เปิดขุมทรัพย์กระบะ 4 ประตู! 3 รุ่นเด็ด ห้ามพลาดใน Motor Expo 2025 กับข้อเสนอสุดเร้าใจ ต่ำกว่า 8 แสนบาท!
ในโลกของยานยนต์ปี 2025 ที่เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งในเซ็กเมนต์ที่ยังคงครองใจคนไทยได้อย่างเหนียวแน่นคือ “รถกระบะ 4 ประตู” ด้วยความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางกับครอบครัว ไปจนถึงภารกิจงานที่ต้องบุกตะลุยได้อย่างลงตัว ไม่แปลกใจที่หลายคนกำลังมองหารถคู่ใจคันใหม่ ที่มาพร้อมความคุ้มค่าและสมรรถนะที่ไว้วางใจได้ และแน่นอนว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการค้นหารถในฝันก็คือ “งาน Motor Expo 2025” มหกรรมยานยนต์ที่รวบรวมข้อเสนอสุดพิเศษเอาไว้มากมาย
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมเข้าใจดีว่าการเลือกรถกระบะสักคันไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือการลงทุนในยานพาหนะที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณไปอีกหลายปี วันนี้ “Autoinfo” จึงขอพาทุกท่านไปเจาะลึก 3 ขุมทรัพย์รถกระบะ 4 ประตู ที่มาพร้อมราคาพิเศษสุดช็อก “ไม่เกิน 800,000 บาท” ในงาน Motor Expo 2025 นี้เท่านั้น! เตรียมพบกับโปรโมชั่นที่ยากจะปฏิเสธสำหรับพนักงานประจำ หรือใครก็ตามที่มองหารถกระบะขับง่าย เกียร์อัตโนมัติ และฟังก์ชันครบครัน ที่สำคัญคือ ทั้ง 3 รุ่นนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลุย สายครอบครัว หรือสายรักษ์โลก ก็มีตัวเลือกที่ใช่รอคุณอยู่ มาร่วมค้นหาคำตอบว่ารถกระบะรุ่นไหนที่จะตอบโจทย์ “ไลฟ์สไตล์กระบะปี 2025” ของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
New GWM Poer Sahar Diesel รุ่น 2.4T Pro Double Cab Auto: พลังพรีเมียมในราคาสุดเร้าใจ!
ในราคาเพียง 799,000 บาท (ลดไปถึง 50,000 บาท จากราคาปกติ 849,000 บาท) New GWM Poer Sahar Diesel รุ่น 2.4T Pro Double Cab Auto คือหนึ่งในข้อเสนอที่ร้อนแรงที่สุดในงาน Motor Expo 2025 นี้ สำหรับใครที่กำลังมองหา “รถกระบะพรีเมียม” ที่ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ แต่ยังอัดแน่นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลอันทันสมัย นี่คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม
GWM หรือ Great Wall Motor ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ที่เหนือความคาดหมาย และ Poer Sahar Diesel ก็ตอกย้ำภาพลักษณ์นั้นได้เป็นอย่างดี การเปิดตัวครั้งแรกในงาน “Tank Fest 2025” สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ GWM ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่รถกระบะสมรรถนะสูงระดับสากลให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
หัวใจแห่งขุมพลัง:
ภายใต้ฝากระโปรงของ New GWM Poer Sahar Diesel คือเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งพิสูจน์แล้วถึงประสิทธิภาพและความทนทานในรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง New GWM Tank 300 Diesel และ New GWM Tank 500 Diesel มาพร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ที่ช่วยให้การตอบสนองของเครื่องยนต์รวดเร็วทันใจในทุกช่วงรอบ ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9AT) มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล แม่นยำ และทรงพลัง ทำให้การขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซง การบรรทุกหนัก หรือการเดินทางไกล ก็ไร้ซึ่งความกังวล “เทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล” ของ GWM คือการผสานสมรรถนะเข้ากับความประหยัดน้ำมันได้อย่างลงตัว
ดีไซน์ที่สะท้อนความแกร่งและหรูหรา:
New GWM Poer Sahar Diesel โดดเด่นด้วยมิติที่กำยำ ยาว 5,445 มม. กว้าง 1,991 มม. สูง 1,924 มม. และระยะฐานล้อ 3,350 มม. ซึ่งมอบความกว้างขวางและมั่นคงในการขับขี่ รูปลักษณ์ภายนอกถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนความสปอร์ตและความพรีเมียมอย่างแท้จริง ด้วยกระจังหน้าสีดำ ราวหลังคา และบันไดข้างสีดำ กรอบหน้าต่างสีดำตัดกับตัวรถได้อย่างลงตัว ไฟหน้าและไฟท้ายรมดำเพิ่มความดุดัน พร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ที่จับคู่กับยาง 265/60 R18 ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูแข็งแกร่งและพร้อมลุยทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนลาดยาง หรือการผจญภัยในเส้นทางออฟโรด ด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถ 224 มม. และความสามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 800 มม. Poer Sahar Diesel ก็พร้อมพาคุณไปได้ทุกที่
สำหรับรุ่นย่อยที่จัดแสดงในงาน Motor Expo 2025 และมีราคาพิเศษช่วงเปิดตัว ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่
New GWM Poer Sahar Diesel รุ่น 2.4T Pro Double Cab Auto ราคา 799,000 บาท
New GWM Poer Sahar Diesel รุ่น 2.4T Ultra Double Cab Auto ราคา 899,000 บาท
New GWM Poer Sahar Diesel รุ่น 2.4T Ultra Double Cab Auto 4WD ราคา 999,000 บาท
โดยมีสีภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ และสีเทา ที่ช่วยเติมเต็มบุคลิกแข็งแกร่งและพรีเมียมได้อย่างชัดเจน
ภายในห้องโดยสารที่เหนือระดับ:
ก้าวเข้ามาภายใน คุณจะพบกับห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำสุดหรู เน้นบรรยากาศที่เรียบหรูและทันสมัย มอบความรู้สึกมั่นใจและผ่อนคลายตลอดการเดินทาง การจัดวางพื้นที่ใช้งานอย่างลงตัว รองรับทั้งภารกิจงานบุกลุยและการใช้ชีวิตแบบพรีเมียมบนทุกเส้นทาง ด้วยเบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ วัสดุคุณภาพสูง และพื้นที่เก็บสัมภาระที่คิดมาอย่างดี คุณจะสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ที่จะทำให้ทุกการเดินทางกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ สำหรับใครที่กำลังมองหา “กระบะออฟโรด” ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการออกทริปผจญภัย GWM Poer Sahar Diesel คือคำตอบที่ใช่
Ford Ranger XLS 2.0 T 170 แรงม้า: แกร่ง ทนทาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ในราคาที่เอื้อมถึง!
เมื่อพูดถึง “รถกระบะใช้งานหนัก” และความคุ้มค่า คงหนีไม่พ้นชื่อ Ford Ranger ซึ่งในงาน Motor Expo 2025 นี้ Ford ได้ส่ง Ranger XLS 2.0 T 170 แรงม้า มาพร้อมราคาพิเศษเพียง 799,000 บาท (ลดไปถึง 125,000 บาท จากราคาปกติ 924,000 บาท) นับเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือผู้ที่กำลังมองหา “กระบะเพื่อการพาณิชย์” ที่สามารถเป็นได้ทั้งเพื่อนร่วมงานที่แกร่งทน และรถครอบครัวที่สะดวกสบาย
Ford Ranger XLS คือรถกระบะ 4 ประตูยกสูง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์อย่างแท้จริง ด้วยปรัชญา “Built Ford Tough” ที่ฝังรากลึกใน DNA ของรถกระบะ Ford ทุกคัน คุณจึงมั่นใจได้ในความแข็งแกร่งของตัวถังและช่วงล่าง ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อเสริมมาดสปอร์ตและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างครบครัน ทำให้ Ranger XLS เป็นมากกว่าแค่รถกระบะ แต่คือพาร์ทเนอร์ที่พร้อมลุยไปกับคุณในทุกสถานการณ์
ดีไซน์ที่พร้อมลุย และฟังก์ชันที่คิดมาเพื่อคุณ:
Ranger XLS มีการเพิ่มเติมอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษจากโรงงานอย่าง “โรลล์บาร์ใหม่” ที่ไม่เพียงแค่เพิ่มความดุดันและสปอร์ตให้กับตัวรถ แต่ยังเพิ่มประโยชน์ใช้สอยในการบรรทุกสัมภาระ นอกจากนี้ ฟังก์ชันที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์คือฝาท้ายกระบะที่สามารถปรับเป็น “โต๊ะทำงานช่างอเนกประสงค์” ได้อย่างชาญฉลาด พร้อมจุดยึดอุปกรณ์ช่าง 2 จุด และไม้บรรทัดวัดขนาดแบบ Built-in ที่แบ่งระยะวัดทุก 10 มิลลิเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้งานอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นช่าง ผู้รับเหมา หรือเพียงแค่มองหา “รถกระบะอเนกประสงค์” ที่ช่วยให้งานของคุณง่ายขึ้น Ranger XLS คือคำตอบ
มิติตัวรถ:
ยาว 5,370 มิลลิเมตร
กว้าง 1,918 มิลลิเมตร
สูง 1,884 มิลลิเมตร
ระบบส่งกำลังและช่วงล่างที่ไว้วางใจได้:
Ford Ranger XLS มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ที่มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและเหมาะสมกับสภาพการขับขี่ ดิสก์เบรกหน้าพร้อมครีบระบายความร้อน ช่วยให้การเบรกมีประสิทธิภาพและมั่นใจได้ ล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 255/70 R17 ช่วยเสริมความแกร่งและมั่นคงในการขับขี่
ฟังก์ชันภายนอกที่สะดวกสบาย:
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ไฟตัดหมอกหน้า
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
บันไดข้าง และบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย ที่ช่วยให้การขึ้น-ลง และการใช้งานกระบะท้ายเป็นไปอย่างง่ายดาย
กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ เพิ่มความกลมกลืนและสวยงาม
ภายในและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย:
ห้องโดยสารของ Ranger XLS ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยเบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารปรับ 4 ทิศทาง กล้องมองหลังขณะถอยจอด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและคล่องตัวในการจอด หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi Touch ขนาด 10.1 นิ้ว เป็นศูนย์กลางของ “เทคโนโลยีรถกระบะ” ในห้องโดยสาร รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A ซึ่งเป็นนวัตกรรมของ Ford ที่ใช้งานง่ายและฉลาดล้ำ พร้อมรองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto ให้คุณเชื่อมต่อโลกดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ หน้าจอแสดงผลหน้าปัดสีขนาด 8 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างชัดเจน พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม และสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการควบคุมขณะขับขี่
ข้อเสนอสุดพิเศษและการรับประกันที่อุ่นใจ:
Ford Ranger XLS มีราคาจำหน่ายพิเศษ 799,000 บาท เฉพาะช่วงเวลางาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 โดยมีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว อาร์คทิค ไวท์ นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ฟรี 5 ปี มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน “ประกันรถกระบะ” ที่ครอบคลุมนี้คือสิ่งที่ตอกย้ำถึงความมั่นใจในคุณภาพของ Ford Ranger อย่างแท้จริง
Geely Riddara RD6 Econ 63 kWh 2WD: ก้าวสู่โลก EV Pickup ด้วยราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้!
ปฏิวัติวงการ “รถกระบะไฟฟ้า” ในประเทศไทย ด้วย Geely Riddara RD6 Econ 63 kWh 2WD ที่มาพร้อมราคาพิเศษเพียง 719,000 บาท ในงาน Motor Expo 2025! พร้อมโปรโมชั่นที่น่าสนใจยิ่งกว่า: ลดเพิ่ม 20,000 บาท และแถมเบาะไฟฟ้าด้านคนขับ เมื่อจองรถภายในงานด้วยเงินเพียง 2,000 บาท นับเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่ต้องการ “EV Pickup” ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Geely Riddara RD6 เป็นการประกาศจุดยืนของ Geely ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ด้วยการนำเสนอรถกระบะ EV ที่เน้นความคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย รุ่น Econ 63 kWh 2WD นี้ถูกออกแบบมาโดยการตัดออปชันที่ไม่จำเป็นออก อาทิ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ หรือเปลี่ยนไปใช้ล้อกระทะและเบาะผ้าที่ปรับด้วยมือ เพื่อกดราคาให้สามารถแข่งขันได้มากที่สุด แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะพื้นฐานของ “รถยนต์ไฟฟ้าปี 2025” ที่ยอดเยี่ยม
ปัจจุบัน Geely Riddara RD6 มีรุ่นให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่:
Econ 63 kWh 2WD วิ่งไกล 369 กม. (NEDC) ราคา 739,000 บาท (ราคาพิเศษ 719,000 บาท พร้อมส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท)
Econ 73.9 kWh 2WD วิ่งไกล 461 กม. (NEDC) ราคา 849,000 บาท
Econ 73.9 kWh 4WD วิ่งไกล 424 กม. (NEDC) ราคา 999,000 บาท
มิติตัวถังและขีดความสามารถในการบรรทุก:
Geely Riddara RD6 มีขนาดตัวถังที่กว้างขวางและเหมาะสมกับการใช้งานในเมืองและชานเมือง โดยมีความยาว 5,260 มิลลิเมตร กว้าง 1,900 มิลลิเมตร สูง 1,880 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ (Wheelbase) 3,120 มิลลิเมตร มีระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) 225 มิลลิเมตร ที่ช่วยให้สามารถผ่านอุปสรรคเล็กน้อยได้สบายๆ สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 1,030 กิโลกรัม และรองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด 2,500 กิโลกรัม (สำหรับรุ่น 2WD) ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานหลากหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่การบรรทุกสัมภาระสำหรับการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังสามารถลุยน้ำลึกได้ถึง 500 มิลลิเมตร (2WD) ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่น่าประทับใจสำหรับรถกระบะไฟฟ้า
พื้นที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์:
พื้นที่กระบะด้านท้ายมีขนาดความยาว x กว้าง x ลึก: 1,525 x 1,450 x 540 มิลลิเมตร มีขนาดความจุถึง 1,200 ลิตร ตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี ที่เก็บสัมภาระด้านหน้า หรือ Frunk มีขนาด 70 ลิตร เหมาะสำหรับเก็บของใช้ส่วนตัว หรืออุปกรณ์ที่ต้องการความปลอดภัย และยังมีที่เก็บของใต้เบาะนั่งด้านหลังขนาด 48 ลิตร เพิ่มความสะดวกสบายในการจัดเก็บสิ่งของชิ้นเล็กๆ
ขุมพลังไฟฟ้าแห่งอนาคต:
Geely Riddara RD6 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) มอบพละกำลังสูงสุด 244 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 309 นิวตันเมตร ซึ่งให้การออกตัวที่กระฉับกระเฉงและแรงบิดที่มาทันทีตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ขนาดความจุ 63 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.1 วินาที ความเร็วสูงสุด (Top Speed) 160 กม./ชม. และมีระยะทางที่วิ่งได้ 369 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะกลาง “ลดค่าใช้จ่ายรถยนต์” ในระยะยาว ด้วยต้นทุนพลังงานไฟฟ้าที่ถูกกว่าน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด
การชาร์จที่สะดวกสบาย:
รองรับการชาร์จ Type 2/CCS Combo ในรุ่น 63 kWh 2WD สามารถรับกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ และกระแสตรง DC Fast Charging รองรับสูงสุด 90 กิโลวัตต์ ทำให้สามารถ “ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” จาก 30-80 % ได้ภายในเวลาเพียง 32 นาที ซึ่งเป็นความเร็วที่น่าพอใจและช่วยลดความกังวลเรื่องระยะเวลาการชาร์จในการเดินทางไกล
การรับประกันที่สร้างความมั่นใจ:
Geely Riddara RD6 มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 6 ปี หรือ 150,000 กม. และรับประกันแบตเตอรี่ High-Voltage นาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ซึ่งเป็นการรับประกันที่ยาวนานและครอบคลุม สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่
โปรโมชั่นห้ามพลาดในงาน Motor Expo 2025:
หากซื้อภายในงาน Motor Expo 2025 เพียงจองรถ Geely Riddara RD6 Econ ด้วยเงิน 2,000 บาท สามารถแลกส่วนลดได้ 20,000 บาท และจะแถมเบาะไฟฟ้าฝั่งคนขับให้ฟรี! โปรโมชันนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 เท่านั้น ห้ามพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของ “รถกระบะไฟฟ้า” ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด!
เลือกกระบะคู่ใจสไตล์คุณ: คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
การเลือกรถกระบะ 4 ประตูสักคันในปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้ว่าความต้องการหลักของคุณคืออะไร ทั้ง 3 รุ่นที่เรานำเสนอในวันนี้ ล้วนมีจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย:
New GWM Poer Sahar Diesel: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ “รถกระบะพรีเมียม” ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เทคโนโลยีล้ำสมัย และดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา หากคุณเป็นสายผจญภัยที่ต้องการความสบายเหนือระดับ หรือต้องการรถกระบะที่ดูดีมีสไตล์ในการใช้งานในเมือง Poer Sahar คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง
Ford Ranger XLS: คือคำตอบสำหรับผู้ที่มองหา “รถกระบะใช้งานหนัก” ที่คุ้มค่าและเชื่อถือได้ ด้วยตำนานความแกร่งของ Ford Ranger ฟังก์ชันกระบะท้ายที่เป็นได้ทั้งโต๊ะทำงาน และเทคโนโลยี SYNC 4A ที่ทันสมัย ทำให้ Ranger XLS เป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมลุยทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง ธุรกิจขนาดเล็ก หรือการเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ
Geely Riddara RD6 Econ: คือทางเลือกแห่งอนาคตสำหรับผู้ที่พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคของ “รถกระบะไฟฟ้า” ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางในระยะยาว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ “EV Pickup” สำหรับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรือผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ที่ยาวนาน สร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว
ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกรุ่นใด สิ่งสำคัญคือการได้สัมผัสประสบการณ์จริง อย่าพลาดโอกาสในการเยี่ยมชมบูธของแต่ละแบรนด์ในงาน Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 เพื่อทดลองขับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และรับข้อเสนอสุดพิเศษเหล่านี้ ข้อเสนอเหล่านี้มีจำกัด และเป็นโอกาสที่คุณจะได้เป็นเจ้าของ “รถกระบะรุ่นใหม่” ในราคาที่ไม่อาจหาได้ง่ายๆ อีกต่อไป
ลงทุนในรถกระบะที่ใช่ คือการลงทุนในอนาคตที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด พบกันที่งาน Motor Expo 2025!

