของล้อเมื่อต้องเผชิญกับสภาพพื้นผิวที่แตกต่างกัน เช่น โคลน ทราย หรือหิน ทำให้รถสามารถผ่านอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย
ระบบ TANK TURN เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ โดยระบบนี้ช่วยลดวงเลี้ยวของรถในพื้นที่แคบ ทำให้ TANK 300 สามารถกลับรถหรือเลี้ยวในพื้นที่จำกัดได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่คดเคี้ยวและมีพื้นที่จำกัด และเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่บนเส้นทางวิบาก ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Off-road ก็ถูกติดตั้งมาให้ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาระดับความเร็วต่ำได้อย่างคงที่ ช่วยให้การขับขี่ในเส้นทางออฟโรดที่ซับซ้อนเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
ความปลอดภัยอัจฉริยะที่เหนือกว่ามาตรฐาน
GWM ไม่เคยมองข้ามเรื่องความปลอดภัย และใน GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ก็จัดเต็มด้วยนวัตกรรมความปลอดภัยขั้นสูงภายใต้แนวคิดเทคโนโลยีอัจฉริยะรวม 25 รายการ ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบ Active Safety (ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน) และ Passive Safety (ระบบความปลอดภัยเชิงรับ) เพื่อปกป้องผู้โดยสารและผู้ใช้ถนนทุกคนอย่างเต็มที่
ในส่วนของ Active Safety ได้แก่:
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ (Adaptive Cruise Control with Intelligent Cornering): ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ และยังสามารถปรับความเร็วในการเข้าโค้งให้เหมาะสม เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ทางไกล
ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนหรือออกนอกเลน (Lane Change Assist / Lane Departure Warning): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถกำลังจะออกจากเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนเลนกะทันหัน
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist): ช่วยบังคับพวงมาลัยเพื่อรักษารถให้อยู่ในเลนอย่างปลอดภัย
ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (Lane Centering Assist): ยกระดับการรักษาเลนไปอีกขั้น ด้วยการช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลนอย่างต่อเนื่อง
การแจ้งเตือนการขับรถเร็วเกินกำหนด (Overspeed Warning): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อความเร็วเกินกว่าที่กำหนดไว้ ช่วยส่งเสริมการขับขี่ที่ปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎจราจร
ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 (Secondary Collision Mitigation): เมื่อเกิดการชนครั้งแรก ระบบจะช่วยเบรกรถเพื่อลดความรุนแรงของการชนครั้งที่สองที่อาจเกิดขึ้น
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (Automatic Emergency Braking – AEB): ตรวจจับวัตถุด้านหน้าและเบรกอัตโนมัติเพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของการชน ทั้งบนทางตรงและทางแยก ซึ่งเป็นฟังก์ชันสำคัญที่ช่วยชีวิตได้จริง
ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert with Braking): แจ้งเตือนและเบรกอัตโนมัติเมื่อตรวจพบรถที่กำลังเคลื่อนที่มาจากด้านข้างขณะถอยหลังออกจากช่องจอด
ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Detection): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program – ESP): ช่วยรักษาสมดุลของรถ ป้องกันการลื่นไถล
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System – TCS): ป้องกันล้อหมุนฟรีเมื่อออกตัวหรือเร่งความเร็ว
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA): ป้องกันรถไหลลงเมื่อออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control – HDC): ควบคุมความเร็วรถให้คงที่ขณะลงทางลาดชัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องเหยียบเบรกบ่อยครั้ง
สำหรับ Passive Safety ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน:
ถุงลมนิรภัยจำนวน 6 จุด: ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย ครอบคลุมการปกป้องผู้โดยสารทุกตำแหน่ง
จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX: เพื่อการติดตั้งเบาะนั่งสำหรับเด็กที่ง่ายและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
ระบบล็อกป้องกันเด็ก (Child Lock): ป้องกันเด็กเปิดประตูจากภายใน เพิ่มความปลอดภัยสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
โครงสร้างตัวถังนิรภัย: ออกแบบมาเพื่อดูดซับแรงกระแทกและกระจายแรง เพื่อลดการบาดเจ็บของผู้โดยสาร
เทคโนโลยีความปลอดภัยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในการเดินทางทุกครั้ง แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ GWM ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ปลอดภัยสูงสุดในทุกมิติ
GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition: ยานยนต์แห่งนักสะสมตัวจริง
ในท้ายที่สุด GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นเพียงรถยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูงเท่านั้น แต่ยังถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความปรารถนาของกลุ่มนักสะสมสายออฟโรดโดยเฉพาะ นี่คือรถที่มาพร้อมเรื่องราว คุณค่า และความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร
ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 300 คันทั่วประเทศ ทำให้ Desert Storm Limited Edition เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่มันคือ “ของสะสม” ที่มีมูลค่าทั้งในแง่ของความพิเศษทางดีไซน์ สมรรถนะที่เหนือกว่า และสถานะความเป็น Limited Edition ที่จะเพิ่มคุณค่าตามกาลเวลา การเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อรถ แต่เป็นการลงทุนในชิ้นงานศิลปะแห่งวิศวกรรมยานยนต์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อกลุ่มคนพิเศษ
ราคาจำหน่ายที่ GWM (Thailand) กำหนดไว้ที่ 1,349,000 บาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความพิเศษของชุดตกแต่ง ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่แข็งแกร่ง และความปลอดภัยระดับสูงสุด ที่สำคัญคือสถานะความเป็น “Limited Edition” ที่จะทำให้ TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition เป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้ที่มองหาสิ่งที่ไม่เหมือนใครในตลาดรถยนต์
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความท้าทาย รักการผจญภัย และต้องการครอบครองยานยนต์ที่มีทั้งพละกำลัง ความหรูหรา และความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของตำนานแห่งรถออฟโรดรุ่นพิเศษนี้ เพราะเมื่อหมดแล้ว อาจไม่มีอีกแล้ว มาร่วมสัมผัสและเป็นเจ้าของสุดยอดยานยนต์แห่งปี 2025 ที่ Motor Expo และตัวแทนจำหน่าย GWM ทั่วประเทศ

