• Sample Page
filmthai2.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmthai2.huongrung.net
No Result
View All Result

G3012013 แม วด ๆย งม อย ย! [ตอนจบ] part2

admin79 by admin79
December 31, 2025
in Uncategorized
0
G3012013 แม วด ๆย งม อย ย! [ตอนจบ] part2

Porsche 911 Carrera GTS ใหม่: นิยามใหม่แห่งสมรรถนะไฮบริดเหนือชั้น สู่ยุค 2025

ในวงการรถสปอร์ตระดับโลก ชื่อของ Porsche 911 ไม่เคยจางหายไปจากใจผู้หลงใหลในความเร็วและสมรรถนะ การปรากฏตัวของ Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ พร้อมกับระบบ T-Hybrid น้ำหนักเบาแต่เปี่ยมด้วยพละกำลัง ถือเป็นการยกระดับตำนานไอคอนิกนี้ไปสู่อีกระดับของการขับขี่ที่ทรงพลังและตอบสนองได้ดียิ่งกว่าเดิม ในปี 2025 นี้ Porsche ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ โดยนำความรู้และประสบการณ์อันยาวนานจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต มาผสานรวมกับเทคโนโลยีขับเคลื่อนแห่งอนาคต เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่บนท้องถนนทั่วไปที่เหนือกว่าทุกสัมผัส

หัวใจใหม่ที่เต้นแรง: ระบบ T-Hybrid ขับเคลื่อนสมรรถนะแห่งอนาคต

แกนหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้อยู่ที่ระบบ T-Hybrid ซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ 911 โดยเฉพาะ วิศวกรของ Porsche ได้ทุ่มเทการวิจัยและพัฒนาแนวคิดต่างๆ อย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้ระบบที่ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของ 911 ได้อย่างลงตัว และมอบสมรรถนะที่เหนือชั้นอย่างแท้จริง ระบบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามา แต่คือการบูรณาการเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นใหม่ทั้งหมด

หัวใจสำคัญของระบบ T-Hybrid คือ เทอร์โบชาร์จเจอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนา ซึ่งภายในประกอบไปด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ระหว่างใบพัดคอมเพรสเซอร์และกังหันของเทอร์โบชาร์จเจอร์ เมื่อเครื่องยนต์ต้องการกำลัง มอเตอร์ไฟฟ้านี้จะเข้ามาช่วยเร่งรอบของเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้อย่างฉับพลัน ส่งผลให้การตอบสนองของระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่เคยล่าช้า กลายเป็นความเร็วที่แทบจะไร้การหน่วงเหนี่ยว นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ทันทีที่กดคันเร่ง

นอกเหนือจากการเร่งรอบเทอร์โบแล้ว มอเตอร์ไฟฟ้าในเทอร์โบชาร์จเจอร์ยังทำหน้าที่เป็น เครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้า ที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถผลิตพลังงานได้สูงสุดถึง 11 กิโลวัตต์ (เทียบเท่า 15 แรงม้า) พลังงานนี้ได้มาจากการนำพลังงานความร้อนที่เกิดจากไอเสีย ซึ่งปกติจะสูญเสียไป กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ในทางเทคนิค เทอร์โบชาร์จเจอร์ไฟฟ้าตัวเดียวนี้ สามารถทดแทนการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบดั้งเดิมถึงสองตัวในรุ่นก่อนหน้า ส่งผลให้การส่งกำลังมีความคล่องตัวและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ส่วนประกอบสำคัญอีกชิ้นคือ มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ที่ติดตั้งอยู่ภายในชุดเกียร์คลัตช์คู่ PDK แบบ 8 สปีดใหม่ ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แม้ในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำ มอเตอร์ไฟฟ้าตัวนี้ก็สามารถเสริมกำลังและแรงบิดให้กับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถเพิ่มแรงบิดได้สูงสุดถึง 150 นิวตันเมตร และเพิ่มกำลังได้สูงสุดถึง 40 กิโลวัตต์ Porsche ได้เชื่อมต่อมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสองตัวเข้ากับ แบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูง ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา แบตเตอรี่นี้มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับแบตเตอรี่สตาร์ทเตอร์ 12 โวลต์ทั่วไป แต่สามารถเก็บพลังงานได้สูงถึง 1.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง และทำงานที่แรงดันไฟฟ้า 400 โวลต์ อันเป็นมาตรฐานสำหรับระบบไฮบริดสมรรถนะสูง

สำหรับระบบไฟฟ้า 12 โวลต์ภายในรถ ยังคงมีการติดตั้ง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนน้ำหนักเบา เพิ่มเติม เพื่อให้การทำงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น

หัวใจแห่งเครื่องยนต์: บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร ยุคใหม่

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบ T-Hybrid นี้ คือ เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ระบบไฟฟ้าแรงสูงนี้ยังส่งผลดีต่อการออกแบบเครื่องยนต์ในส่วนอื่นๆ ด้วย เช่น การทำให้คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศสามารถทำงานด้วยระบบไฟฟ้าของตัวเองได้โดยตรง ทำให้ไม่ต้องมีสายพานขับจากเครื่องยนต์อีกต่อไป ส่งผลให้เครื่องยนต์มีขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น และมีพื้นที่เหลือสำหรับการติดตั้งชุด Pulse Inverter และ DC-DC converter อุปกรณ์สำคัญในการจัดการพลังงานของระบบไฮบริด

การออกแบบเครื่องยนต์ใหม่นี้ยังรวมถึงการเพิ่มขนาดกระบอกสูบเป็น 97 มิลลิเมตร และช่วงชักที่เพิ่มขึ้นเป็น 81 มิลลิเมตร ส่งผลให้ปริมาตรกระบอกสูบโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 0.6 ลิตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เครื่องยนต์ยังคงมาพร้อมกับระบบควบคุมเพลาลูกเบี้ยว VarioCam ที่ช่วยรักษาอัตราส่วนผสมของเชื้อเพลิงและอากาศให้เหมาะสมในทุกสภาวะการขับขี่

แม้ในขณะที่ไม่ได้ใช้กำลังเสริมจากระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร ตัวนี้ ก็สามารถผลิตพละกำลังได้ถึง 357 กิโลวัตต์ (485 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 570 นิวตันเมตร เมื่อรวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า T-Hybrid เข้าด้วยกัน Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ จะมอบพละกำลังรวมที่สูงถึง 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 610 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 45 กิโลวัตต์ (61 แรงม้า) ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตราเร่ง โดย Porsche 911 Carrera GTS Coupé สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้เร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ระบบไฮบริดสมรรถนะสูงนี้ ไม่เพียงแต่จะมอบอัตราเร่งที่ทรงพลังและตอบสนองได้อย่างทันใจ แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่น่าประทับใจคือ แม้จะมีการเพิ่มระบบไฮบริดเข้ามา น้ำหนักตัวของรถที่เพิ่มขึ้นนั้นมีเพียงเล็กน้อย เพียง 50 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นความสำเร็จด้านวิศวกรรมที่น่าทึ่ง เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฮบริดแบบปลั๊กอินทั่วไป

Porsche 911 Carrera: สมรรถนะอันเป็นตำนานที่ได้รับการยกระดับ

สำหรับรุ่น Porsche 911 Carrera ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นของตระกูล 911 ก็ได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยและทรงพลังยิ่งขึ้นเช่นกัน หัวใจหลักยังคงเป็น เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยมีการนำเอาอินเตอร์คูลเลอร์จากรุ่น 911 Turbo มาใช้ ซึ่งติดตั้งอยู่ใต้ฝากระโปรงหลังเหนือเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนให้กับอากาศที่เข้าสู่เครื่องยนต์ นอกจากนี้ เทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ใช้ใน 911 Carrera รุ่นใหม่นี้ คือรุ่นเดียวกับที่เคยใช้ใน 911 Carrera GTS ในโมเดลก่อนหน้า

การปรับปรุงเหล่านี้ทำให้ Porsche สามารถลดการปล่อยไอเสียลง ในขณะเดียวกันก็เพิ่มพละกำลังขึ้นไปที่ 290 กิโลวัตต์ (394 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร สำหรับ 911 Carrera Coupé รุ่นใหม่นี้ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.1 วินาที (หรือ 3.9 วินาที หากมีแพ็คเกจ Sport Chrono) และมีความเร็วสูงสุดที่ 294 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วขึ้น 0.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้น 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

การควบคุมที่แม่นยำ: ระบบช่วงล่างและแชสซีที่ได้รับการปรับปรุง

Porsche ไม่ได้หยุดเพียงแค่การพัฒนาระบบขับเคลื่อนเท่านั้น ระบบช่วงล่างของ 911 Carrera GTS ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพื่อมอบการควบคุมที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกที่ระบบ Rear-axle steering (ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง) ได้ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง และลดรัศมีวงเลี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Porsche ยังได้ผสานระบบควบคุมการทรงตัวของแชสซี Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) เข้ากับระบบไฟฟ้าแรงสูงของระบบ T-Hybrid ทำให้สามารถใช้ระบบควบคุมแบบ electro-hydraulic ได้ ซึ่งให้ความยืดหยุ่นและความแม่นยำในการปรับการทำงานของช่วงล่างได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

สำหรับรุ่น GTS ยังมาพร้อมกับระบบช่วงล่างสปอร์ต PASM (Porsche Active Suspension Management) ที่มีการปรับแต่งให้มีความสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมการลดความสูงของห้องโดยสารลง 10 มิลลิเมตร ส่งผลให้การควบคุม 911 Carrera GTS มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สัมผัสได้ถึงสมรรถนะระดับสูงสุด

ในส่วนของล้อ Porsche มีตัวเลือกให้ถึง 7 แบบ ทั้งขนาด 19/20 นิ้ว หรือ 20/21 นิ้ว สำหรับ 911 รุ่นใหม่นี้ สำหรับ 911 Carrera รุ่นเริ่มต้น เป็นครั้งแรกที่มีการนำเสนอ ล้อดีไซน์พิเศษที่ใช้วัสดุคาร์บอน ซึ่งช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ ส่วน 911 Carrera GTS จะมาพร้อมกับล้อขนาด 21 นิ้ว โดยล้อหลังมีขนาดกว้างถึง 11.5 นิ้ว พร้อมยางขนาด 315/30 ZR 21 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในขณะที่ล้อหน้าเป็นขนาด 20 นิ้ว กว้าง 8.5 นิ้ว พร้อมยางขนาด 245/35 ZR 20 การเพิ่มความกว้างของหน้ายางล้อหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และการยึดเกาะถนนได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดีไซน์ภายนอก: ความเฉียบคม สปอร์ต ดุดัน และประสิทธิภาพ

Porsche ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ 911 ไว้ได้เป็นอย่างดี แต่ได้ปรับปรุงดีไซน์ภายนอกให้มีความเฉียบคมและสปอร์ตเร้าใจยิ่งขึ้น โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์และการทำงานของระบบต่างๆ กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด นับเป็นครั้งแรกที่ Porsche ได้รวมฟังก์ชันของระบบไฟหน้า LED Matrix มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ 911 ทุกรุ่น พร้อมกราฟิกไฟ LED 4 จุดอันเป็นเอกลักษณ์ การรวมไฟหน้าเข้ามานี้ ทำให้สามารถลดพื้นที่ของชุดไฟหน้าลง และเพิ่มพื้นที่สำหรับช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าของรถแทนได้

สำหรับ 911 Carrera GTS ด้านหน้ารถจะโดดเด่นด้วย ช่องระบายความร้อนแบบแอคทีฟที่จัดวางในแนวตั้ง 5 ช่อง ซึ่งมองเห็นได้จากภายนอก และยังมีช่องลมที่ซ่อนอยู่ในแต่ละด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของระบบเบรกและระบบส่งกำลัง

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจคือ ระบบดิฟฟิวเซอร์ด้านหน้าแบบปรับอากาศได้ ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถเป็นครั้งแรกใน Porsche 911 โดยทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน ดิฟฟิวเซอร์นี้สามารถปรับการไหลเวียนของอากาศตามต้องการ เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำและต้องการประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์สูงสุด ช่องระบายอากาศจะปิด แต่เมื่อเครื่องยนต์ต้องการกำลังสูงสุด เช่น ในสนามแข่ง ช่องระบายอากาศจะเปิดออกเพื่อส่งลมจำนวนมากไปยังหม้อน้ำของรถ เซ็นเซอร์สำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ต่างๆ จะถูกติดตั้งอย่างแนบเนียนอยู่ใต้ป้ายทะเบียน

Porsche ยังนำเสนอ ออปชั่นไฟหน้าแบบใหม่ พร้อมฟังก์ชัน HD Matrix LED ที่มีหลอดไฟมากกว่า 32,000 จุด สามารถส่องสว่างไปบนถนนได้ไกลกว่า 600 เมตร เมื่อใช้ไฟสูง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเสริมสุดล้ำ เช่น ไฟโค้งตามการหักเลี้ยวที่ปรับตามโหมดการขับขี่, ไฟส่องสว่างช่องทางเดินรถ, ไฟส่องสว่างบริเวณถนนที่กำลังก่อสร้างและช่องทางคอขวด รวมถึงระบบไฟสูงที่แม่นยำและมีความละเอียดระดับพิกเซล

ด้านท้ายของ 911 ถูกออกแบบใหม่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วย แถบไฟท้ายดีไซน์ใหม่ พร้อมส่วนโค้งและโลโก้ “PORSCHE” ที่ช่วยให้ท้ายรถดูมีมิติ ลึกและกว้างขึ้น กระจังหลังดีไซน์ใหม่พร้อมครีบระบายอากาศ 5 แผ่นต่อด้าน เชื่อมต่อกับกระจกหลังสปอยเลอร์แบบพับเก็บได้ ป้ายทะเบียนถูกย้ายตำแหน่งให้สูงขึ้น พร้อมกันชนหลังดีไซน์โฉบเฉี่ยว ระบบท่อไอเสียเฉพาะรุ่นถูกจัดวางอย่างสวยงามผสานเข้ากับครีบดิฟฟิวเซอร์อันโดดเด่น สำหรับรุ่น 911 Carrera สามารถเลือกติดตั้งระบบไอเสียสปอร์ตเป็นอุปกรณ์เสริมได้ ส่วนรุ่น 911 Carrera GTS จะมาพร้อมกับระบบท่อไอเสีย GTS แบบสปอร์ตเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสมรรถนะและความดุดันให้กับ 911 Coupé Porsche ยังมี ชุดแต่ง Aerokit ที่ประกอบด้วยกันชนหน้า SportDesign พร้อมสปอยเลอร์หน้าที่โดดเด่น, แผงข้างตัวรถที่เข้าชุดกัน และสปอยเลอร์หลังแบบติดตายน้ำหนักเบา ชิ้นส่วนเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดแรงยกและเพิ่มแรงยึดเกาะของรถให้ดียิ่งขึ้น

ห้องโดยสาร: ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผสาน DNA 911 กับเทคโนโลยีล้ำสมัย

ภายในห้องโดยสารของ Porsche 911 รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเน้นที่ Porsche Driver Experience ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ โดยยังคงรักษา DNA การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ 911 ไว้อย่างครบถ้วน แต่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ปุ่มควบคุมที่สำคัญถูกจัดเรียงให้อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานง่ายที่สุด ทั้งบนและรอบๆ พวงมาลัย ซึ่งรวมถึงสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ และคันโยกควบคุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เป็นครั้งแรกใน 911 ที่มี ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่ทางด้านขวาของพวงมาลัย เสมือนดั่งรถสปอร์ตระดับตำนาน

ภายในช่องเก็บของคอนโซลกลาง ยังมีฟังก์ชัน การชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย พร้อมช่องระบายความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนสะสมขณะใช้งาน

สิ่งที่เป็นไฮไลท์สำคัญคือ แผงหน้าปัดดิจิทัลเต็มรูปแบบ เป็นครั้งแรกที่ 911 มาพร้อมกับหน้าจอโค้งขนาด 12.6 นิ้ว ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัว สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้ถึง 7 รูปแบบ รวมถึงหน้าจอ Classic สุดพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมาตรวัด 5 ช่องทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche โดยมีมาตรวัดความเร็วอยู่ตรงกลาง

ระบบ Porsche Communication Management (PCM) ยังคงทำงานผ่านจอแสดงผลส่วนกลางที่มีความละเอียดสูงขนาด 10.9 นิ้ว ความสามารถในการปรับแต่งโหมดการขับขี่และฟังก์ชันของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก สำหรับ 911 รุ่นปรับปรุงนี้ มีฟีเจอร์การเชื่อมต่อใหม่ๆ เช่น QR Code ที่ช่วยให้การเข้าสู่ระบบ PCM ด้วย Porsche ID ทำได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

Apple CarPlay® ได้รับการผสานรวมเข้ากับระบบของรถยนต์อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น เมื่อใช้งาน ระบบจะแสดงข้อมูลบนแผงหน้าปัด และสามารถสั่งงานฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์ได้โดยตรง เชื่อมต่อกับระบบของ Apple® ผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง Siri® และเป็นครั้งแรกที่สามารถ รับชมวิดีโอสตรีมมิ่งขณะจอดรถได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถใช้แอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Spotify® และ Apple Music® บนหน้าจอ PCM ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

ราคาและการสั่งซื้อ

Porsche 911 Carrera GTS และ Porsche 911 Carrera รุ่นใหม่ พร้อมให้สั่งจองแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 11.9 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ) สำหรับรุ่น 911 Carrera Coupé

สำหรับรุ่น 911 Carrera GTS Coupé ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 17.4 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ) นอกจากนี้ยังมีชุดแต่ง Aerokit เสริมสำหรับ 911 Carrera GTS ในราคา 300,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ)

Porsche 911 Carrera รุ่นใหม่ มีให้เลือกในรูปแบบตัวถัง Coupé และ Cabriolet พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และรุ่น 911 Carrera GTS มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รวมถึงตัวถัง Targa ที่มีเฉพาะระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น โดยทุกรุ่นมาพร้อมการติดตั้งระบบ Porsche Doppelkupplung (PDK) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับของ Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ และ Porsche 911 Carrera สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำการสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ Porsche ทั้ง 4 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่โลกแห่งสมรรถนะและความหรูหราที่ไม่มีวันสิ้นสุด.

Previous Post

G3012010 ความช ำใจของเม ยแก [ตอนจบ] part2

Next Post

G3012007 ชายใจร าย [ตอน part2

Next Post
G3012007 ชายใจร าย [ตอน part2

G3012007 ชายใจร าย [ตอน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • G1001011 าซ อมเส อผ าอะไรต งท งท ประก part2
  • G1001002 แม ลำเอ ยงกล บมาในประเทศต วเองลำบาก part2
  • G1001004 ดว าต วเองส งกว าคนอ องเจอคนจร งสะบ าง part2
  • G1001005 ลงท แม ไม ได ลงท กชายแม แหละ part2
  • G1001001 คนท องก อย าได part2

Recent Comments

  1. admin79 on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  2. BonusBacklinks.com on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  3. Cheap Backlinks on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  4. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.