Porsche 911 Carrera GTS ใหม่: ปฏิวัติสมรรถนะด้วยระบบ T-Hybrid สู่ยุคใหม่แห่งสปอร์ตคาร์ระดับตำนาน
ในโลกของรถสปอร์ตระดับพรีเมียม มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดและรักษาเอกลักษณ์อันเหนือกาลเวลาได้อย่าง Porsche ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา Porsche 911 ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งสมรรถนะและความหรูหรา แต่ยังเป็นมาตรฐานที่ถูกอ้างอิงถึงในวงการรถยนต์สปอร์ตเสมอ และในวันนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้เปิดตัว Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ ที่มาพร้อมกับการยกระดับครั้งสำคัญ ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบไฮบริดสมรรถนะสูงน้ำหนักเบา หรือที่เรียกว่า T-Hybrid เข้ามาเป็นหัวใจหลัก สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการรถสปอร์ตที่เน้นการใช้งานบนถนนจริง (daily usability)
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอกล่าวว่า นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองที่สุดครั้งหนึ่งของ 911 ในรอบหลายปี การมาถึงของ 911 Carrera GTS ใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงรุ่นย่อย แต่เป็นการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของปอร์เช่ ในการผสมผสานขุมพลังแบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ
หัวใจใหม่ T-Hybrid: พลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและความชาญฉลาดของเทอร์โบ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง คือระบบ T-Hybrid อันเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ปอร์เช่พัฒนาขึ้น แฟรงค์ โมเซอร์ รองประธานควบคุมดูแลกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์รุ่น 911 และ 718 ได้เน้นย้ำถึงการนำเอาความรู้และประสบการณ์จากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต มาเป็นรากฐานในการออกแบบระบบนี้ โดยกล่าวว่า “วิศวกรของปอร์เช่ได้นำความรู้จากการแข่งมอเตอร์สปอร์ต มาเป็นพื้นฐานในการออกแบบระบบไฮบริดของ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส (911 Carrera GTS) ใหม่ เราพัฒนาและทดสอบแนวคิดและวิธีการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ได้ระบบไฮบริดที่เหมาะสมกับ 911 อย่างลงตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือ การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร เข้ากันได้กับแนวคิดโดยรวมของ 911 และช่วยยกระดับสมรรถนะได้อย่างเหนือชั้น”
ระบบ T-Hybrid นี้ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักที่ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทอร์โบชาร์จเจอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนา ซึ่งมีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กติดตั้งอยู่ภายในระหว่างส่วนคอมเพรสเซอร์ (Compressor) และกังหัน (Turbine Wheel) การมีอยู่ของมอเตอร์ไฟฟ้าตัวนี้เองที่ทำให้เทอร์โบชาร์จเจอร์สามารถเร่งรอบได้ทันที (instantaneous response) เมื่อผู้ขับขี่กดคันเร่ง ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “turbo lag” ที่แทบจะหมดไป ส่งผลให้การตอบสนองของเครื่องยนต์รวดเร็วและฉับไวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
นอกจากนี้ มอเตอร์ไฟฟ้าในเทอร์โบชาร์จเจอร์ยังทำหน้าที่เป็น เครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้า (generator) โดยสามารถผลิตพลังงานได้สูงสุดถึง 11 กิโลวัตต์ (ประมาณ 15 แรงม้า) พลังงานนี้ได้มาจากการนำพลังงานความร้อนจากไอเสียที่ไหลผ่านกังหันเทอร์โบ มาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าสูงสุด การออกแบบนี้ยังทำให้เทอร์โบชาร์จเจอร์ไฟฟ้าเพียงตัวเดียว สามารถทำงานทดแทนเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบคู่ (twin-turbo) ในรุ่นก่อนหน้าได้ ส่งผลให้การส่งกำลังมีความคล่องตัวและตอบสนองได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ระบบส่งกำลังยังรวมถึง มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (permanently excited synchronous motor) ที่ทรงพลัง ติดตั้งอยู่ภายในเกียร์คลัตช์คู่ (PDK) 8 สปีดใหม่ มอเตอร์ไฟฟ้าตัวนี้สามารถเสริมกำลังและแรงบิดให้กับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในรอบเครื่องยนต์ต่ำ โดยสามารถเพิ่มแรงบิดได้สูงสุดถึง 150 นิวตันเมตร และกำลังสูงสุด 40 กิโลวัตต์ (ประมาณ 54 แรงม้า)
ปอร์เช่ได้เลือกใช้ แบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูง (high-voltage battery) ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา แต่สามารถเก็บพลังงานได้สูงถึง 1.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง และทำงานที่แรงดันไฟฟ้า 400 โวลต์ แบตเตอรี่นี้มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับแบตเตอรี่สตาร์ทเตอร์ 12 โวลต์ทั่วไปอย่างน่าทึ่ง ควบคู่ไปกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนน้ำหนักเบาสำหรับระบบไฟฟ้า 12 โวลต์ภายในรถ
เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร: วิวัฒนาการที่ทรงพลังและชาญฉลาดยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของระบบขับเคลื่อน T-Hybrid คือ เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าแรงสูงได้อย่างลงตัว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การนำระบบสายพานแบบเดิมออกไป โดยเฉพาะคอมเพรสเซอร์แอร์ที่ถูกเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟฟ้าโดยตรง ทำให้เครื่องยนต์มีขนาดกะทัดรัดขึ้น และมีพื้นที่เหลือสำหรับติดตั้ง Pulse Inverter และ DC-DC converter
เครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้มีการปรับขนาดกระบอกสูบให้ใหญ่ขึ้นเป็น 97 มิลลิเมตร และช่วงชักที่เพิ่มขึ้นเป็น 81 มิลลิเมตร ส่งผลให้ปริมาตรความจุกระบอกสูบเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 0.6 ลิตร การปรับปรุงนี้มาพร้อมกับระบบควบคุมเพลาลูกเบี้ยว (VarioCam) ที่ช่วยรักษาอัตราส่วนผสมของเชื้อเพลิงและอากาศให้เหมาะสมที่สุดในทุกสภาวะการขับขี่
แม้จะทำงานโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร ก็ยังคงมอบพละกำลังสูงถึง 357 กิโลวัตต์ (485 แรงม้า) และแรงบิด 570 นิวตันเมตร เมื่อรวมกำลังจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ จะมอบกำลังรวมสูงสุดถึง 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า) และแรงบิด 610 นิวตันเมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 45 กิโลวัตต์ (61 แรงม้า) เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ผลลัพธ์คืออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือ ระบบไฮบริดสมรรถนะสูงนี้ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่อย่างก้าวกระโดด โดยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 50 กิโลกรัม) เท่านั้น เมื่อเทียบกับรุ่นไฮบริดแบบปลั๊กอินทั่วไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการออกแบบของปอร์เช่ ที่สามารถผสมผสานเทคโนโลยีไฮบริดเข้ากับ DNA ของ 911 ได้อย่างลงตัว โดยไม่กระทบต่อสัมผัสการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์
Porsche 911 Carrera: การปรับปรุงที่สืบทอดความเยี่ยมยอด
สำหรับรุ่น Porsche 911 Carrera ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นของตระกูล 911 ก็ได้รับการปรับปรุงอย่างรอบด้านเช่นกัน โดยยังคงใช้ เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการนำเอาอินเตอร์คูลเลอร์ (intercooler) ที่เคยใช้ในรุ่น 911 Turbo มาใช้ ซึ่งติดตั้งอยู่ใต้ฝากระโปรงหลังเหนือเครื่องยนต์ เทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ใช้ในรุ่นนี้ก็เคยถูกใช้ในรุ่น GTS ของโมเดลก่อนหน้า การปรับปรุงเหล่านี้ส่งผลให้ 911 Carrera ใหม่ มีอัตราการปล่อยไอเสียที่ลดลง และเพิ่มพละกำลังเป็น 290 กิโลวัตต์ (394 แรงม้า) พร้อมแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร
สำหรับ 911 Carrera Coupé รุ่นใหม่ สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.1 วินาที (หรือ 3.9 วินาที หากมาพร้อมกับแพ็คเกจ Sport Chrono) และมีความเร็วสูงสุดที่ 294 กม./ชม. ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่รวดเร็วขึ้น 0.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้น 1 กม./ชม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ระบบช่วงล่างและการควบคุม: ความแม่นยำที่สัมผัสได้
การยกระดับสมรรถนะของ Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ ยังรวมไปถึงการปรับปรุงระบบช่วงล่างอย่างครอบคลุม สำหรับ 911 Carrera GTS ใหม่ เป็นครั้งแรกที่มาพร้อมกับ ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง (rear-axle steering) ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง และลดรัศมีวงเลี้ยวในการเข้าโค้ง
ปอร์เช่ยังได้รวมระบบควบคุมช่วงล่างแบบแอคทีฟ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) เข้ากับระบบไฟฟ้าแรงสูงของสมรรถนะไฮบริด ทำให้สามารถใช้ระบบควบคุมไฟฟ้า-ไฮดรอลิก (electro-hydraulic) ได้ ซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นและความแม่นยำในการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตพร้อมระบบปรับความหนืดของโช้คอัพ (PASM) และการลดความสูงช่วงล่างลง 10 มิลลิเมตร ทำให้การควบคุม GTS มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่นักขับตัวจริงจะต้องชื่นชอบ
ในส่วนของล้อ ยาง และเบรก รถยนต์รุ่นใหม่นี้มีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ล้อดีไซน์สปอร์ตขนาด 19/20 นิ้ว หรือ 20/21 นิ้ว สำหรับ 911 รุ่นทั่วไป สำหรับ 911 Carrera นั้น มีออปชั่นล้อดีไซน์พิเศษที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์
สำหรับ 911 Carrera GTS ใหม่ มาพร้อมกับล้อขนาด 21 นิ้ว โดยล้อหลังมีขนาดกว้างถึง 11.5 นิ้ว พร้อมยางขนาด 315/30 ZR 21 และล้อหน้าขนาด 8.5 นิ้ว พร้อมยาง 245/35 ZR 20 การเพิ่มขนาดหน้ายางของล้อหลังนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับกำลังที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ดีไซน์ภายนอก: โฉบเฉี่ยว สปอร์ต ดุดันยิ่งขึ้น
ปอร์เช่ได้ปรับดีไซน์ภายนอกของ 911 รุ่นใหม่ ให้มีความโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตเร้าใจยิ่งขึ้น โดยเน้นการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ การปรับเปลี่ยนกันชนหน้าใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรุ่นเฉพาะ เป็นการแสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียด สำหรับครั้งแรกใน 911 ฟังก์ชันระบบไฟหน้าทั้งหมดถูกรวมเข้ากับ ไฟหน้าเมทริกซ์ LED ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมกราฟิก 4 จุดอันเป็นเอกลักษณ์ การออกแบบนี้ช่วยให้สามารถยกเลิกชุดไฟหน้าเดิม และเพิ่มพื้นที่สำหรับช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าได้
สำหรับ 911 Carrera GTS ใหม่ ด้านหน้ารถยังโดดเด่นด้วย ช่องระบายความร้อนแบบแอคทีฟ (active cooling air flaps) ที่จัดวางในแนวตั้ง 5 ช่อง ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากภายนอก และมีช่องลมที่ซ่อนอยู่ในแต่ละด้าน
นับเป็นครั้งแรกใน Porsche 911 ที่มีการติดตั้ง ระบบดิฟฟิวเซอร์ด้านหน้าแบบปรับอากาศได้ (adaptive front diffusor) ที่ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อนใต้ท้องรถ ช่องระบายอากาศเหล่านี้จะควบคุมการไหลเวียนของอากาศตามต้องการ เมื่อต้องการประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ที่ดี ช่องระบายอากาศจะปิด และเมื่อต้องการการระบายความร้อนสูงสุด เช่นในสนามแข่ง ช่องระบายอากาศจะเปิดออกเพื่อส่งลมปริมาณมากไปยังหม้อน้ำของรถ เซ็นเซอร์สำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ถูกจัดวางไว้อย่างชาญฉลาดใต้ป้ายทะเบียน
ด้านท้ายของ 911 รุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยแถบไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่มีส่วนโค้งและโลโก้ “PORSCHE” อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้ด้านท้ายของรถดูดูลึกและกว้างขึ้น กระจังหลังดีไซน์ใหม่พร้อมครีบฝั่งละ 5 แผ่น เชื่อมต่อกับกระจกหลังสปอยเลอร์แบบพับเก็บได้ ป้ายทะเบียนถูกย้ายตำแหน่งให้สูงขึ้น พร้อมกันชนหลังดีไซน์โฉบเฉี่ยว ระบบท่อไอเสียเฉพาะรุ่นถูกจัดวางอย่างสวยงามผสานเข้ากับครีบดิฟฟิวเซอร์อันโดดเด่น สำหรับรุ่น 911 Carrera จะมีระบบไอเสียแบบสปอร์ตเป็นอุปกรณ์เสริม ส่วน 911 Carrera GTS จะมาพร้อมระบบท่อไอเสีย GTS แบบสปอร์ตเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสมรรถนะและรูปลักษณ์ให้สปอร์ตยิ่งขึ้น ปอร์เช่มี ชุดแต่งแอโรคิท (Aerokit) สำหรับ 911 Coupé ซึ่งประกอบด้วยกันชนหน้า SportDesign ที่โดดเด่นพร้อมสปอยเลอร์หน้า แผงข้างตัวรถที่เข้าชุดกัน และสปอยเลอร์หลังแบบติดตายน้ำหนักเบา ชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยลดแรงยกและเพิ่มแรงยึดเกาะของรถให้ดียิ่งขึ้น
ห้องโดยสาร: ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผสมผสานความคลาสสิกและทันสมัย
ภายในห้องโดยสารของ Porsche 911 ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นแบบ ดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยยึดมั่นในแนวคิด Porsche Driver Experience ที่มุ่งเน้นประสบการณ์ของผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับการผสมผสาน DNA การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ 911 เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่
สำหรับตัวถัง Coupé ปอร์เช่ได้ออกแบบภายในให้เป็นแบบ 2 ที่นั่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ยังสามารถเลือกที่นั่งแบบ 2+2 ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ปุ่มควบคุมที่สำคัญได้รับการจัดเรียงไว้อย่างเข้าถึงง่าย ทั้งบนและรอบๆ พวงมาลัย รวมถึงสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ และคันโยกควบคุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และเป็นครั้งแรกใน 911 ที่มีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ทางด้านขวาของพวงมาลัย
สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ แผงหน้าปัดดิจิทัลเต็มรูปแบบ เป็นครั้งแรกใน 911 มาพร้อมกับหน้าจอโค้งขนาด 12.6 นิ้ว ที่สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้ถึง 7 รูปแบบ รวมถึงหน้าจอ Classic ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมาตรวัด 5 ช่องทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ พร้อมมาตรวัดความเร็วที่อยู่ตรงกลาง
ระบบ Porsche Communication Management (PCM) ยังคงทำงานผ่านจอแสดงผลส่วนกลางที่มีความละเอียดสูงขนาด 10.9 นิ้ว ความสามารถในการปรับแต่งโหมดการขับขี่และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์การเชื่อมต่อใหม่ๆ อย่าง รหัส QR ที่ช่วยให้การเข้าสู่ระบบ PCM ด้วย Porsche ID สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
Apple CarPlay® ถูกผสานรวมเข้ากับรถยนต์ได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น โดยข้อมูลจะแสดงบนแผงหน้าปัดดิจิทัล และสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์ได้โดยตรง ผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง Siri® นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถ รับชมวิดีโอสตรีมมิ่งขณะจอดรถ ได้เป็นครั้งแรก และสามารถใช้แอปพลิเคชันยอดนิยม เช่น Spotify® และ Apple Music® บนจอ PCM ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
ราคาและรุ่นย่อย: สัมผัสตำนานในแบบของคุณ
Porsche 911 Carrera ใหม่ สามารถสั่งซื้อได้แล้วในรูปแบบตัวถัง Coupé และ Cabriolet พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง สำหรับ 911 Carrera GTS ใหม่ มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และตัวถังแบบ Targa ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น ทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมกับระบบเกียร์ Porsche Doppelkupplung (PDK) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ปอร์เช่ ประเทศไทย เสนอราคาเริ่มต้นสำหรับ The new 911 Carrera Coupé อยู่ที่ 11.9 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ) สำหรับ 911 Carrera GTS Coupé ราคาจะเริ่มต้นที่ 17.4 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ) ส่วนราคาชุดแต่งแอโรคิทเสริมสำหรับ 911 Carrera GTS อยู่ที่ 300,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ)
Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ และ 911 Carrera ใหม่ ไม่เพียงแต่เป็นรถสปอร์ตที่ได้รับการยกระดับทางเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงคำมั่นสัญญาของปอร์เช่ ในการส่งมอบสุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่อันน่าหลงใหล หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในตำนานแห่ง 911 และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า วันนี้คือโอกาสของคุณที่จะได้ครอบครองสุดยอดยนตรกรรมแห่งยุค
คุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ Porsche 911 หรือยัง? เชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษนี้ด้วยตัวคุณเองได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการปอร์เช่ ทั้ง 4 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม และทำการนัดหมายทดลองขับรถยนต์สปอร์ตในตำนานที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นอย่างแท้จริง

