ปฏิวัติการขนส่งแห่งอนาคต: เจาะลึก NEX VANTASTIC และทัพยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จาก NEX ในงาน Motor Expo 2025
การปฏิวัติสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนแปลงโลกของเราในทุกมิติ และสำหรับภาคการขนส่งเชิงพาณิชย์ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และนวัตกรรมที่เหนือกว่า NEX Point (NEX) ผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญอีกครั้งในงาน Motor Expo 2025 ด้วยการเปิดตัว “NEX VANTASTIC” รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ ที่พร้อมจะมาพลิกโฉมวงการขนส่งสินค้าและการบริการต่างๆ อย่างแท้จริง พร้อมอวดโฉมเทคโนโลยีสุดล้ำและข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ประกอบการที่เล็งเห็นอนาคตของการขนส่งสีเขียว
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่คลุกคลีในวงการมานานกว่าทศวรรษ ผมยืนยันได้ว่าปี 2025 นี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ NEX ไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด แต่ยังนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ผู้คนตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และต้นทุนการดำเนินธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ
NEX VANTASTIC: redefining รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์
NEX VANTASTIC คือดาวเด่นของบูธ NEX ในงาน Motor Expo 2025 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี การเปิดตัวรถตู้ไฟฟ้า CARGO VAN ขนาด 8 คิว รุ่นต้นแบบนี้ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งสื่อมวลชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะคุณสมบัติเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด
สมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อมตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
หัวใจสำคัญของ NEX VANTASTIC คือขีดความสามารถในการวิ่งสูงสุดถึง 333 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 66kWh ซึ่งเป็นระยะทางที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานในเมืองและการขนส่งระหว่างจังหวัดในระยะใกล้ถึงปานกลาง การมีระยะทางวิ่งที่เพียงพอช่วยลดความกังวลเรื่อง “Range Anxiety” หรือความกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง ทำให้ผู้ประกอบการมั่นใจในการวางแผนเส้นทางขนส่งได้ดียิ่งขึ้น มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์ (ประมาณ 170 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุดถึง 245 นิวตันเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการบรรทุกสินค้าและตอบสนองการขับขี่ที่คล่องตัวในสภาพการจราจรที่หลากหลาย
นอกจากนี้ เทคโนโลยีการชาร์จเร็วระดับ 2C ของ NEX VANTASTIC ถือเป็นจุดแข็งสำคัญ โดยสามารถชาร์จกระแสตรง (DC) จาก 20% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่สั้นมาก ช่วยให้การหยุดพักเพื่อชาร์จไฟเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่กระทบต่อตารางการทำงาน การชาร์จที่รวดเร็วนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์สามารถแข่งขันกับรถยนต์สันดาปภายในได้ในแง่ของความต่อเนื่องในการใช้งาน
ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 6-in-1: ความปลอดภัยและเสถียรภาพระดับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่สุดของ NEX VANTASTIC คือระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแบบ 6-in-1 ที่รวมเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบควบคุมเสถียรภาพขั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งปกติจะพบได้ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลระดับพรีเมียมเท่านั้น ระบบนี้ประกอบด้วย:
ABS (Anti-lock Braking System): ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางรถได้แม้ในสถานการณ์เบรกกะทันหัน
EBD (Electronic Brakeforce Distribution): ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยปรับแรงเบรกที่ล้อแต่ละข้างให้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุกและสภาพถนน
TCS (Traction Control System): ระบบควบคุมการลื่นไถล ป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัวหรือเร่งความเร็วบนพื้นผิวลื่น
ESP/ESC (Electronic Stability Program/Control): ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ช่วยรักษาทิศทางของรถไม่ให้เสียการควบคุมเมื่อเข้าโค้งหรือหักหลบกะทันหัน
HAC (Hill-start Assist Control): ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ป้องกันรถไหลถอยหลังเมื่อปล่อยเบรกบนทางชัน
EBS (Emergency Brake Signal): สัญญาณไฟกระพริบเตือนเมื่อเบรกกะทันหัน ช่วยเตือนรถคันหลังเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
การผนวกรวมเทคโนโลยีเหล่านี้ไว้ในรถตู้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ NEX ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องใช้รถในการขนส่งสินค้าและบริการทุกวัน
ดีไซน์ที่ลงตัวเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
NEX VANTASTIC ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างความกว้าง ความสูง และระยะฐานล้อ เพื่อให้ได้พื้นที่บรรทุกสินค้าสูงสุดและคล่องตัวในการขับขี่ มิติของตัวรถมีความยาว 5,195 มม. ความกว้าง 1,810 มม. ความสูง 1,960 มม. และระยะฐานล้อ 3,400 มม. ซึ่งเหมาะสำหรับการเข้าถึงพื้นที่จำกัดในเมือง แต่ยังคงมีพื้นที่บรรทุกขนาดใหญ่ถึง 8 คิว
การออกแบบภายนอกยังคงความทันสมัยและฟังก์ชันการใช้งาน ด้วยประตูบานเลื่อนด้านข้างเดี่ยวที่ช่วยให้การขนถ่ายสินค้าทำได้สะดวกยิ่งขึ้น ไฟหน้า LED อัตโนมัติพร้อมไฟ Daytime Running Light เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ ส่วนไฟท้ายแบบฮาโลเจนและล้อขนาด 16 นิ้ว (พร้อมยาง 195/75R16) ให้ความทนทานและประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ช่วงล่างอิสระแบบแม็คเฟอร์สันสตรัททั้งด้านหน้าและดิสก์เบรกหน้า-หลัง ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและปลอดภัย
ภายในห้องโดยสาร เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชัน เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารเป็นแบบผ้า เบาะคนขับปรับได้ 4 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารปรับได้ 2 ทิศทาง เพื่อความสบายในการเดินทาง ระบบความปลอดภัยเพิ่มเติมด้วยเรดาร์ถอยหลังและกล้องมองหลัง ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสาร รวมถึงสัญญาณเตือนการเปิดประตูครบทุกบาน เพื่อความอุ่นใจในการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีพอร์ตชาร์จ USB Type A และ Type C สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
จากต้นแบบสู่การใช้งานจริง: การปรับแต่งสำหรับตลาดไทย
แม้ว่ารุ่นที่จัดแสดงในงาน Motor Expo 2025 จะยังคงเป็นพวงมาลัยซ้ายและเป็นรุ่นต้นแบบ แต่ NEX ยืนยันว่ามีแผนปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไทยมากที่สุด เพื่อให้รถพร้อมสำหรับการส่งมอบและใช้งานจริงได้อย่างไร้รอยต่อในช่วงต้นปี 2569 (2026) โครงสร้างและมิติตัวถังจะยังคงเป็นไปตามแบบฉบับเดิม เพื่อสะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน
ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ
NEX VANTASTIC เปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 1,059,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้สำหรับรถตู้ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีและสมรรถนะระดับนี้ และพิเศษสุดในงาน Motor Expo 2025 ผู้ที่สนใจสามารถจองสิทธิ์ได้ด้วยเงินเพียง 5,000 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ E-Voucher สำหรับชาร์จไฟมูลค่า 10,000 บาท และประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี ซึ่งเป็นข้อเสนอที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจด้วยยานยนต์ไฟฟ้า
NEX: ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ครบวงจร
นายธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทยอย่างครอบคลุม ผลิตภัณฑ์ของ NEX ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถตู้ไฟฟ้า แต่ยังรวมถึงรถบัส รถหัวลากแทรกเตอร์ และรถสำหรับงานโลจิสติกส์ประเภทต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในทุกภาคส่วนของการขนส่ง
“สำหรับการเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ในปีนี้ NEX มุ่งนำเสนอศักยภาพด้านความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย โดยเรามีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตลาดในประเทศอย่างครบวงจร ทั้งรถบัส รถหัวลากแทรกเตอร์ และรถสำหรับงานโลจิสติกส์ประเภทต่าง ๆ” นายธนพัชร์ กล่าว
บริการหลังการขายที่เหนือกว่า: หัวใจของการดำเนินธุรกิจ
NEX ตระหนักดีว่าการจะประสบความสำเร็จในตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ การบริการหลังการขายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถละเลยได้ หลังจากการปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับคุณภาพการให้บริการใหม่ทั้งหมด NEX ได้ขยายเครือข่ายบริการหลังการขาย และเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์
จุดเด่นของบริการหลังการขายจาก NEX คือการรับประกันว่าหากรถของลูกค้าต้องใช้เวลาซ่อมเกิน 3 วัน NEX จะมีบริการจัดหารถทดแทนให้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้า นี่คือความมุ่งมั่นที่แท้จริงในการสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและไร้กังวล
ขยายพอร์ทโฟลิโอ: NEX EV Tractor และ NEX BEV PICKUP
นอกเหนือจาก NEX VANTASTIC แล้ว NEX ยังคงนำเสนอทัพยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์รุ่นอื่นๆ ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งหนัก หรือการขนส่งในชีวิตประจำวัน
NEX EV Tractor 423 kWh: พลังขับเคลื่อนงานหนักด้วยไฟฟ้า 100%
สำหรับธุรกิจที่ต้องการพลังในการขนส่งขนาดใหญ่ NEX EV Tractor คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ รถหัวลากพลังงานไฟฟ้า 100% คันนี้ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทานสูงเป็นพิเศษ โครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High Tensile Steel) ช่วยให้สามารถรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด (GCWR) ได้ถึง 50,500 กิโลกรัม ซึ่งเทียบเท่ากับรถหัวลากดีเซลชั้นนำในตลาด
แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 423 kWh มอบกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 410 กิโลวัตต์ (เทียบเท่า 550 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 2,800 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทรงพลัง ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จประมาณ 300 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่) และรองรับการชาร์จเร็วแบบ DC พร้อมกัน 2 หัว ช่วยให้การเติมพลังงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ลด Downtime ของรถให้น้อยที่สุด
ระบบความปลอดภัยก็จัดเต็มเช่นกัน ด้วยระบบเบรกลมแบบวงจรคู่ (Dual Circuit Air Braking System) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ระบบเบรกเสริม (Regenerative Braking) ที่ช่วยเปลี่ยนพลังงานจลน์กลับเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งนอกจากจะช่วยชะลอความเร็วรถได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดการสึกหรอของเบรกหลักอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบ IVMS Tracking สำหรับติดตามและเฝ้าระวังตำแหน่งของรถแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ในการบริหารจัดการและการเพิ่มความปลอดภัย
NEX EV Tractor มี 2 โปรโมชั่นสุดคุ้ม:
โปรโมชั่น Premium: ราคา 3,890,000 บาท พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 500,000 กิโลเมตร
โปรโมชั่น Platinum: ราคา 4,290,000 บาท พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบการเช่าสุดพิเศษ 2 รูปแบบ เพื่อความยืดหยุ่นทางธุรกิจ:
เช่าซื้อ (Hire Purchase): ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเป็นเจ้าของรถในระยะยาว
เช่าใช้ (Operating Lease): ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถ หมดกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษา เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความคล่องตัวและไม่ต้องการภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา
NEX BEV PICKUP Single Cab: กระบะไฟฟ้าคู่ใจ SME
สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หรือธุรกิจที่ต้องการรถกระบะสำหรับงานบรรทุกและขนส่งเชิงพาณิชย์ในระยะสั้นถึงปานกลาง NEX BEV PICKUP Single Cab คือทางเลือกที่น่าสนใจ รถกระบะ 2 ประตู ตอนเดียวพลังงานไฟฟ้า 100% คันนี้ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 65 kWh สามารถวิ่งได้สูงสุด 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 245/70 R17
ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายแต่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน หน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ AUX, USB, และ Bluetooth พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง กุญแจรีโมท Keyless Entry และปุ่ม Push Start เพิ่มความสะดวกสบาย พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าไฮดรอลิก (EHPS) และกระจกมองข้างปรับพับด้วยไฟฟ้า ระบบเซ็นทรัลล็อกช่วยเพิ่มความปลอดภัย
ด้านความปลอดภัย NEX BEV PICKUP มาพร้อมระบบเบรก ABS ถุงลมนิรภัยคู่หน้า เข็มขัดนิรภัย 3 จุดพร้อมสัญญาณเตือน และระบบเซ็นทรัลล็อก ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญที่รถกระบะเชิงพาณิชย์ควรมี เพื่อความมั่นใจในการขับขี่และขนส่งสินค้า NEX BEV PICKUP Single Cab ยังมาพร้อมราคาพิเศษที่ 989,000 บาท (จำนวนจำกัด) ซึ่งเป็นราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
อนาคตของการขนส่งที่ยั่งยืน: ทำไมต้องยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2025?
การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไม่ใช่แค่เพียงกระแส แต่เป็นความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่กำลังทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2025 นี้:
ลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างมหาศาล: ต้นทุนเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล) มีความผันผวนสูงและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าไฟฟ้ามีเสถียรภาพมากกว่า การใช้รถ EV ช่วยประหยัดค่าพลังงานได้มากกว่า 50-70% เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป นอกจากนี้ การบำรุงรักษายานยนต์ไฟฟ้ายังมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยกว่า ทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรสู่ความยั่งยืน: ธุรกิจที่ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างแบรนด์และดึงดูดลูกค้าในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษทางอากาศอื่นๆ ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศในเมือง และสนับสนุนเป้าหมายการลดโลกร้อนของประเทศ
ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น: รถ EV มีอัตราเร่งที่ดีกว่า เงียบกว่า และขับขี่นุ่มนวลกว่า ลดความเหนื่อยล้าของพนักงานขับรถ และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้า
นายธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “อยากเชิญชวนผู้ประกอบการที่ใช้รถเชิงพาณิชย์เข้ามาเยี่ยมชมบูธของเรา NEX มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถตอบโจทย์ธุรกิจโลจิสติกส์ได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะ “VANTASTIC” CARGO VAN ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่ตลาดไทยยังขาดอยู่ และเชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
อย่าพลาดโอกาสแห่งอนาคต
NEX Point ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เทคโนโลยีที่ทันสมัย และบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในภาคส่วนใด NEX มีโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมจะยกระดับการดำเนินงานของคุณให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
พบกับ “VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ และรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์รุ่นอื่นๆ พร้อมจองสิทธิ์และรับข้อเสนอพิเศษมากมาย ได้ที่บูธ เน็กซ์ พอยท์ (B07) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นี่คือโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสกับอนาคตของการขนส่งและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้ด้วยตัวคุณเอง

