มาเซราติ กรันคาบริโอ โฟลกอเร ติญาเนลโล: การเฉลิมฉลอง 50 ปีแห่งตำนานองุ่นแดงผ่านยนตรกรรมไฟฟ้าสุดพิเศษ
ในโลกที่ความเร็วและสไตล์มาบรรจบกัน รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงรสนิยมและคุณค่าของผู้ครอบครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นผลผลิตจากค่ายตรีศูล “มาเซราติ” ผู้ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าศตวรรษในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นเลิศ ในปี 2024 นี้ มาเซราติได้ยกระดับความพิเศษไปอีกขั้น ผ่านโครงการ “Bespoke” อันล้ำสมัย เพื่อนำเสนอรถยนต์รุ่นล่าสุดที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ ในโอกาสอันน่ายินดีที่ ไวน์ ติญาเนลโล (Tignanello) ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากตระกูลผู้ผลิตไวน์ มาร์เคเซ่ อันติโนริ (Marchesi Antinori) ฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการถือกำเนิด
การผสานศาสตร์แห่งยานยนต์และศิลปะแห่งการผลิตไวน์
ความร่วมมือระหว่าง มาเซราติ และ มาร์เคเซ่ อันติโนริ ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การร่วมเฉลิมฉลอง แต่เป็นการหลอมรวมเอาสองสุดยอดแห่งอิตาลีเข้าไว้ด้วยกัน ตระกูล มาร์เคเซ่ อันติโนริ คือตำนานที่มีชีวิต ผู้สืบทอดศาสตร์แห่งการทำไวน์มากว่า 600 ปี ผ่าน 26 รุ่น โดย ไวน์ ติญาเนลโล คือผลผลิตอันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ควบคู่ไปกับการรักษาไว้ซึ่งประเพณีอันทรงคุณค่า เช่นเดียวกับ มาเซราติ ที่เป็นเสมือน “หัวใจแห่งอิตาลี” (Italian heart) ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาเพื่อก้าวสู่ยุคใหม่
แรงบันดาลใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการสร้างสรรค์ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello คือ “ไร่องุ่น” ซึ่งเปรียบเสมือนอาณาจักรส่วนตัวของตระกูล อันติโนริ ที่ซึ่งความมหัศจรรย์ของการบ่มไวน์ได้ถือกำเนิดขึ้น การดำรงอยู่ของฉลาก ติญาเนลโล ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดครึ่งศตวรรษ สะท้อนถึงความสำเร็จที่ยั่งยืนและการยอมรับในระดับสากล เฉกเช่นเดียวกับ มาเซราติ ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการรถสปอร์ตหรู
Maserati Bespoke: นิยามใหม่ของความเป็นเอกเทศ
โครงการ Bespoke ของ มาเซราติ เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การสร้างสรรค์ยนตรกรรมในรูปแบบเฉพาะตัวอย่างแท้จริง โดยในกรณีของ GranCabrio Folgore Tignanello Edition นี้ ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อ มาร์เคเซ่ อันติโนริ โดยเฉพาะ เพื่อเข้าร่วมการประมูลการกุศลในงาน Arts for All Gala ณ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Festival Napa Valley ซึ่งเป็นงานศิลปะการกุศลชั้นนำ การสร้างสรรค์รถยนต์รุ่นนี้จึงไม่ใช่เพียงการผลิต แต่คือการถ่ายทอดเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และจิตวิญญาณของแบรนด์ไวน์ระดับโลก สู่ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่สุดยอด
รายละเอียดแห่งความเหนือระดับ: สีสันและวัสดุจากแรงบันดาลใจ
การรังสรรค์ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello Edition สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสื่อถึงคุณค่าและเรื่องราวของ ติญาเนลโล โดยเริ่มจากการออกแบบสีภายนอก ที่มาพร้อมสีพิเศษ “Terra di Tignanello” (สีน้ำตาลเชสต์นัท) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ในไร่องุ่น เติมเต็มด้วยเฉดสีเบอร์กันดีเหลือบทองแดง ที่สื่อถึงสีสันอันอบอุ่นของถังบ่มไวน์ Tignanello การผสมผสานนี้สร้างมิติของสีที่เข้มข้นและมีประกายเงางาม ราวกับเป็นผืนดินที่อาบไล้ด้วยแสงแห่งความสำเร็จ
รายละเอียดอื่นๆ ด้านนอกยังคงไว้ซึ่งความประณีต ขอบล้อสีดำด้าน คาลิปเปอร์เบรกสีดำมันเงา ตราสัญลักษณ์ มาเซราติ สีทองแดงมันวาวบนพื้นผิวมันเงา และหลังคาซอฟต์ท็อปสีดำสนิท ล้วนเสริมให้รถยนต์รุ่นนี้ดูสง่างามและเปี่ยมด้วยพลัง
ภายใน: บทกวีแห่งความหรูหราและจิตวิญญาณ
ห้องโดยสารของ GranCabrio Folgore Tignanello คือที่สุดของการผสมผสานระหว่างความหรูหรา ประเพณี นวัตกรรม และความประณีต การออกแบบภายในสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ ติญาเนลโล ได้อย่างชัดเจน โดยเบาะนั่งถูกรังสรรค์ด้วยการผสมผสานวัสดุคุณภาพสูงในโทนสีเงินและสีแดงเบอร์กันดี ทว่าสิ่งที่พิเศษยิ่งกว่าคือการนำวัสดุจาก Vegea มาใช้เป็นครั้งแรกในรถยนต์ของ มาเซราติ วัสดุที่พัฒนามาจากส่วนประกอบขององุ่น มีความยืดหยุ่นคล้ายหนัง ให้ความรู้สึกหรูหราและเป็นธรรมชาติ ชวนให้นึกถึงต้นองุ่นที่เรียงรายบนเนินเขา Tignanello
นอกจากนี้ ยังมีการใช้วัสดุธรรมชาติอื่นๆ อย่างลงตัว อาทิ ไม้สีเข้มที่สลักลวดลายด้วยเลเซอร์ สื่อถึงเทคนิคการใช้ความร้อนในการทำถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มไวน์ การตกแต่งประตูและแผงคอนโซลกลางสะท้อนถึงกระบวนการผลิตไวน์ Tignanello โดยมีการสลักตัวเลข “1971” และ “2021” ด้วยเลเซอร์ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 50 ปีของการวางจำหน่ายไวน์ ติญาเนลโล
พนักพิงศีรษะปักลวดลายที่ผสมผสานตราตรีศูลของ มาเซราติ และสัญลักษณ์ “ดวงอาทิตย์” ซึ่งเป็นตราประจำของไวน์ ติญาเนลโล มายาวนาน ยิ่งเพิ่มความพิเศษและความหมายที่ลึกซึ้งให้กับยนตรกรรมคันนี้
GranCabrio Folgore: อนาคตแห่งสมรรถนะไฟฟ้า
นอกเหนือจากความพิเศษในด้านการออกแบบและวัสดุ Maserati GranCabrio Folgore ในเวอร์ชันนี้ ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ มาเซราติ โดยขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% พร้อมแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยี Formula E ซึ่งมอบสมรรถนะที่ทรงพลัง การตอบสนองที่ฉับไว และยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลและความสบายในการขับขี่
การรวมผสานสุดยอดสมรรถนะ ความสะดวกสบาย สไตล์ที่โดดเด่น และความหรูหราเหนือกาลเวลา ทำให้ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello Edition เป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็นผลงานศิลปะที่ผสานสองตำนานแห่งอิตาลีเข้าไว้ด้วยกัน เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า มาเซราติ คือผู้นำในยุคใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้า ที่ยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณและมรดกอันล้ำค่า
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสุดยอดยนตรกรรม ผสานกับความประณีตของศิลปะแห่งการผลิตไวน์ โอกาสในการสัมผัสประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การได้ตระหนักถึงการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดของ มาเซราติ คือก้าวแรกของการเดินทางสู่โลกแห่งความเป็นเลิศ
ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจในยนตรกรรมไฟฟ้าสุดหรูและผลงานศิลปะแห่งการผลิตไวน์ระดับโลก ติดต่อตัวแทนจำหน่าย มาเซราติ อย่างเป็นทางการ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Bespoke และประสบการณ์อันเหนือระดับที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณต่อโลกยานยนต์ตลอดไป

![G3012021 แผนหาเม ยให กชาย [ตอนจบ] part2](https://filmthai2.huongrung.net/wp-content/uploads/2026/01/image-6.png)