• Sample Page
filmthai2.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmthai2.huongrung.net
No Result
View All Result

G0201011 หน งส สะใภ เลวไล แม ออกจากบ าน part2

admin79 by admin79
January 2, 2026
in Uncategorized
0
G0201011 หน งส สะใภ เลวไล แม ออกจากบ าน part2

Porsche 911 Carrera GTS และ 911 Carrera ใหม่: การปฏิวัติสมรรถนะในตำนาน สู่ยุคไฮบริด

ในโลกของรถสปอร์ตระดับตำนาน มีเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถยืนหยัดเหนือกาลเวลา และยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ Porsche 911 ที่ล่าสุดได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยการเปิดตัว Porsche 911 Carrera GTS และ Porsche 911 Carrera รุ่นปี 2025 ซึ่งมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 60 ปีของตระกูล 911 ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีระบบไฮบริดสมรรถนะสูงน้ำหนักเบา หรือที่ปอร์เช่เรียกว่า T-Hybrid เข้ามาเสริมทัพ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มพละกำลัง แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งกว่าเดิม โดยยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและความเร้าใจ Porsche 911 Carrera GTS Coupé รุ่นใหม่ล่าสุด สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นการตอกย้ำสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดของรถสปอร์ตคันนี้ ขณะเดียวกัน รุ่น 911 Carrera ใหม่ ที่วางจำหน่ายในช่วงเวลาเดียวกัน ก็พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 11.9 ล้านบาท

เบื้องหลังวิวัฒนาการ: จากสนามแข่ง สู่การขับขี่บนท้องถนน

แฟรงค์ โมเซอร์ (Frank Moser) รองประธานฝ่ายควบคุมดูแลกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์รุ่น 911 และ 718 ของปอร์เช่ ได้กล่าวถึงเบื้องหลังของการพัฒนาระบบไฮบริดสำหรับ 911 รุ่นใหม่ว่า “วิศวกรของปอร์เช่ได้นำความรู้และประสบการณ์อันล้ำค่าจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต มาเป็นรากฐานสำคัญในการออกแบบระบบไฮบริดของ 911 Carrera GTS ใหม่ เราได้ทุ่มเทการพัฒนาและทดสอบแนวคิดและวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะได้ระบบไฮบริดที่เหมาะสมและลงตัวที่สุดสำหรับ 911 ผลลัพธ์ที่ได้คือ การขับขี่ที่มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบโดยรวมของ 911 และที่สำคัญที่สุดคือ การช่วยยกระดับสมรรถนะให้สูงขึ้นไปอีกขั้น”

ระบบ T-Hybrid: หัวใจใหม่ที่ทรงพลังและชาญฉลาด

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ ระบบ T-Hybrid ที่ได้รับการออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา แต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ระบบนี้ประกอบไปด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กติดตั้งอยู่ระหว่างส่วนคอมเพรสเซอร์และกังหัน (Turbine Wheel) ของเทอร์โบชาร์จเจอร์ มอเตอร์ไฟฟ้านี้มีหน้าที่สำคัญในการเร่งรอบของเทอร์โบชาร์จเจอร์ให้หมุนได้เร็วขึ้นทันที ส่งผลให้การตอบสนองของเทอร์โบชาร์จเจอร์มีความฉับไวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างกำลังได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น

นอกจากนี้ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งในเทอร์โบชาร์จเจอร์ ยังสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 11 กิโลวัตต์ (ประมาณ 15 แรงม้า) โดยอาศัยพลังงานจากไอเสียที่ไหลผ่านเทอร์โบชาร์จเจอร์ การพัฒนาเทอร์โบชาร์จเจอร์ไฟฟ้าแบบใหม่นี้ ช่วยให้สามารถทดแทนการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบดั้งเดิมที่มีสองลูกในรุ่นก่อนหน้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การส่งกำลังมีความคล่องตัวและตอบสนองได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ระบบส่งกำลังยังรวมถึงมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (Permanently Excited Synchronous Motor) ที่ทรงพลัง ซึ่งถูกติดตั้งไว้ในชุดเกียร์คลัตช์คู่ (PDK) แบบ 8 จังหวะใหม่ มอเตอร์ไฟฟ้านี้สามารถเสริมกำลังและแรงบิดให้กับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ได้สูงสุดถึง 150 นิวตันเมตร แม้จะอยู่ในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำ และสามารถเพิ่มกำลังได้สูงสุดถึง 40 กิโลวัตต์ พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากมอเตอร์ทั้งสองส่วนนี้ จะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา แบตเตอรี่นี้มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับแบตเตอรี่สตาร์ทเตอร์ 12 โวลต์ทั่วไป แต่สามารถเก็บพลังงานได้สูงสุด 1.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และทำงานที่แรงดันไฟฟ้า 400 โวลต์ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนน้ำหนักเบาสำหรับระบบไฟฟ้า 12 โวลต์ภายในรถเพิ่มเติม

เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร: พละกำลังที่ได้รับการปรับปรุง

หัวใจสำคัญของระบบขับเคลื่อน T-Hybrid นี้ คือ เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ (Boxer Engine) ขนาด 3.6 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด การนำระบบไฟฟ้าแรงสูงมาใช้ ทำให้คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศสามารถทำงานด้วยระบบไฟฟ้าได้โดยตรง ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีระบบสายพาน ส่งผลให้เครื่องยนต์มีขนาดกะทัดรัดมากขึ้น และมีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับการติดตั้งชุด Pulse Inverter และ DC-DC Converter การออกแบบใหม่นี้ยังรวมถึงการเพิ่มขนาดกระบอกสูบเป็น 97 มิลลิเมตร และช่วงชักที่ยาวขึ้นเป็น 81 มิลลิเมตร ทำให้ปริมาตรกระบอกสูบเพิ่มขึ้น 0.6 ลิตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เครื่องยนต์ยังคงระบบควบคุมเพลาลูกเบี้ยวแบบ VarioCam ไว้ เพื่อรักษาอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมของเชื้อเพลิงและอากาศ

แม้จะทำงานโดยไม่มีระบบไฟฟ้าช่วยเหลือ เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร ก็ยังสามารถให้กำลังสูงสุดถึง 357 กิโลวัตต์ (485 แรงม้า) และแรงบิด 570 นิวตันเมตร แต่เมื่อผนวกกำลังจากระบบไฮบริดเข้าไป พละกำลังรวมของ Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ จะอยู่ที่ 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า) และแรงบิดรวม 610 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 45 กิโลวัตต์ (61 แรงม้า) เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของ 911 Carrera GTS ใหม่ ที่ทำได้เร็วกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน

ระบบไฮบริดสมรรถนะสูงนี้ ไม่เพียงแต่มอบการขับขี่ที่ทรงพลังและคล่องตัว แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากระบบไฮบริดนั้น มีเพียงเล็กน้อยราว 50 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฮบริดแบบปลั๊กอินทั่วไป

Porsche 911 Carrera: สมรรถนะที่ได้รับการขัดเกลา

สำหรับรุ่น 911 Carrera ใหม่ ยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเช่นกัน การนำเอาอินเตอร์คูลเลอร์ (Intercooler) จากรุ่น 911 Turbo มาใช้ ซึ่งได้รับการติดตั้งไว้ใต้ฝากระโปรงหลังเหนือเครื่องยนต์พอดี รวมถึงการนำเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่เคยใช้ในรุ่น GTS ของโมเดลก่อนหน้า มาใช้ใน 911 Carrera รุ่นใหม่นี้ การปรับเปลี่ยนเหล่านี้ ช่วยให้ปอร์เช่สามารถลดการปล่อยไอเสีย และเพิ่มพละกำลังของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นเป็น 290 กิโลวัตต์ (394 แรงม้า) พร้อมแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร สำหรับ 911 Carrera Coupé รุ่นใหม่ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 4.1 วินาที (หรือ 3.9 วินาทีหากมีแพ็กเกจ Sport Chrono) และมีความเร็วสูงสุดที่ 294 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้า 0.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้น 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบช่วงล่างและการควบคุม: ความแม่นยำที่เหนือกว่า

ระบบช่วงล่างของ Porsche 911 Carrera GTS ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น เป็นครั้งแรกที่ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Axle Steering) ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง และลดรัศมีวงเลี้ยว ทำให้การเข้าโค้งทำได้เฉียบคมยิ่งขึ้น ปอร์เช่ได้ผสานระบบควบคุมช่วงล่างแบบแอ็คทีฟ (Porsche Dynamic Chassis Control – PDCC) เข้ากับระบบไฟฟ้าแรงสูงของสมรรถนะไฮบริด ทำให้สามารถใช้งานระบบควบคุมแบบไฟฟ้า-ไฮดรอลิก (Electro-hydraulic) ได้ ซึ่งส่งผลให้ระบบมีความยืดหยุ่นและแม่นยำยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตพร้อมระบบปรับความยืดหยุ่นของโช้คอัพ (PASM) และการลดความสูงของห้องโดยสารลง 10 มิลลิเมตร ยังช่วยเสริมให้การควบคุม 911 Carrera GTS มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มอบความรู้สึกถึงการเชื่อมต่อกับพื้นถนนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

สำหรับล้อแม็กซ์ มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ ตั้งแต่ขนาด 19/20 นิ้ว ไปจนถึง 20/21 นิ้ว สำหรับ 911 รุ่นใหม่ เป็นครั้งแรกที่รุ่น 911 Carrera มีทางเลือกของล้อดีไซน์พิเศษที่ใช้ก้านล้อคาร์บอน เพื่อช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ สำหรับ 911 Carrera GTS จะมาพร้อมกับล้อแม็กซ์ขนาด 21 นิ้ว ที่มีขนาดหน้ากว้างถึง 11.5 นิ้ว และยางหลังขนาด 315/30 ZR 21 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมยางหน้าขนาด 245/35 ZR 20 บนล้อขนาด 8.5 นิ้ว กว้าง 20 นิ้ว เพื่อรองรับกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล การเพิ่มความกว้างของหน้ายางหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และการยึดเกาะถนนของ 911 Carrera GTS รุ่นใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม

ดีไซน์ภายนอก: โฉบเฉี่ยว สปอร์ต และเต็มไปด้วยนวัตกรรม

ปอร์เช่ได้ปรับดีไซน์ภายนอกของ 911 ใหม่ ให้มีความโฉบเฉี่ยวและเร้าใจยิ่งขึ้น โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ การปรับเปลี่ยนกันชนหน้าใหม่ที่ออกแบบมาเฉพาะรุ่น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่น เป็นครั้งแรกที่ปอร์เช่ได้รวมฟังก์ชันระบบไฟหน้าทั้งหมดเข้ากับไฟหน้าเมทริกซ์ LED มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ Porsche 911 พร้อมกราฟิก 4 จุดอันเป็นเอกลักษณ์ การออกแบบนี้ช่วยให้สามารถลดขนาดของชุดไฟหน้าลง และเพิ่มพื้นที่สำหรับช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าของรถ

สำหรับ 911 Carrera GTS ด้านหน้ารถจะมีช่องระบายความร้อนแบบแอ็คทีฟ (Active Aerodynamics) ที่จัดวางในแนวตั้งถึง 5 ช่อง ซึ่งมองเห็นได้จากภายนอก และมีช่องลมที่ซ่อนอยู่ในแต่ละด้าน เป็นครั้งแรกใน Porsche 911 ที่มีการติดตั้งระบบดิฟฟิวเซอร์หน้าแบบปรับอากาศได้ (Active Front Diffuser) ใต้ท้องรถ ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน ช่องระบายอากาศเหล่านี้จะควบคุมการไหลเวียนของอากาศตามความต้องการ เมื่อต้องการประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์สูงสุด ช่องระบายอากาศจะปิด แต่เมื่อต้องการกำลังเครื่องยนต์สูง เช่น ในสนามแข่ง ช่องระบายอากาศจะเปิดออก เพื่อส่งลมจำนวนมากไปยังหม้อน้ำของรถ เซ็นเซอร์สำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จะถูกติดตั้งอยู่ใต้ป้ายทะเบียน

ปอร์เช่ยังนำเสนอออปชั่นไฟหน้าแบบใหม่พร้อมฟังก์ชัน HD Matrix LED ที่มีหลอดไฟมากกว่า 32,000 จุด เมื่อใช้ไฟสูง สามารถส่องสว่างไปบนถนนได้ไกลกว่า 600 เมตร ฟังก์ชันเสริมสุดล้ำ เช่น ไฟโค้งตามการหักเลี้ยว (Dynamic Cornering Lights) ที่ปรับเปลี่ยนตามโหมดการขับขี่, ไฟส่องสว่างช่องทางเดินรถ, ไฟส่องสว่างบริเวณถนนที่กำลังก่อสร้างและช่องทางคอขวด รวมถึงระบบไฟสูงที่แม่นยำและมีความละเอียดสูงถึงระดับพิกเซล

ด้านท้ายของ 911 โดดเด่นด้วยแถบไฟท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมส่วนโค้ง และโลโก้ “PORSCHE” ที่ช่วยเสริมให้ด้านท้ายของรถดูมีมิติ ลึก และกว้างขึ้น กระจังหลังดีไซน์ใหม่พร้อมครีบระบายอากาศ 5 แผ่นต่อด้าน เชื่อมต่อกับกระจกหลังสปอยเลอร์แบบพับเก็บได้ ป้ายทะเบียนถูกย้ายตำแหน่งให้สูงขึ้น พร้อมกันชนหลังดีไซน์โฉบเฉี่ยว ระบบท่อไอเสียเฉพาะรุ่นถูกจัดวางอย่างสวยงามผสานเข้ากับครีบดิฟฟิวเซอร์อันโดดเด่น สำหรับรุ่น 911 Carrera จะมีระบบไอเสียแบบสปอร์ตเป็นอุปกรณ์เสริม ในขณะที่รุ่น 911 Carrera GTS จะมาพร้อมกับระบบท่อไอเสีย GTS แบบสปอร์ตเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสมรรถนะทางอากาศพลศาสตร์ให้กับ 911 Coupé ปอร์เช่มีออปชั่นชุดแต่งแอโรคิท (Aerokit) ซึ่งประกอบด้วยกันชนหน้า SportDesign พร้อมสปอยเลอร์หน้าที่โดดเด่น, แผงข้างตัวรถที่เข้าชุดกัน และสปอยเลอร์หลังแบบตายตัวน้ำหนักเบา ชิ้นส่วนเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดแรงยก (Lift) และเพิ่มแรงกด (Downforce) ช่วยให้รถสปอร์ตคันนี้ยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น

ห้องโดยสาร: การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดิจิทัลและความเป็น 911

สำหรับตัวถัง Coupé ปอร์เช่ได้ทำการออกแบบภายใน 911 ใหม่ ให้เป็นแบบ 2 ที่นั่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ยังสามารถเลือกที่นั่งแบบ 2+2 ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ภายในห้องโดยสาร ปอร์เช่ผสมผสาน DNA การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ 911 เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว แนวคิด Porsche Driver Experience มุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ของผู้ขับขี่ การทำงานที่รวดเร็วและใช้งานง่าย ปุ่มควบคุมที่สำคัญได้รับการจัดเรียงไว้อย่างเหมาะสม ทั้งบนและรอบพวงมาลัย รวมถึงสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ และคันโยกควบคุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และเป็นครั้งแรกใน 911 ที่มีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่ทางด้านขวาของพวงมาลัย ภายในช่องเก็บของคอนโซลกลาง ยังมีฟังก์ชันการชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย พร้อมช่องระบายความร้อน

นับเป็นครั้งแรกที่ 911 มาพร้อมกับแผงหน้าปัดดิจิทัลเต็มรูปแบบ หน้าจอโค้งขนาด 12.6 นิ้ว ถูกออกแบบมาได้อย่างลงตัว สามารถปรับแต่งได้ โดยมีหน้าจอให้เลือกถึง 7 แบบ รวมถึงหน้าจอ “Classic” แบบพิเศษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมาตรวัด 5 ช่องทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ พร้อมมาตรวัดความเร็วตรงกลาง

ระบบ Porsche Communication Management (PCM) ยังคงทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสส่วนกลางความละเอียดสูงขนาด 10.9 นิ้ว ความสามารถในการปรับแต่งโหมดการขับขี่และฟังก์ชันของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้รับการปรับปรุงอย่างมาก 911 รุ่นที่ได้รับการปรับปรุงนี้จะมีฟีเจอร์การเชื่อมต่อใหม่ๆ อย่างรหัส QR ที่ช่วยให้การเข้าสู่ระบบ PCM ด้วย Porsche ID ทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม

Apple CarPlay® ได้รับการผสานรวมเข้ากับระบบของรถยนต์ได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น เมื่อใช้งาน ระบบจะแสดงข้อมูลบนแผงหน้าปัด และเปิดใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์ได้โดยตรง สามารถเชื่อมต่อกับระบบของ Apple® ผ่านทาง Siri® และเป็นครั้งแรกที่สามารถเลือกรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งได้ขณะจอดรถ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถใช้งานแอปพลิเคชันยอดนิยม เช่น Spotify® และ Apple Music® บนจอ PCM ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

ราคาและการสั่งซื้อ: สัมผัสประสบการณ์ Porsche 911 ใหม่

Porsche 911 Carrera GTS และ Porsche 911 Carrera รุ่นใหม่ สามารถสั่งซื้อได้แล้วในรูปแบบตัวถัง Coupé และ Cabriolet พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง รวมถึงรุ่น 911 Carrera GTS ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และตัวถังแบบ Targa ที่มีเฉพาะระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น ทั้งสองรุ่นนี้จะมาพร้อมกับการติดตั้งระบบ Porsche Doppelkupplung (PDK) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ปอร์เช่ประเทศไทย นำเสนอ The new 911 Carrera Coupé ในราคาเริ่มต้นที่ 11.9 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ) สำหรับ 911 Carrera GTS Coupé ราคาจะเริ่มต้นที่ 17.4 ล้านบาท และราคาชุดแต่งแอโรคิทเสริมสำหรับ 911 Carrera GTS อยู่ที่ 300,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ)

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับของ Porsche 911 Carrera GTS และ Porsche 911 Carrera รุ่นใหม่ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำการสั่งซื้อได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการของปอร์เช่ทั้ง 4 แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งใหม่ของตำนานรถสปอร์ตที่ชื่อว่า 911.

Previous Post

G0201001 ตอนท กมาหาพ แต บโดนแม เล ยงไล กล บบ าน ep1 part2

Next Post

G0201007 หน งส ความร กเป นส งสวยงาม part2

Next Post
G0201007 หน งส ความร กเป นส งสวยงาม part2

G0201007 หน งส ความร กเป นส งสวยงาม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • G1301018 เม ยใจบาป ไม กพอ [ตอนจบ] part2
  • G1301017 เล กแบก เล กท กข [ตอนจบ] part2
  • G1301016 ทองป ใหม ของพ บข าวคล กน ำปลาของล ก[ตอน part2
  • G1301015 ทองป ใหม ของพ บข าวคล กน ำปลาของล ก[ตอนจบ] part2
  • G1301014 เล กแบก เล กท กข [ตอน part2

Recent Comments

  1. admin79 on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  2. BonusBacklinks.com on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  3. Cheap Backlinks on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  4. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.