Chery Tiggo 9 PHEV: นิยามใหม่แห่ง SUV เรือธง หรูหรา ล้ำสมัย พร้อมสยบทุกความท้าทายบนท้องถนนปี 2025
บทนำ: เมื่อ Chery ก้าวสู่เวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ
ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและการแข่งขันที่ดุเดือด แบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่จับต้องได้ ทว่าวันนี้ Chery ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่า “คุ้มค่า” อีกต่อไป แต่กำลังประกาศศักดาด้วยการส่งเรือธงลำใหม่ล่าสุด Chery Tiggo 9 PHEV เข้าสู่สนามประลอง SUV พรีเมียมระดับโลก รวมถึงตลาดประเทศไทย รถยนต์คันนี้ไม่เพียงแค่ใหญ่กว่า หรูกว่า หรือแรงกว่าที่เคย แต่ยังเป็นผลรวมของวิสัยทัศน์และนวัตกรรมที่ Chery ตั้งใจจะนิยามคำว่า “SUV เรือธง” ขึ้นมาใหม่ให้มีความหมายที่เหนือกว่าเดิม
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คลุกคลีมานานกว่าทศวรรษ ผมมองว่า Chery Tiggo 9 PHEV คือการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง การเปิดตัวในตลาดประเทศไทยในปี 2025 นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Chery ในการขยายฐานผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ด้วยการผสานสมรรถนะอันทรงพลังจากระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) เข้ากับความหรูหราล้ำสมัยและเทคโนโลยีที่เทียบชั้นรถยุโรป Tiggo 9 PHEV ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกใหม่ แต่คือคู่แข่งที่พร้อมท้าชนกับเจ้าตลาดเดิมอย่างเต็มตัว ทั้งยังตอบโจทย์ผู้ขับขี่ชาวไทยที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (SUV 7 ที่นั่ง) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดน้ำมัน และยังคงไว้ซึ่งความพรีเมียมและสมรรถนะอันน่าประทับใจ
การออกแบบภายนอก: ศิลปะแห่งความสง่างามที่เปี่ยมด้วยพลัง
Chery Tiggo 9 PHEV ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Progressive Luxury” ที่ผสานความสง่างามเข้ากับความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว ตั้งแต่แรกเห็น ทุกมุมมองของรถคันนี้สะท้อนถึงความประณีตและความใส่ใจในรายละเอียดที่หาได้ยากในรถยนต์ระดับเดียวกัน ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ “Waterfall” หรือ “น้ำตก” ที่มีขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยโครเมียมอย่างประณีต มอบความรู้สึกโอ่อ่าและทรงพลัง พร้อมด้วยชุดไฟหน้า LED แบบเพรียวบางที่ออกแบบมาให้เชื่อมโยงกับกระจังหน้าอย่างกลมกลืน ช่วยเสริมให้ด้านหน้าดูดุดันและทันสมัยยิ่งขึ้น ช่องรับลมด้านล่างที่มีดีไซน์สปอร์ต ไม่เพียงแค่ช่วยระบายความร้อน แต่ยังเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความสปอร์ตให้กับภาพลักษณ์โดยรวมของตัวรถ
เมื่อมองจากด้านข้าง Chery Tiggo 9 PHEV แสดงให้เห็นถึงเส้นสายที่ยาวและปราดเปรียว ด้วยการใช้หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) ที่กำลังเป็นที่นิยมในรถยนต์พรีเมียมหลายรุ่น ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามแต่ยังช่วยให้ตัวรถดูเพรียวบางยิ่งขึ้น มือจับประตูแบบซ่อน (Hidden Door Handles) ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความเรียบหรูและโฉบเฉี่ยว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อลดแรงต้านลมและเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ไปในตัว ส่วนท้ายรถไม่ได้เป็นรองใคร ด้วยชุดไฟท้าย LED แบบ Full-width ที่ลากยาวตลอดความกว้างของตัวรถ ให้แสงสว่างที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมท่อไอเสียคู่ที่จัดวางอย่างลงตัว ตอกย้ำภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความแข็งแกร่งของ SUV เรือธงคันนี้
ในด้านมิติของตัวถัง Chery Tiggo 9 PHEV มีความยาวถึง 4,820 มม. และระยะฐานล้อ 2,820 มม. ซึ่งจัดได้ว่าเป็น SUV ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล Chery ณ ปัจจุบัน และใหญ่กว่า Chery Tiggo 8 อย่างเห็นได้ชัด ความใหญ่โตนี้ส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ ทำให้ผู้โดยสารทั้ง 7 ที่นั่ง (สำหรับรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย) สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ไม่อึดอัด นอกจากนี้ การออกแบบล้ออัลลอยด์ขนาดใหญ่พร้อมยางที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่เสริมความสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อสมรรถนะการยึดเกาะถนนและความนุ่มนวลในการขับขี่อีกด้วย
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งเทคโนโลยีและความหรูหรา
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Chery Tiggo 9 PHEV คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผสมผสานความหรูหราแบบยุโรปเข้ากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างลงตัว การตกแต่งภายในด้วยโทนสีน้ำตาล-ขาว พร้อมลายไม้คุณภาพสูงและการเดินด้ายสีทองตามจุดต่างๆ สร้างความรู้สึกอบอุ่น แต่ยังคงไว้ซึ่งความพรีเมียมและมีระดับ วัสดุที่ใช้ เช่น หนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียม หรืออาจจะเป็นหนัง Nappa (ในรุ่นท็อป) ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและทนทาน เสริมด้วยการตกแต่งด้วยอลูมิเนียมขัดเงาและ Piano Black ในบางส่วน ทำให้ห้องโดยสารดูทันสมัยและมีมิติ
หัวใจหลักของห้องโดยสารคือจอคู่ดีไซน์โค้งขนาดใหญ่ที่รวมทั้งแผงหน้าปัดดิจิทัลและหน้าจออินโฟเทนเมนต์เข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน หน้าจอเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลระดับท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 8155 ซึ่งเป็นชิปที่พบได้ในรถยนต์พรีเมียมชั้นนำหลายรุ่น การใช้ชิปที่มีประสิทธิภาพสูงนี้ทำให้ระบบสาระบันเทิงและการแสดงผลข้อมูลต่างๆ ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ลื่นไหล และรองรับการเชื่อมต่อ 5G ซึ่งจะเปิดประตูสู่ประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-The-Air (OTA), การนำทางแบบเรียลไทม์ที่แม่นยำ, หรือการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้อย่างไร้รอยต่อ
ระบบควบคุมต่างๆ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและลดปุ่มกดให้น้อยที่สุด โดยเน้นการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสเป็นหลัก พร้อมด้วยปุ่มแบบสัมผัสบนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันและหัวเกียร์ที่ออกแบบอย่างประณีต เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งาน ระบบเสียงรอบทิศทางจาก SONY พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์ด้านสุนทรียภาพในการฟังเพลงที่ยอดเยี่ยม ด้วยมิติเสียงที่คมชัดและทรงพลัง นอกจากนี้ ไฟ Ambient Light ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 255 สี ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เข้ากับอารมณ์และสไตล์การขับขี่ของคุณ
เบาะนั่งทั้ง 7 ที่นั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อรองรับทุกสรีระของผู้โดยสาร เบาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าอาจมาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า ระบบระบายอากาศและทำความร้อน รวมถึงฟังก์ชันนวด เพื่อความผ่อนคลายสูงสุดในการเดินทาง ช่องเก็บของและช่องจ่ายไฟทั้ง USB-A และ USB-C รวมถึงแท่นชาร์จไร้สายสำหรับสมาร์ทโฟน มีจัดวางไว้อย่างครบครันทั่วทั้งห้องโดยสาร หลังคากระจก Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องโดยสารได้อย่างเต็มที่ การควบคุมเสียงรบกวน (NVH) ภายในห้องโดยสารทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเลือกใช้วัสดุซับเสียงคุณภาพสูงและโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ทำให้ Chery Tiggo 9 PHEV เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เงียบสงบ แม้ในขณะเดินทางด้วยความเร็วสูง
ขุมพลัง PHEV: สมรรถนะเหนือระดับ พร้อมประสิทธิภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับตลาดประเทศไทย Chery Tiggo 9 PHEV จะมาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันทรงพลังและทันสมัยที่สุด นั่นคือระบบ Kunpeng Super Intelligent Hybrid ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างพิถีพิถัน หัวใจของระบบนี้คือเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขนาดใหญ่ ซึ่งผสานการทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 19.43 kWh มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 619 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ 920 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแค่เหนือกว่า SUV ในระดับเดียวกันหลายรุ่น แต่ยังเทียบชั้นรถสปอร์ตบางรุ่นได้เลยทีเดียว
ด้วยพละกำลังและแรงบิดขนาดมหาศาลนี้ Chery Tiggo 9 PHEV สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 4.5 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับ SUV ขนาด 7 ที่นั่ง นอกเหนือจากสมรรถนะที่เร้าใจแล้ว ประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานก็เป็นจุดเด่นสำคัญ ด้วยความสามารถในการวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางที่น่าพอใจ และเมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ จะสามารถทำระยะทางวิ่งรวมสูงสุดได้ถึง 1,200 – 1,300 กิโลเมตร จากการทดสอบในสภาวะที่เหมาะสม ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ Aisin 8 สปีด ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความนุ่มนวล แม่นยำ และทนทาน ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (AWD) ที่สามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพถนนและสถานการณ์การขับขี่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถและเสถียรภาพในการเข้าโค้งหรือขับขี่บนพื้นผิวที่ลื่น นอกจากนี้ แบตเตอรี่ของ Chery Tiggo 9 PHEV ยังรองรับการชาร์จเร็ว (DC Fast Charge) โดยสามารถชาร์จจาก 30% ไปยัง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องระยะเวลาในการชาร์จ และเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมาก
การใช้งานรถยนต์ PHEV ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้ง Home Charger ที่สามารถติดตั้งได้ที่บ้าน และ Public Charger ตามสถานีบริการน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งชุมชนต่างๆ ซึ่งทำให้การเป็นเจ้าของ Tiggo 9 PHEV เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์สมรรถนะสูง ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ช่วงล่าง CDC: ความนุ่มนวลดุจพรม ผสานการยึดเกาะระดับเทพ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Chery Tiggo 9 PHEV โดดเด่นในด้านสมรรถนะการขับขี่และความสบายในการเดินทาง คือระบบช่วงล่างอัจฉริยะ Continuous Damping Control (CDC) ระบบนี้ไม่ใช่แค่ช่วงล่างแบบปรับได้ทั่วไป แต่เป็นการก้าวไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี Adaptive Suspension ที่สามารถปรับความแข็ง-อ่อนของโช้คอัพได้แบบ Real-time โดยอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ทั่วทั้งคันรถ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว, มุมเลี้ยว, แรงเบรก, หรือสภาพพื้นผิวถนน โดยระบบจะประมวลผลและปรับการทำงานของโช้คอัพมากถึง 1,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นและควบคุมได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์
Chery ได้เคลมว่าระบบ CDC นี้สามารถเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ขึ้นถึง 74.8% เมื่อเทียบกับช่วงล่างแบบปกติ ช่วยลดแรงกระแทกและการสะเทือนจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่บนพรมที่นุ่มนวล นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการโคลงของตัวรถลงกว่า 50% ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในรถ SUV ขนาดใหญ่ ทำให้การเข้าโค้งและการเปลี่ยนเลนเป็นไปอย่างมั่นคงและปลอดภัยยิ่งขึ้น ประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการเพิ่มความเงียบสงบในห้องโดยสาร และการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 30% ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ประสบการณ์การขับขี่ของ Chery Tiggo 9 PHEV แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจาก SUV ทั่วไป
ด้วยการทำงานร่วมกันของแพลตฟอร์มตัวถังที่แข็งแกร่ง จุดศูนย์ถ่วงที่เหมาะสม และระบบช่วงล่าง CDC ทำให้ Tiggo 9 PHEV มอบการควบคุมที่แม่นยำ การตอบสนองของพวงมาลัยที่เป็นธรรมชาติ และประสิทธิภาพการเบรกที่มั่นใจได้ (พร้อมระบบ Regenerative Braking ที่ช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่) ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือการเดินทางไกลที่ต้องการความนุ่มนวลและมั่นคง ระบบช่วงล่าง CDC นี้จะปรับเปลี่ยนการทำงานให้เหมาะสมกับทุกโหมดการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น Eco, Comfort, Sport หรือโหมดอื่นๆ ที่อาจมีมาให้ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกเส้นทาง
ระบบความปลอดภัยและ ADAS: อุ่นใจในทุกการเดินทาง
ในฐานะรถยนต์เรือธงแห่งปี 2025 Chery Tiggo 9 PHEV ไม่ได้ละเลยความสำคัญของความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการออกแบบและพัฒนา ระบบความปลอดภัยของรถคันนี้ได้รับการยกระดับให้เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป ครอบคลุมทั้งความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) และความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety) รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ขั้นสูง
ในด้านความปลอดภัยเชิงรับ Chery Tiggo 9 PHEV มาพร้อมถุงลมนิรภัยรอบคันจำนวนหลายตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้โดยสารในกรณีที่เกิดการชน โครงสร้างตัวถังนิรภัยผลิตจากเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ (High-strength Steel) ที่ออกแบบมาเพื่อดูดซับและกระจายแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยโซนยุบตัว (Crumple Zones) ที่ช่วยปกป้องห้องโดยสารให้แข็งแกร่งที่สุด
สำหรับความปลอดภัยเชิงรุก รถคันนี้ติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบควบคุมการลื่นไถล (Traction Control) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
สิ่งที่ทำให้ Chery Tiggo 9 PHEV ก้าวล้ำไปอีกขั้นคือชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ในระดับ Level 2+ ที่ครอบคลุมฟังก์ชันสำคัญมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่รถยนต์ยุคใหม่ขาดไม่ได้:
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control – ACC): ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist – LKA): ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลนอย่างปลอดภัย
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning – FCW) และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking – AEB): ตรวจจับสิ่งกีดขวางและเบรกอัตโนมัติเพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของการชน
ระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning – LDW): เตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ
ระบบตรวจจับวัตถุในจุดอับสายตา (Blind Spot Detection – BSD): แจ้งเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
ระบบเตือนการจราจรขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert – RCTA): แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งผ่านด้านหลังขณะถอยออกจากที่จอด
ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (360-degree Surround View Camera): ช่วยให้มองเห็นภาพรอบคันแบบ Bird’s Eye View รวมถึงฟังก์ชัน Transparent Chassis ที่แสดงภาพใต้ท้องรถ ช่วยในการขับขี่ในที่แคบหรือจอดรถ
ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Automatic Parking Assist): ช่วยนำรถเข้าจอดทั้งแบบขนานและเข้าซองโดยอัตโนมัติ
ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam): ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนรถคันอื่น
ระบบเตือนการเปิดประตู (Door Open Warning): แจ้งเตือนหากมีรถยนต์หรือจักรยานยนต์กำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้ขณะเปิดประตู
ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS): แจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมยางผิดปกติ
ชุดระบบ ADAS เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ แต่ยังเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และยกระดับความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนในทุกการเดินทางอย่างแท้จริง
Chery ในตลาดไทย: วิสัยทัศน์และการท้าทาย
การเข้ามาของ Chery Tiggo 9 PHEV ในตลาดประเทศไทยปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในกลยุทธ์การรุกตลาดของ Chery หลังจากที่ Chery Tiggo 8 ได้เริ่มสร้างฐานและสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ไปแล้ว Tiggo 9 PHEV จะเป็นหัวหอกสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของ Chery ให้เป็นแบรนด์ที่นำเสนอรถยนต์พรีเมียมเทคโนโลยีสูงในราคาที่เข้าถึงได้
Chery กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นในเซกเมนต์ SUV พรีเมียมในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ถูกครองโดยแบรนด์จากญี่ปุ่นและยุโรปมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ด้วยจุดแข็งของ Tiggo 9 PHEV ที่เหนือกว่าในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นมิติตัวถังขนาดใหญ่ที่สุดในคลาส สมรรถนะ PHEV ที่ทรงพลัง เทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ล้ำสมัย และระบบช่วงล่างอัจฉริยะ CDC ทำให้ Chery มี “Value Proposition” ที่แข็งแกร่งที่จะดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายของ Chery Tiggo 9 PHEV คือครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่กว้างขวาง ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้บริหารหรือผู้ที่มองหานวัตกรรมยานยนต์ ที่ต้องการความแตกต่างและความคุ้มค่าในระดับพรีเมียม โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับแบรนด์ดั้งเดิมที่คุ้นเคย
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับแบรนด์จีนที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาวในตลาดไทย คือความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขาย Chery ได้ให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายศูนย์บริการ การจัดหาอะไหล่ที่รวดเร็ว และการรับประกันที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยกล้าตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์จากแบรนด์ใหม่
บทสรุป: อนาคตของ SUV พรีเมียมกำลังจะมาถึง
Chery Tiggo 9 PHEV คือมากกว่าแค่รถยนต์ SUV ทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ Chery ในอุตสาหกรรมยานยนต์โลกและในประเทศไทย ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์ที่หรูหราสง่างาม ภายในห้องโดยสารที่ล้ำสมัยและเปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ขุมพลัง PHEV อันทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบช่วงล่างอัจฉริยะ CDC ที่มอบทั้งความนุ่มนวลและสมรรถนะการยึดเกาะถนนระดับสูง และชุดระบบความปลอดภัย ADAS ที่ครบครัน
ในปี 2025 นี้ Chery Tiggo 9 PHEV พร้อมแล้วที่จะเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในตลาด SUV พรีเมียมของไทย และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแบรนด์รถยนต์จากจีนไม่ได้มีดีแค่เรื่องราคา แต่ยังมาพร้อมนวัตกรรม เทคโนโลยี สมรรถนะ และความพรีเมียมที่สามารถแข่งขันในเวทีระดับโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี ผมเชื่อว่า Chery Tiggo 9 PHEV จะสร้างมาตรฐานใหม่และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ครอบครัว SUV 7 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าความคาดหมายให้กับผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างแน่นอน

