ส่อง 10 อันดับยอดจองรถยนต์งาน Motor Expo 2025: ไขรหัสเทรนด์ยานยนต์อนาคตครึ่งทางสุดท้าย
มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 จุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมไทย
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งทางของการจัดงาน (29 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2565) ซึ่งได้กวาดรวดยอดจองรถยนต์จากทุกค่ายไปแล้วกว่า 28,254 คัน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่จำนวน แต่คือภาพสะท้อนเทรนด์ของผู้บริโภค ทิศทางการแข่งขันของแต่ละแบรนด์ และอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความตื่นตัวในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือการมองหาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมจะพาเจาะลึก 10 อันดับแรกของยอดจอง พร้อมวิเคราะห์ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังความสำเร็จของแต่ละค่าย และรถยนต์ที่ “มาแรง” ที่สุดในช่วงครึ่งทางของงานนี้
การจัดงาน Motor Expo 2025 ในปีนี้มีความพิเศษหลายประการ นอกเหนือจากการเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวและแสดงนวัตกรรมยานยนต์รุ่นใหม่จากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคจำนวนมากตัดสินใจลงทุนกับยานพาหนะคู่ใจ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่มาตรการ EV 3.5 ในปีหน้า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค บทความนี้จะถอดรหัสยอดจองเหล่านี้ เพื่อให้คุณเข้าใจภาพรวมของตลาดและความนิยมของรถยนต์แต่ละประเภทได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เจาะลึก 10 อันดับยอดจองรถยนต์ครึ่งทาง Motor Expo 2025
อันดับ 1: Toyota ยอดจอง 4,808 คัน – ผู้นำที่ไร้เทียมทานกับการปรับตัวที่ไม่หยุดนิ่ง
Toyota (โตโยตา) ยังคงยืนหยัดในตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจองสูงถึง 4,808 คัน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์จะเผชิญกับความท้าทายจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้า แต่ Toyota ก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งรถยนต์สันดาปภายใน รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า
รถยนต์ที่มาแรงที่สุดของ Toyota ในงานนี้คือ Toyota Yaris Cross (ยารีส ครอสส์) ครอสโอเวอร์ขนาดพอเหมาะที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และสมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจ ด้วยตำแหน่งทางการตลาดที่เข้าถึงง่ายและโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ ทำให้ Yaris Cross เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล นอกจากนี้ การเพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกและความน่าสนใจให้กับรุ่นนี้มากยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Toyota ในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมทั้งยังมีการจัดแสดง Hilux Travo (ไฮลักซ์ ทราโว) ซึ่งเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งในตลาดรถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์ของแบรนด์ โตโยต้ายังคงเป็นเจ้าตลาดที่น่าจับตามองในทุกมิติ ทั้งด้าน บริการหลังการขาย ที่แข็งแกร่งและ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
อันดับ 2: BYD ยอดจอง 2,537 คัน – พลังขับเคลื่อนแห่งยุค EV ที่ไม่มีใครหยุดได้
BYD (บีวายดี) ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจองสูงถึง 2,537 คัน ซึ่งตัวเลขนี้คำนวณจากยอดผู้ลงทะเบียนที่สนใจจองรถยนต์จากข้อมูลของผู้จัดงาน เนื่องจาก BYD ไม่ได้แจ้งยอดจองโดยตรง ณ ตอนนี้ แต่ถึงกระนั้น ตัวเลขดังกล่าวก็สะท้อนถึงความสนใจอย่างล้นหลามที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนรายนี้
รถยนต์ที่มาแรงที่สุดคือ BYD Atto 3 (อัตโต 3) ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าที่เข้ามาพลิกโฉมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่ได้รับการยอมรับด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าประทับใจ Atto 3 ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มราคาใกล้เคียงกัน ความต้องการที่สูงมากส่งผลให้บางรุ่นย่อยอาจต้องสอบถามกับผู้จัดจำหน่ายโดยตรงเพื่อเช็กสต็อกและระยะเวลาการส่งมอบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่ไม่ธรรมดา โปรโมชั่นราคาพิเศษก่อนที่มาตรการ EV 3.5 จะเริ่มใช้ในปีหน้า ยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นยอดจองให้พุ่งสูงขึ้น BYD ไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายรถยนต์ แต่เป็นหนึ่งในหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง และการลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ EV ที่เพิ่มมากขึ้น
อันดับ 3: Honda ยอดจอง 2,314 คัน – ความลงตัวของสมรรถนะและเทคโนโลยีไฮบริด
Honda (ฮอนดา) ยังคงเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดรถยนต์ไทย ด้วยยอดจอง 2,314 คัน ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของรถยนต์ฮอนด้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด e:HEV ที่เป็นหัวใจหลักในการทำตลาดของแบรนด์
รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานคือ Honda HR-V e:HEV (เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี) ครอสโอเวอร์คันเก่งที่แม้จะทำตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังคงสามารถรักษาความนิยมได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น ออปชันที่ครบครัน และเทคโนโลยีไฮบริดที่มอบทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมและการประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ โปรโมชั่นที่น่าสนใจภายในงานยิ่งช่วยตอกย้ำความน่าดึงดูดของรุ่นนี้ นอกจากนี้ การเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ “Hunt (ฮันท์)” เป็นครั้งแรกในงานนี้ ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกและความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นนำเสนอ รถยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูง ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย พร้อมทั้งยกระดับ มาตรฐานความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่
อันดับ 4: Omoda & Jaecoo ยอดจอง 1,940 คัน – คลื่นลูกใหม่จากจีนที่น่าจับตามอง
Omoda & Jaecoo หนึ่งในค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่มาแรงที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจอง 1,940 คัน แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาสร้างพื้นที่ในตลาดไทยได้อย่างรวดเร็วและน่าสนใจ แบรนด์เหล่านี้เข้ามาพร้อมกับแนวคิดใหม่ๆ และความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัยและคุ้มค่า
รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นคือ Jaecoo 5 EV (เจคู 5 อีวี) ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่ล้ำสมัยและราคาที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง กระแสความสนใจที่มีมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมายังคงต่อเนื่องมาถึงงาน Motor Expo 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกระแสว่าราคาอาจจะมีการปรับขึ้นในปีหน้า ทำให้ผู้บริโภครีบตัดสินใจจับจองเป็นเจ้าของ Jaecoo 5 EV ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ รถยนต์พรีเมียมจากจีน ที่ผสาน เทคโนโลยีอัจฉริยะ เข้ากับการออกแบบที่ประณีต Omoda & Jaecoo กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงแบรนด์เดิมๆ อีกต่อไป
อันดับ 5: GAC Aion ยอดจอง 1,819 คัน – การเติบโตอย่างมั่นคงของ EV แบรนด์จีน
GAC Aion (จีเอซี ไอออน) เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่ทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและนำเสนอรถยนต์ที่น่าสนใจมาโดยตลอด ด้วยยอดจอง 1,819 คัน สะท้อนถึงการเติบโตที่มั่นคงและความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์
รถยนต์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในงานนี้คือ Aion UT (ไอออน ยูที) แฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้าที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น มาพร้อมกับราคาพิเศษและโปรโมชั่นสุดคุ้มภายในงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Aion UT ได้รับความนิยมอย่างมาก จนกระทั่งบางรุ่นย่อยอาจเริ่มหายากในตลาดแล้ว Aion UT ไม่ได้เป็นแค่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานระหว่าง ดีไซน์ล้ำสมัย และ สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม GAC Aion กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ในประเทศไทย
อันดับ 6: MG ยอดจอง 1,804 คัน – ผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาด
MG (เอมจี) ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ด้วยยอดจอง 1,804 คัน ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดึงดูดลูกค้าและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างต่อเนื่อง MG ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้ให้กับผู้บริโภคชาวไทย และยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า
รถยนต์ที่ได้รับความนิยมคือ MG S5 EV (เอมจี เอส 5 อีวี) ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าที่มีหลากหลายรุ่นย่อย โดยเฉพาะรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาใกล้เคียงกับแฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้าบางรุ่น ทำให้ MG S5 EV เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์ในงบประมาณที่จำกัด โปรโมชั่นราคาพิเศษก่อนหมดมาตรการ EV 3.0 ยิ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ยอดจองพุ่งสูงขึ้น MG ยังคงเป็นผู้นำในการนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ พร้อมทั้งขยาย เครือข่ายสถานีชาร์จ และ ศูนย์บริการ เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
อันดับ 7: Geely ยอดจอง 1,667 คัน – ก้าวแรกที่มั่นคงในตลาดไทย
Geely (จีลี) ฉลองการทำตลาดในประเทศไทยครบ 1 ปีพอดีในงาน Motor Expo 2025 นี้ ด้วยยอดจองที่ 1,667 คัน ถือเป็นการเติบโตที่ชัดเจนและน่าประทับใจสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยไม่นาน Geely แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพในการแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
รถยนต์ไฟฟ้าที่เปิดตัวครั้งแรกในงานและได้รับความสนใจอย่างมากคือ Geely EX2 (อีเอกซ์ 2) แฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับออปชันที่เหมาะสมและราคาพิเศษภายในงานที่ต่ำกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน ทำให้ EX2 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน Geely กำลังสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่นำเสนอ เทคโนโลยีทันสมัย และ ราคาที่แข่งขันได้ พร้อมทั้งวางแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมใน การผลิตและวิจัยในประเทศไทย เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในตลาดนี้
อันดับ 8: GWM ยอดจอง 1,594 คัน – ความหลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
GWM (เกรท วอลล์ มอเตอร์) เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์จากจีนที่ทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ย่อยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Haval, Ora หรือ Tank ด้วยยอดจองรวม 1,594 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเซกเมนต์ที่แตกต่างกัน
รถยนต์ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในงานคือ GWM Tank 300 Diesel (แทงค์ 300 ดีเซล) แม้จะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว แต่กระแสความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ SUV สไตล์สมบุกสมบันยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่ง สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในการขับขี่แบบออฟโรด และราคาที่น่าสนใจ ทำให้ Tank 300 Diesel เป็นตัวเลือกที่ไม่เป็นรองใครในกลุ่มนี้ นอกจากนี้ การนำเสนอชุดตกแต่งพิเศษจำนวนจำกัด Desert Storm ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าและความพิเศษให้กับรุ่นนี้ GWM ยังคงเป็นผู้นำในการนำเสนอ รถยนต์ SUV อเนกประสงค์ และ รถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเป็น ผู้นำเทคโนโลยี ในอุตสาหกรรมยานยนต์
อันดับ 9: Deepal ยอดจอง 1,476 คัน – รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมจาก Changan ที่กำลังมาแรง
Deepal (ดีพอล) ภายใต้แบรนด์ Changan (ฉางอัน) ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจอง 1,476 คัน Deepal ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาเติมเต็มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเซกเมนต์ที่เน้นความพรีเมียมและเทคโนโลยีล้ำสมัย
รถยนต์ที่ได้รับความสนใจคือ Deepal S05 (เอส 05) รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ที่มีทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อยและราคาที่เหมาะสม ล่าสุดกับการเพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่ารุ่นย่อยอื่นๆ โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อยด้วยกัน การนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลายนี้ทำให้ Deepal S05 สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีระยะทางขับขี่ที่น่าเชื่อถือและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน Deepal S05 เป็นตัวอย่างของ รถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานความหรูหราเข้ากับประสิทธิภาพ และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่ยุคไฟฟ้า
อันดับ 10: Mitsubishi ยอดจอง 1,302 คัน – การกลับมาอย่างแข็งแกร่งของญี่ปุ่นด้วยขุมพลังไฮบริด
Mitsubishi (มิตซูบิชิ) หนึ่งในค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นที่ยังคงได้รับความสนใจไม่น้อย ด้วยยอดจอง 1,302 คัน แสดงให้เห็นถึงความพยายามของมิตซูบิชิในการกลับมาสร้างความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หลังจากที่มุ่งเน้นไปที่รถกระบะและรถยนต์ PPV มาอย่างยาวนาน
รถยนต์ที่น่าสนใจคือ Mitsubishi Xforce HEV (มิตซูบิชิ เอกซ์ฟอร์ศ เอชอีวี) ครอสโอเวอร์ขุมพลังไฮบริดที่มาพร้อมกับรูปทรงที่บึกบึน โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และโหมดการขับขี่ที่หลากหลายที่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ต่างๆ ได้อย่างลงตัว เสริมด้วยโปรโมชั่นที่น่าสนใจภายในงาน ทำให้ Xforce HEV เป็นรถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในบูธ Mitsubishi กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันในตลาดครอสโอเวอร์ ด้วยการนำเสนอ รถยนต์ไฮบริดที่ทันสมัย และ แข็งแกร่ง พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าด้วย บริการหลังการขายที่เป็นเลิศ
บทสรุปและทิศทางตลาดในอนาคต
ยอดจองครึ่งทางของงาน Motor Expo 2025 ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่เข้ามาสร้างความคึกคักและกดดันผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมให้ต้องเร่งปรับตัว อย่างไรก็ตาม แบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Toyota และ Honda ก็ยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฮบริดและโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ยังคงดำเนินไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ผู้ที่สนใจจองรถยนต์ภายในงานยังมีสิทธิ์ร่วมรายการ “ซื้อรถ ชิงรถ” โดยมีรางวัลใหญ่สำหรับปีนี้คือ Avatr 11 มูลค่า 2,099,000 บาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่ดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาเยี่ยมชมและตัดสินใจซื้อ
อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2025 และปีต่อๆ ไป จะยังคงเต็มไปด้วยการแข่งขันที่เข้มข้น นวัตกรรมใหม่ๆ และการปรับตัวที่ไม่หยุดนิ่ง ทั้งจากนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริม ยานยนต์ไฟฟ้า และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การเลือกซื้อ รถยนต์ในยุคดิจิทัล จึงไม่ใช่แค่การเลือกรถ แต่เป็นการเลือกไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยีที่จะมาขับเคลื่อนชีวิตของเราไปข้างหน้า

