ยอดจองทะลุเป้า: เจาะลึกครึ่งทาง Motor Expo 2025 และทิศทางตลาดรถยนต์ไทย
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ได้ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะได้เห็นภาพรวมของทิศทางตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและภูมิทัศน์การแข่งขันที่ดุเดือด ยอดจองสะสมจากทุกค่ายผู้ผลิต ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ทะยานไปแตะที่ 28,254 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยานยนต์รุ่นใหม่และโปรโมชั่นที่น่าสนใจที่ถูกนำเสนอภายในงาน
การวิเคราะห์ยอดจองครึ่งทางนี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นถึงแบรนด์ที่ได้รับความนิยม แต่ยังสะท้อนถึงเทรนด์สำคัญที่กำลังขับเคลื่อนตลาด ไม่ว่าจะเป็นความตื่นตัวในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด (HEV) ไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์ประเภทครอสโอเวอร์และเอสยูวีที่ยังคงเป็นขวัญใจมหาชน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมจะพาไปเจาะลึก 10 อันดับแรกของค่ายรถยนต์ที่ทำยอดจองได้อย่างโดดเด่น พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จและแนวโน้มตลาดที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของงานและปีหน้า
TOP 10 ยอดจอง Motor Expo 2025 (ครึ่งทาง)
อันดับ 1: Toyota ยอดจอง 4,808 คัน
Toyota ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยยอดจองที่ 4,808 คัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีมาอย่างยาวนาน กลยุทธ์ของ Toyota ในปีนี้ยังคงเน้นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ตั้งแต่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ไปจนถึงรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เน้นประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริดที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ในไทย
รถยนต์ที่มาแรงที่สุดของ Toyota ในงานนี้คือ Toyota Yaris Cross ครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพกต์ ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และที่สำคัญคือขุมพลังไฮบริดที่ให้การประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Toyota Safety Sense ที่มอบความอุ่นใจในการเดินทาง การนำเสนอ Yaris Cross รุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ที่มาพร้อมชุดแต่งสีดำเงาและรายละเอียดการออกแบบที่แตกต่างออกไป ได้ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคที่มองหาสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โปรโมชั่นพิเศษในงาน เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำ, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง, และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นยอดจองได้อย่างมีนัยสำคัญ Yaris Cross ไม่ได้เพียงแค่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม B-SUV แต่ยังเป็นตัวเลือกที่ฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่ผสานประสิทธิภาพการขับขี่เข้ากับการประหยัดเชื้อเพลิงในยุคปัจจุบัน
อันดับ 2: BYD ยอดจอง 2,537 คัน
BYD แบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากประเทศจีน ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจองสูงถึง 2,537 คัน แม้ว่าทางค่าย BYD จะยังไม่ได้แจ้งยอดจองอย่างเป็นทางการ แต่ตัวเลขดังกล่าวถูกประเมินจากข้อมูลการลงทะเบียนและอัตราส่วนยอดจองที่ “ซื้อรถ ชิงรถ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว BYD ได้ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาด EV ด้วยการนำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ครอบคลุมทุกความต้องการ
รถยนต์ที่มาแรงที่สุดคือ BYD Atto 3 ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้า 100% ที่ยังคงเป็นดาวเด่นและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยราคาที่สามารถจับต้องได้เมื่อเทียบกับสมรรถนะ ระยะทางวิ่งที่ไกล และเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ทันสมัย Atto 3 โดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ Blade Battery ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ดีไซน์ภายนอกและภายในที่ล้ำสมัย พร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะมากมาย ทำให้ Atto 3 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ การที่ BYD เข้าสู่มาตรการ EV 3.5 ในปีหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาปรับขึ้นเล็กน้อย ยิ่งกระตุ้นให้ผู้บริโภครีบตัดสินใจจองภายในงาน Motor Expo 2025 เพื่อรับราคาและโปรโมชั่นพิเศษ ณ ปัจจุบัน ความต้องการที่สูงมากถึงขั้นที่บางรุ่นย่อยอาจต้องสอบถามกับผู้จัดจำหน่ายโดยตรงเพื่อเช็กสถานะการส่งมอบ สะท้อนถึงความสำเร็จของ BYD ในการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน
อันดับ 3: Honda ยอดจอง 2,314 คัน
Honda ยังคงเป็นแบรนด์ขวัญใจชาวไทย ด้วยยอดจอง 2,314 คัน พิสูจน์ให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว Honda ได้นำเสนอรถยนต์ไฮบริดหลากหลายรุ่นภายใต้เทคโนโลยี e:HEV ที่ผสมผสานการขับขี่ที่ทรงพลังเข้ากับการประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
รุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงคือ Honda HR-V e:HEV ครอสโอเวอร์ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารที่กว้างขวางยืดหยุ่น และสมรรถนะการขับขี่จากระบบ Full Hybrid e:HEV ที่โดดเด่น แม้ HR-V e:HEV จะทำตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยการอัปเดตออปชั่นที่เหมาะสมและโปรโมชั่นที่น่าสนใจในงาน อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ, ประกันภัยชั้นหนึ่ง, และแพ็กเกจบำรุงรักษา ทำให้ยังคงครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ “Hunt” ภายในงานนี้เป็นครั้งแรก ยังช่วยเพิ่มความสดใหม่และทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการความพิเศษและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การผจญภัยมากขึ้น HR-V e:HEV ไม่ใช่เพียงรถยนต์ที่สวยงามและประหยัด แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและมั่นใจในแบบฉบับของ Honda
อันดับ 4: Omoda & Jaecoo ยอดจอง 1,940 คัน
Omoda & Jaecoo เป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่มาแรงและน่าจับตาในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจอง 1,940 คัน สะท้อนถึงการเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดของผู้ผลิตจีนได้อย่างชัดเจน แบรนด์เหล่านี้ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เน้นดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และที่สำคัญคือราคาที่สามารถแข่งขันได้สูง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นคือ Jaecoo 5 EV ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าที่มีราคาจำหน่ายที่น่าสนใจอย่างมาก Jaecoo 5 EV ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่ง สมบุกสมบัน แต่ยังคงความหรูหรา พร้อมขุมพลังไฟฟ้าที่ให้สมรรถนะสูงและระยะทางวิ่งที่น่าพอใจ การนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน Motor Expo 2025 เป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่เล็งรถรุ่นนี้ เพราะมีความเป็นไปได้ที่ราคาอาจมีการปรับขึ้นในปีหน้าเมื่อพิจารณาจากมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า การเข้าสู่ตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและราคาที่ดึงดูดใจ ทำให้ Omoda & Jaecoo สามารถสร้างฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในอนาคตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย
อันดับ 5: GAC Aion ยอดจอง 1,819 คัน
GAC Aion เป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่ทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและสร้างความประทับใจด้วยผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจตลอดปีที่ผ่านมา โดยมียอดจองสูงถึง 1,819 คัน GAC Aion โดดเด่นในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ที่แตกต่างและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในบูธคือ Aion UT แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าที่มีรูปทรงโดดเด่นไม่เหมือนใคร Aion UT มาพร้อมกับราคาพิเศษและโปรโมชั่นที่น่าสนใจในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันยอดจองให้พุ่งสูงขึ้น ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่าที่คาดไว้สำหรับรถยนต์ในกลุ่มแฮทช์แบ็กไฟฟ้า และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน ทำให้ Aion UT เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนเมืองที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดแต่มีสไตล์เป็นของตัวเอง ความนิยมใน Aion UT สูงถึงขั้นที่บางรุ่นย่อยอาจเริ่มหายากแล้ว สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างความต้องการในตลาด และ GAC Aion ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายเครือข่ายและบริการหลังการขายเพื่อรองรับการเติบโตในประเทศไทย
อันดับ 6: MG ยอดจอง 1,804 คัน
MG แบรนด์รถยนต์จากประเทศอังกฤษที่มีรากฐานจากจีน ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยยอดจอง 1,804 คัน MG ได้นำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่น ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้บริโภคชาวไทย การที่ MG ยังคงสามารถนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าราคาพิเศษก่อนหมดช่วงมาตรการ EV 3.0 ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขาย
รถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงคือ MG S5 EV ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าที่มาพร้อมรุ่นย่อยหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกันของผู้บริโภค จุดเด่นของ MG S5 EV คือราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งบางรุ่นย่อยมีราคาใกล้เคียงกับรถยนต์แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าบางรุ่น ทำให้ผู้ที่มองหารถยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น หันมาให้ความสนใจ MG S5 EV มากขึ้น ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ออปชั่นที่ครบครัน และสมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจ ทำให้ MG S5 EV เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่าในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ และ MG ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยการขยายสถานีชาร์จและศูนย์บริการทั่วประเทศ
อันดับ 7: Geely ยอดจอง 1,667 คัน
Geely แบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน ได้ฉลองการดำเนินธุรกิจครบ 1 ปีในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2025 นี้ พร้อมกับยอดจองที่ 1,667 คัน ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการทำตลาดในภูมิภาคนี้ Geely นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูง
รถยนต์ไฟฟ้าที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้และได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือ Geely EX2 แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่มาพร้อมออปชั่นที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองใหญ่ และที่สำคัญคือราคาพิเศษในงานที่ต่ำกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน EX2 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่น่ารัก ทันสมัย และขนาดที่กะทัดรัด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวและประหยัดพลังงาน การตั้งราคาที่แข่งขันได้สูง พร้อมกับเทคโนโลยีและคุณภาพมาตรฐาน Geely ทำให้ EX2 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ความสำเร็จนี้บ่งชี้ถึงศักยภาพของ Geely ในการเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยในอนาคต
อันดับ 8: GWM ยอดจอง 1,594 คัน
Great Wall Motor (GWM) แบรนด์รถยนต์ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังและสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดจอง 1,594 คัน GWM ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ย่อยต่างๆ เช่น Haval, ORA และ Tank ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์น่ารักไปจนถึงรถยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูง
รุ่นที่ได้รับความนิยมและสร้างกระแสอย่างต่อเนื่องคือ GWM Tank 300 Diesel เอสยูวีสายลุยที่มาพร้อมขุมพลังดีเซล ซึ่งแม้จะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ชื่นชอบรถยนต์สไตล์ออฟโรดที่ต้องการความแข็งแกร่ง ทนทาน และความสามารถในการขับขี่ที่สมบุกสมบัน Tank 300 Diesel โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่บึกบึน ฟังก์ชันการขับขี่แบบออฟโรดที่ครบครัน และห้องโดยสารที่หรูหราสะดวกสบาย การนำเสนอชุดตกแต่งพิเศษจำนวนจำกัดในชื่อ “Desert Storm” ที่มาพร้อมอุปกรณ์เสริมสำหรับการลุยที่เหนือชั้น ยิ่งเพิ่มมูลค่าและกระตุ้นความต้องการของกลุ่มลูกค้าเฉพาะทางได้เป็นอย่างดี GWM ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่มได้อย่างประสบความสำเร็จ
อันดับ 9: Deepal ยอดจอง 1,476 คัน
Deepal แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าภายใต้เครือ Changan Automobile ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้สนใจรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจองที่ 1,476 คัน Deepal ได้สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ดีไซน์โฉบเฉี่ยว และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว การเข้ามาของ Deepal ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกที่น่าสนใจในตลาด EV ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างสูงคือ Deepal S05 รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ ที่มาพร้อมทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อยและราคาที่เหมาะสม S05 โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารที่ล้ำสมัย พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่และฟังก์ชันการเชื่อมต่อที่ครบครัน ล่าสุดกับการเพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่ารุ่นย่อยอื่นๆ ซึ่งมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อยด้วยกัน ทำให้ Deepal S05 สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการระยะทางขับขี่ที่ยาวนานขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่ Deepal สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้ทั้งในด้านราคา สมรรถนะ และฟังก์ชันการใช้งาน ทำให้แบรนด์นี้เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย
อันดับ 10: Mitsubishi ยอดจอง 1,302 คัน
Mitsubishi เป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นที่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจอง 1,302 คัน Mitsubishi ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยความทนทาน ประหยัด และราคาที่สมเหตุสมผล การกลับมาพร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของแบรนด์ในยุคพลังงานทางเลือก
รถยนต์ที่น่าสนใจและได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องคือ Mitsubishi Xforce HEV ครอสโอเวอร์ขุมพลังไฮบริด ที่มาพร้อมดีไซน์ที่บึกบึน แข็งแกร่ง และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย เพื่อรองรับการใช้งานในสภาพถนนที่แตกต่างกัน Xforce HEV ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่มีดีไซน์ดึงดูดใจ แต่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน และลดมลภาวะ การเสริมด้วยโปรโมชั่นที่น่าสนใจในงาน Motor Expo 2025 อาทิ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ, ฟรีประกันภัย, และชุดของแถมพิเศษ ทำให้ Mitsubishi Xforce HEV เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ครอสโอเวอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและท่องเที่ยว Xforce HEV เป็นอีกหนึ่งความพยายามของ Mitsubishi ในการกลับมาสร้างความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก
ภาพรวมและแนวโน้มตลาดรถยนต์ไทยใน Motor Expo 2025
จากยอดจองครึ่งทางของงาน Motor Expo 2025 เราสามารถสรุปแนวโน้มและข้อสังเกตที่สำคัญได้ดังนี้:
การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงร้อนแรง: แบรนด์จีนยังคงเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการกระตุ้นตลาด EV ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ราคาที่แข่งขันได้ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความพร้อมและเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันที่ดุเดือดในกลุ่ม EV ทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์จากทางเลือกที่มากขึ้นและโปรโมชั่นที่น่าสนใจ
รถยนต์ไฮบริด (HEV) ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่ง: แม้กระแส EV จะมาแรง แต่รถยนต์ไฮบริด โดยเฉพาะจากแบรนด์ญี่ปุ่น ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยความน่าเชื่อถือ ประหยัดน้ำมัน และไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ทำให้ HEV เป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญก่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ EV อย่างเต็มรูปแบบ
กลุ่มครอสโอเวอร์และเอสยูวีครองใจมหาชน: ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ไฮบริด กลุ่มครอสโอเวอร์และเอสยูวียังคงเป็นเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง ความอเนกประสงค์ และดีไซน์ที่ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางไกล
โปรโมชั่นและมาตรการภาครัฐมีอิทธิพลอย่างมาก: โปรโมชั่นพิเศษจากค่ายรถยนต์ เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำ, ฟรีประกันภัย, หรือการรับประกันที่ยาวนาน รวมถึงมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ (EV 3.0/3.5) มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วง Motor Expo
การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากแบรนด์จีน: แบรนด์รถยนต์จากจีนได้เข้ามาสร้างความสั่นสะเทือนในตลาดอย่างรวดเร็ว ด้วยกลยุทธ์ด้านราคาและเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ทำให้แบรนด์รถยนต์ดั้งเดิมต้องปรับตัวและพัฒนากลยุทธ์เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาด
โดยสรุปแล้ว Motor Expo 2025 ในช่วงครึ่งทางได้แสดงให้เห็นถึงความคึกคักของตลาดรถยนต์ไทยที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีรถยนต์พลังงานทางเลือกเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นกว่าเดิม และการแข่งขันก็เป็นไปอย่างดุเดือด ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ยังคงจัดแสดงและเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี สำหรับผู้ที่จองรถยนต์ภายในงานยังมีสิทธิ์ร่วมแคมเปญ “ซื้อรถ ชิงรถ” โดยมีรางวัลใหญ่ในปีนี้คือ Avatr 11 มูลค่า 2,099,000 บาท อย่าพลาดโอกาสสุดท้ายในการสัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่คุณไม่ควรพลาด!

