อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV: ยกระดับประสบการณ์รถกระบะแห่งอนาคต สู่ปี 2025 อย่างเต็มภาคภูมิ
ในโลกยานยนต์ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ปี 2025 นี้ ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เข้ามาพลิกโฉมการขับขี่ในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถกระบะเมืองไทยที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด “อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” คือผู้เล่นที่เข้ามาสร้างนิยามใหม่ ด้วยการผสมผสานตำนานความแกร่ง ทนทาน และประหยัดน้ำมันของอีซูซุ เข้ากับเทคโนโลยี Mild Hybrid (MHEV) ที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนยุคใหม่ ทั้งในด้านสมรรถนะที่เป็นเลิศ ความประหยัดที่เหนือชั้น และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม นี่คือรถกระบะที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือคู่หูที่พร้อมลุยไปกับคุณในทุกเส้นทาง พร้อมราคาจำหน่ายที่ 1,145,000 บาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับกลับมา
อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV ไม่ใช่แค่การปรับโฉม แต่คือการอัปเกรดครั้งสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของอีซูซุในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความท้าทายของอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาพลังงานที่ผันผวน หรือความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้รถกระบะคันนี้เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและน่าจับตามองอย่างแท้จริงสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะที่คุ้มค่าในระยะยาว และพร้อมที่จะนำพาทุกท่านก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการขับขี่อย่างมั่นใจ
ดีไซน์ภายนอก: ความแกร่งที่ผสานความทันสมัยอย่างลงตัว
เมื่อแรกเห็น “อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” คุณจะสัมผัสได้ถึงความโดดเด่นและทันสมัยที่ผสานเข้ากับความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลดีแมคซ์ได้อย่างลงตัว การออกแบบภายนอกได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้รถกระบะคันนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การใช้งานที่สมบุกสมบัน แต่ยังสะท้อนรสนิยมและความเป็นผู้นำของผู้ครอบครองอีกด้วย
เริ่มต้นจากชุดไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED Projector ที่ให้แสงสว่างคมชัดและครอบคลุมพื้นที่การมองเห็นในยามค่ำคืนได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการรบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง ไม่เพียงเท่านั้น ไฟหน้ายังมีฟังก์ชัน Follow Me Home ที่ช่วยส่องสว่างนำทางเมื่อคุณลงจากรถ และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ นอกจากนี้ ไฟตัดหมอกหน้า LED ยังช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ก็ช่วยเสริมให้ด้านท้ายของรถดูทันสมัยและโดดเด่น
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ผสานสีเงินและสีเทาเข้มเข้าไว้ด้วยกัน สร้างความรู้สึกพรีเมียมและดุดัน กระจังหน้าไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบที่สวยงาม แต่ยังทำหน้าที่ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กันชนหน้าและกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ช่วยให้ภาพรวมของรถดูกลมกลืนและมีสไตล์ กระจกมองข้างยังมาพร้อมระบบปรับและพับไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน มือเปิดประตูโครเมียมเพิ่มความหรูหราให้กับดีไซน์ภายนอก และ B-Pillar ที่ตกแต่งด้วย Blackout Film ช่วยให้เส้นสายด้านข้างของรถดูเรียบหรูและโฉบเฉี่ยว
บันไดข้างสีเงินช่วยให้การขึ้น-ลงรถเป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อต้องขนสัมภาระ ส่วนกันชนท้ายแบบ Integrated สีเดียวกับตัวรถ ถูกออกแบบมาให้รับกับเส้นสายด้านท้ายอย่างลงตัว ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังแข็งแรงและทนทาน กระจกบังลมหน้าเป็นแบบอัดซ้อนนิรภัยและ IR Cut ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความปลอดภัย แต่ยังช่วยลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาในห้องโดยสาร ลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศและเพิ่มความสบายในการเดินทาง ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้ พร้อมที่ฉีดน้ำล้างกระจกแบบ Built-in ช่วยให้ทัศนวิสัยชัดเจนอยู่เสมอ และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติก็ช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลกับการเปิด-ปิดน้ำฝนเมื่อฝนตก
ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยแบบทูโทนขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 265/60R18 ที่ไม่เพียงแต่ดูสปอร์ตและแข็งแกร่ง แต่ยังให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพเส้นทาง เสริมด้วยกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการจอดรถในพื้นที่จำกัด ดีไซน์ภายนอกของ “อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” จึงเป็นการผสมผสานระหว่างความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย และความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการผจญภัยในเส้นทางออฟโรด
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียะแห่งการเดินทางที่ผ่อนคลายและเชื่อมโยง
ก้าวเข้ามาภายใน “อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” คุณจะพบกับห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยสุนทรียะและความผ่อนคลาย การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ได้รับการคิดค้นมาอย่างดี เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
มาตรวัดแบบ Integrated พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว (MID) โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและอ่านง่าย แสดงข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างครบครัน ทั้งความเร็ว รอบเครื่องยนต์ และข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับระบบ MHEV เช่น สถานะการชาร์จแบตเตอรี่และไฟแสดงความผิดปกติของระบบ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะของรถได้อย่างละเอียดและมั่นใจ พวงมาลัยหุ้มหนังจับกระชับมือ พร้อมการปรับระดับได้ 4 ทิศทาง (สูง-ต่ำ และ เข้า-ออก) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดกับสรีระของตนเอง เพื่อการควบคุมที่แม่นยำและลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ระยะไกล
บนพวงมาลัยยังมีสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่บนทางหลวง นอกจากนี้ ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ยังช่วยให้การขับขี่สนุกและตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น คอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำให้ความรู้สึกพรีเมียมและสัมผัสที่นุ่มนวล พร้อมที่วางของอเนกประสงค์แบบมีฝาปิด ช่วยให้คุณจัดเก็บสิ่งของได้อย่างเป็นระเบียบ คอนโซลกลางก็หุ้มหนังสังเคราะห์สีดำเช่นกัน และมีฝาปิดสำหรับเก็บของใช้ส่วนตัว
ชุดตกแต่งแผงประตูสี Silver Metallic และ Piano Black เสริมความหรูหราให้กับห้องโดยสาร พร้อมการหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำบริเวณที่พักแขน ช่วยเพิ่มความสบายในการพักแขน มือเปิดประตูด้านในสี Silver Metallic ดูทันสมัยและจับถนัดมือ กระจกไฟฟ้าเลื่อนขึ้น-ลงอัตโนมัติเฉพาะด้านผู้ขับขี่ มาพร้อมระบบป้องกันการหนีบ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน และระบบเซ็นทรัลล็อกช่วยเพิ่มความสะดวกในการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด
กุญแจรีโมท Isuzu Genius Entry พร้อม Immobilizer ช่วยให้การเข้าถึงรถเป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย ระบบสตาร์ทแบบ Push Start และ Remote Engine Start ช่วยให้คุณสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้จากระยะไกล เพิ่มความสะดวกสบายในการเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone สามารถปรับอุณหภูมิแยกอิสระ ซ้าย-ขวา ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร พร้อมแผ่นกรองระบบปรับอากาศ PM 2.5 ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอากาศภายในห้องโดยสารสะอาดและบริสุทธิ์ นอกจากนี้ ยังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความเย็นสบายตลอดการเดินทาง
ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม DC 12 โวลต์ และช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม USB Charger (USB-C 1 ตำแหน่ง 3A) ช่วยให้คุณสามารถชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวกสบาย ที่ใส่แว่นตาพร้อมไฟส่องแผนที่ 2 ตำแหน่ง และที่บังแดดคู่หน้าแบบมีกระจกและไฟส่องสว่าง พร้อมที่เก็บนามบัตรเฉพาะด้านผู้ขับขี่ ล้วนเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกการใช้งาน วัสดุเบาะนั่งหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ ให้ความรู้สึกเย็นสบายและระบายอากาศได้ดี แม้ในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางเฉพาะด้านผู้ขับขี่ ช่วยให้การหาตำแหน่งขับขี่ที่เหมาะสมเป็นเรื่องง่าย เบาะนั่งตอน 2 สามารถพับขึ้นได้แบบ 60:40 พร้อมที่พักแขน เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่เก็บสัมภาระ
ระบบความบันเทิงและเชื่อมต่อ: โลกดิจิทัลในมือคุณ
เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์การเชื่อมต่อในยุค 2025 “อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” มาพร้อมระบบเครื่องเสียงและระบบเชื่อมต่อที่ครบครัน หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วที่ติดตั้งมาให้ รองรับการเชื่อมต่อแบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับระบบรถได้อย่างไร้สาย และเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำทาง การเล่นเพลง หรือการสื่อสาร ได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์และการเล่นเพลงผ่าน Bluetooth พร้อมระบบ WiFi Mirroring และช่องต่ออุปกรณ์ USB-C ช่วยให้คุณสามารถเลือกแหล่งที่มาของความบันเทิงได้อย่างหลากหลาย และลำโพง 8 ตำแหน่ง (รวมทวีตเตอร์ และ Roof Speaker) มอบคุณภาพเสียงที่คมชัดและเต็มอรรถรส สร้างบรรยากาศการเดินทางที่สนุกสนานและผ่อนคลาย
เครื่องยนต์ MHEV: ขุมพลังใหม่เพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญที่ทำให้อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV แตกต่างและโดดเด่น คือเครื่องยนต์รหัส RZ4E-TC MHEV มาตรฐานยูโร 5 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของอีซูซุในการเข้าสู่ยุครถกระบะพลังงานทางเลือก เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) ขนาด 1,898 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบคอมมอนเรลไดเร็คอินเจคชั่น และ VGS TURBO กับอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นช่วงรอบเครื่องยนต์ที่ใช้งานบ่อย ทำให้การตอบสนองดีเยี่ยมในทุกช่วงความเร็ว
สิ่งที่พิเศษคือระบบ Mild Hybrid (MHEV) ที่เข้ามาเสริมการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยเสริมการขับเคลื่อนและระบบแปลงพลังงานที่สูญเสียในขณะถอนคันเร่งหรือเบรกเป็นพลังงานไฟฟ้า (REGENERATIVE BRAKING SYSTEM) พลังงานไฟฟ้าที่ได้จะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่ DC ขนาด 48 โวลต์ ซึ่งนำมาใช้ในการช่วยออกตัว ช่วยเร่งแซง และลดภาระของเครื่องยนต์หลัก ผลลัพธ์ที่ได้คือ การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การปล่อยมลพิษที่ลดลง และการขับขี่ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการจราจรติดขัดในเมือง ทำให้ “รถกระบะประหยัดน้ำมัน” คันนี้เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
การส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Rev Tronic ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและแม่นยำ ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างสบายและมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือบนทางหลวง “เทคโนโลยี MHEV” ในอีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV จึงไม่เพียงแต่เพิ่มสมรรถนะ แต่ยังช่วยเพิ่ม “ความคุ้มค่ารถกระบะ” ให้กับผู้ใช้งานในระยะยาวอย่างแท้จริง
ระบบช่วงล่างและพวงมาลัย: ความมั่นคงและการควบคุมที่เหนือชั้น
เพื่อรองรับพละกำลังและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม “อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” จึงมาพร้อมกับระบบช่วงล่างและพวงมาลัยที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อมอบการขับขี่ที่มั่นคง นุ่มนวล และควบคุมง่ายในทุกสภาพเส้นทาง ระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง ทำให้การบังคับเลี้ยวเป็นไปอย่างเบาสบาย โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่ในเมืองหรือจอดรถในพื้นที่แคบๆ แกนพวงมาลัยที่สามารถยุบตัวได้ ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
ในส่วนของระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง พร้อมโช้กอัพแก๊ส ซึ่งเป็นช่วงล่างที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความนุ่มนวลในการขับขี่และการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ช่วยลดแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปอย่างผ่อนคลาย ด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่นรูปครึ่งวงรี พร้อมโช้กอัพแก๊ส (แหนบเหนือเพลา) ซึ่งเป็นช่วงล่างที่แข็งแกร่งและทนทาน เหมาะสำหรับการบรรทุกสัมภาระหนัก และยังคงให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่น่าพอใจ การผสานกันของช่วงล่างหน้า-หลังนี้ ทำให้ “สมรรถนะ Isuzu D-Max” โดดเด่นในเรื่องของความสามารถในการรับน้ำหนักและเสถียรภาพในการทรงตัว ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเพื่อการขนส่ง การเดินทางท่องเที่ยว และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ระบบความปลอดภัย: มิติใหม่แห่งการปกป้องที่รอบด้าน
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของ “รถกระบะรุ่นใหม่ 2025” อย่าง “อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” ที่ไม่เพียงแต่ติดตั้งระบบความปลอดภัยพื้นฐานมาให้อย่างครบครัน แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ที่ล้ำสมัย เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเดินทางไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยที่สุด
เริ่มต้นด้วยระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน ทั้งถุงลมคู่หน้า (Dual SRS Airbags) ถุงลมด้านข้าง (SRS Side Airbags) และม่านถุงลมด้านข้าง (SRS Roof Rail Airbags) ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบปลดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถุงลม SRS ทำงาน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดในกรณีที่เกิดการชน ระบบปลดล็อกประตู One Motion Unlock เฉพาะด้านผู้ขับขี่ เพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกรถ
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS พร้อม EBD (ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์) และ BA (ระบบเสริมแรงเบรก) ทำงานร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพการเบรกสูงสุด ช่วยให้รถหยุดได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์ และระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถเมื่อต้องเบรกกะทันหัน
สำหรับระบบช่วยควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESC) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว (TCS) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของรถบนพื้นผิวถนนที่ลื่นหรือเมื่อเข้าโค้ง ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ช่วยให้การขับขี่ในเส้นทางขึ้น-ลงเขาเป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย
ในด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) “อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” จัดเต็มด้วยฟังก์ชันที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่:
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM) แจ้งเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา
ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถและระบบช่วยเบรกขณะถอยรถ (RCTA & RCTB) ช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติเมื่อตรวจพบสิ่งกีดขวางด้านหลังขณะถอย
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attention Assist) ตรวจจับและแจ้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่มีอาการอ่อนล้า
เซ็นเซอร์ช่วยกะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด ช่วยในการจอดรถในพื้นที่จำกัด
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) เพิ่มความปลอดภัยให้กับรถคันหลัง
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย
สัญญาณกันขโมย ปกป้องรถของคุณจากโจรกรรม
ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning – FCW) แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีความเสี่ยงในการชน
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking – AEB) ทำการเบรกอัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ หรือหลีกเลี่ยงการชน
ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน (Lane Departure Warning – LDW) แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Pedal Misapplication Mitigation – PMM) ป้องกันการชนจากความผิดพลาดในการใช้คันเร่ง
ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง (Manual Speed Limiter – MSL) ช่วยควบคุมความเร็วตามที่ต้องการ
ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam – AHB) ปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติเพื่อทัศนวิสัยที่ดีที่สุด
ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ (Multi-Collision Brake – MCB) ช่วยลดความเสียหายหลังการชนครั้งแรก
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา (Turn Assist with AEB) เพิ่มความปลอดภัยในการเลี้ยว
ระบบความปลอดภัยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ปกป้องผู้โดยสาร แต่ยังช่วยลดภาระในการขับขี่ และเพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง ทำให้ “ความปลอดภัยรถกระบะ” ของอีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV อยู่ในระดับแถวหน้าของตลาดอย่างแท้จริง
สรุป: อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV ทางเลือกที่ใช่สำหรับปี 2025
“อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” ไม่ได้เป็นเพียงรถกระบะธรรมดาๆ แต่คือการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของยานยนต์อย่างแท้จริง ด้วยราคาจำหน่าย 1,145,000 บาท ซึ่งอาจดูสูงกว่ารุ่นปกติ แต่เมื่อพิจารณาถึงเทคโนโลยี Mild Hybrid ที่ให้ “รถกระบะไฮบริด” คันนี้ประหยัดน้ำมันได้อย่างเหนือชั้น สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่ครบครัน ดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัย และระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่จัดเต็มมาให้ทั้งหมดแล้ว จะเห็นได้ว่า “ราคา Isuzu D-Max” ในรุ่นนี้มีความคุ้มค่าที่สูงมาก
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา “รถกระบะเพื่อการใช้งาน” ที่ไม่ใช่แค่แข็งแกร่งทนทาน แต่ยังต้องการนวัตกรรม ความประหยัด และความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม “อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV” คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ มันคือ “รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ” ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การขนส่งเพื่อธุรกิจ หรือการผจญภัยในวันหยุด เทคโนโลยี MHEV คือจุดแข็งที่ทำให้อีซูซุ ดีแมคซ์รุ่นนี้โดดเด่นจากคู่แข่งในตลาด และเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับปี 2025 ที่จะช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 MHEV จึงเป็นรถกระบะที่ครบเครื่อง ทั้งด้านสมรรถนะ ความประหยัด เทคโนโลยี และความปลอดภัย ตอบรับทุกความท้าทายของอนาคตอย่างมั่นใจ.

