Bentley Mulliner: นิยามใหม่แห่งอัครยนตรกรรมสุดหรูและสมรรถนะเหนือชั้นในประเทศไทย
ในโลกของยานยนต์ระดับ Ultra-Luxury ที่การแสวงหาความสมบูรณ์แบบคือเส้นชัยอันไม่สิ้นสุด Bentley Motors ได้ตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Bentley Mulliner สามตระกูลหลัก ได้แก่ New Continental GT Mulliner, New Continental GTC Mulliner และ New Flying Spur Mulliner รุ่นตกแต่งพิเศษที่ยกระดับนิยามของความหรูหรา สมรรถนะ และงานฝีมืออันประณีตไปสู่อีกขั้น ไม่ใช่เพียงแค่การปรับโฉม แต่เป็นการรังสรรค์ใหม่ภายใต้ปรัชญา Mulliner ที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอันยาวนานของ Bentley เข้ากับศิลปะแห่งการผลิตรถยนต์แบบสั่งทำพิเศษ (Bespoke) ที่สืบทอดมานับศตวรรษ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้ามองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ Bentley ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง Ultra Performance Hybrid ไม่ได้หมายถึงการลดทอนความหรูหรา แต่เป็นการผสานพละกำลังที่น่าทึ่งเข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้คู่เปรียบ นี่คือการต่อยอดจากรุ่น Speed ที่เน้นสมรรถนะ มาสู่รุ่น Mulliner ที่เพิ่มเติมมิติแห่งความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้รุ่น Mulliner กลายเป็น “The Pinnacle of Bentley” หรือสุดยอดยนตรกรรมของ Bentley ในปัจจุบัน
Mulliner: ผลงานชิ้นเอกแห่งงานฝีมือและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ความโดดเด่นของรุ่น Mulliner นั้น ปรากฏชัดตั้งแต่แรกเห็น ด้วยการออกแบบภายนอกที่สะท้อนถึงความประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด กระจังหน้าแบบ ‘Floating Diamond’ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mulliner ที่มาพร้อมขอบโครเมียมเงางาม และเส้นสายโครเมียมตรงกลางที่เสริมความสง่างาม แผงกระจังหน้าโครเมียมส่วนล่าง ลายเส้นโครเมียมตลอดแนวตัวถังด้านข้าง ท่อไอเสียโครเมียมที่ให้เสียงคำรามอันทรงพลัง และการตกแต่งด้วยโครเมียมที่สะท้อนแสงอย่างมีระดับ ฝาครอบกระจกมองข้างในเฉดสีเงินซาตินเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่บ่งบอกถึงความพิเศษ
สำหรับผู้ที่ต้องการความเข้มขรึมมากยิ่งขึ้น Mulliner Blackline Specification นำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยการเปลี่ยนการตกแต่งโครเมียมส่วนใหญ่ให้เป็นสีดำเงา สร้างบุคลิกที่ดุดันและทรงพลังยิ่งขึ้น ล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้ว ที่ได้รับการออกแบบพิเศษ สองเฉดสี คือ Tungsten Grey ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา หรือ Black Gloss ที่เสริมบุคลิกสปอร์ต พร้อมพื้นผิวที่มันวาว และดุมล้อที่ประทับตรา Bentley Wings อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์
สำหรับ Continental GT Mulliner และ Continental GTC Mulliner ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่ 4 นั้น โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ LED คู่ ที่มาพร้อมกับรีเฟลกเตอร์ ‘Cut Crystal’ อันประณีต ให้แสงสว่างที่คมชัดและลวดลายที่สะท้อนถึงงานฝีมือชั้นสูง โลโก้ Mulliner ที่ประดับบริเวณด้านข้างตัวถังส่วนหน้า เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นรุ่นพิเศษ ในขณะที่ Flying Spur Mulliner ชูความสง่างามด้วยตราสัญลักษณ์ Flying B ที่ทำจากโครเมียม หรือทางเลือกสีดำเงา รวมถึงโลโก้ Mulliner แบบใหม่ที่ช่องระบายอากาศข้างตัวถัง พร้อมลวดลายเพชรสองชั้นอันงดงาม สะท้อนความหรูหราที่สืบทอดมา
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญอย่างยิ่ง คือไฟต้อนรับ Welcome Light และไฟ Coming Home ที่มาพร้อมแอนิเมชันของโลโก้ Bentley Wings อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mulliner ไฟท้ายสีแดงที่ได้รับการออกแบบใหม่ ก็เป็นอีกจุดที่แตกต่างจากรุ่น Speed สร้างความแตกต่างที่มองเห็นได้ทันที
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งความผ่อนคลายและนวัตกรรม
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Mulliner คุณจะสัมผัสได้ถึงสุนทรียภาพที่ไร้ขีดจำกัด กาบบันไดเรืองแสง Mulliner และพรมปูพื้นแบบหนานุ่ม เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต้อนรับสู่โลกแห่งความหรูหรา การผสมผสานสีหนัง 3 เฉดสี ที่สั่งทำพิเศษจาก Mulliner พร้อมการเดินด้ายสีตัดกันและการปักโลโก้ Mulliner อันเป็นเอกลักษณ์บนเบาะที่นั่งที่เย็บด้วยมือ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด สำหรับ Continental GTC Mulliner ลวดลายการเย็บใหม่ยังถูกนำมาใช้กับหลังคาผ้าใบ สร้างความประทับใจแม้ขณะพับลง
หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าประทับใจที่สุดในรุ่น Mulliner คือคุณสมบัติ Wellness Seats สำหรับเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าในรุ่น Continental GT/C Mulliner และเบาะนั่งด้านหลังในรุ่น Flying Spur Mulliner ซึ่งสามารถปรับท่าทางการนั่งและอุณหภูมิได้อย่างอัตโนมัติ คุณสมบัตินี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการเดินทางไกล แต่ยังมอบความผ่อนคลายสูงสุด ให้คุณรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ลงจากรถ
การออกแบบภายในยังคงไว้ซึ่งความทันสมัยและสปอร์ต แผงหน้าปัดผู้ขับขี่แบบ LED พร้อมกราฟิกพิเศษเฉพาะรุ่น, จอแสดงผลแบบหมุนได้ Bentley Rotating Display ที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียน, แป้นเหยียบคันเร่งสไตล์สปอร์ต, พวงมาลัยสามก้านแบบ Dual-Tone ที่มาพร้อมระบบปรับอุณหภูมิ และซันรูฟแบบพาโนรามิกในรุ่น Flying Spur และ Continental GT ล้วนเสริมสร้างประสบการณ์ที่หรูหราและน่าประทับใจ
กุญแจรถยนต์ที่มาในกล่องบรรจุหนังที่ทำขึ้นด้วยมือ เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่แสดงถึงความพิเศษของ Mulliner กล่องบรรจุนี้จะถูกตกแต่งด้วยการเย็บด้ายสีตัดกัน เพื่อให้เข้ากับห้องโดยสารที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน
นอกจากคุณสมบัติที่กล่าวมาแล้ว รุ่น Mulliner ยังมาพร้อมกับ Touring Specification, Colour Specification, ไฟต้อนรับแบบแอนิเมชัน, ระบบไฟสร้างบรรยากาศ, และการตกแต่งด้วยวีเนียร์ Grand Black ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกวัสดุตกแต่งอื่นๆ ได้ตามต้องการ
การปรับแต่งสี: นิยามใหม่แห่งความเป็นตัวคุณ
Mulliner ไม่เพียงแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงานฝีมือ แต่ยังเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้อย่างแท้จริง สำหรับรุ่น Mulliner ใหม่นี้ ลูกค้ามีตัวเลือกสีภายนอกกว่า 101 สี และยังสามารถสั่งทำสีพิเศษที่ตรงกับความต้องการได้อย่างไม่จำกัด
ภายในห้องโดยสาร ความเป็นไปได้ในการปรับแต่งก็ไร้ขีดจำกัด ด้วยตัวเลือกสีหนังหลัก 15 เฉดสี, สีรอง 11 เฉดสี, และสีเน้น (Accent) 6 เฉดสี ลูกค้า Mulliner ยังสามารถเลือกสีหนังที่สั่งทำพิเศษ เพื่อให้เข้ากับวัสดุตกแต่งอื่นๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นวีเนียร์ 8 แบบ หรือวัสดุเคลือบเทคนิค 3 แบบ ซึ่งสามารถเลือกเป็นแบบเคลือบชั้นเดียวหรือสองชั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถสั่งทำสีหนังให้เข้ากับเฉดสีภายใน หรือแม้แต่เฉดสีตัวถังภายนอก เพื่อสร้างสรรค์ Bentley ที่เป็นของคุณเพียงหนึ่งเดียว
ขุมพลัง Ultra Performance Hybrid: ประสิทธิภาพที่ไร้คู่เปรียบ
หัวใจของ Bentley Mulliner รุ่นใหม่ คือขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ที่น่าทึ่ง เป็นการผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ใหม่ ที่ให้พละกำลังกว่า 600 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 782 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 1,000 นิวตันเมตร (738 ปอนด์-ฟุต)
ขุมพลังนี้ไม่ได้มอบเพียงแค่สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ แต่ยังให้ประสิทธิภาพที่น่าประทับใจในด้านอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงที่ต่ำลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินแบบดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ก็ยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบสงบในโหมดไฟฟ้า
Continental GT Mulliner, Continental GT Convertible Mulliner, และ Flying Spur Mulliner สามารถวิ่งด้วยโหมด EV ได้ระยะทางสูงสุดกว่า 81 กิโลเมตรในรุ่น Continental GT/C และ 76 กิโลเมตรในรุ่น Flying Spur ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางในเมือง หรือในเขตปลอดมลพิษ โหมดไฟฟ้าเต็มรูปแบบสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้คันเร่งเพียง 75% แบตเตอรี่สามารถชาร์จเต็มได้ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 45 นาที ด้วยความจุแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาและการชาร์จสูงสุด 11 กิโลวัตต์
สำหรับการขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ V8 และมอเตอร์ไฟฟ้า 782 แรงม้า จะมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น พร้อมด้วยระบบแดมเปอร์วาล์วคู่ใหม่ และสปริงอากาศแบบห้องคู่ ที่ช่วยเสริมกำลังให้กับขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้คือการผสมผสานประสิทธิภาพในการขับขี่ การควบคุมที่แม่นยำ และความนุ่มสบายที่สมบูรณ์แบบ
เทคโนโลยีและความปลอดภัย: ก้าวล้ำเพื่ออนาคต
Bentley Mulliner ใหม่ มาพร้อมกับระบบไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ถือเป็นก้าวสำคัญด้านเทคโนโลยีความบันเทิงภายในห้องโดยสารและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ราบรื่น ปลอดภัย และสะดวกสบายสูงสุด จอแสดงผลสภาพแวดล้อมที่แสดงบนแผงหน้าปัดของผู้ขับขี่ ที่รองรับและเปิดใช้งานโหมดกึ่งช่วยเหลือ คือหนึ่งในตัวอย่างของความก้าวหน้านี้
Mulliner: มรดกแห่งความเป็นเลิศ
Mulliner ไม่ใช่เพียงแค่แผนกตกแต่งพิเศษ แต่คือหัวใจสำคัญของ Bentley ที่สืบทอดมรดกแห่งงานฝีมืออันประณีตมาอย่างยาวนาน ในฐานะผู้ผลิตตัวถังรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก Mulliner มีชื่อเสียงจากการรังสรรค์รถยนต์ Bentley ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในฐานะแผนกออกแบบพิเศษของ Bentley Motors, Mulliner สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าที่ปรารถนาคุณสมบัติพิเศษสำหรับรถยนต์ Bentley ของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกเหนือจากการออกแบบเฉพาะตัวแล้ว Mulliner ยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตรถยนต์คลาสสิกขึ้นมาใหม่ เช่น Blower Continuation Series และ Speed Six Continuation Series ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในช่วงทศวรรษ 1920 รวมถึงการผลิตรถยนต์รุ่นพิเศษอย่าง Bacalar, Batur และ Batur Convertible
Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service: ประตูสู่โลกแห่ง Bentley Mulliner ในประเทศไทย
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบและปรารถนาประสบการณ์การขับขี่ระดับสูงสุด Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley อย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการสั่งจอง New Flying Spur Mulliner ราคาเริ่มต้น 27.6 ล้านบาท, New Continental GT Mulliner ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท และ New Continental GTC Mulliner ราคาเริ่มต้น 32.8 ล้านบาท
พิเศษยิ่งกว่านั้น คือเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต อาทิ การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม และสิทธิ์ในการต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี
สัมผัสประสบการณ์แห่งอัครยนตรกรรมที่เหนือกว่านิยามความเป็น Bentley พร้อมก้าวเข้าสู่โลกแห่งความหรูหรา สมรรถนะ และความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง ติดต่อ Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด วันนี้ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อสัมผัส Bentley Mulliner รุ่นล่าสุดด้วยตัวคุณเอง

