ALL NEW MG3 HYBRID+: นิยามใหม่ของรถยนต์ไฮบริดราคาเอื้อมถึง ที่พร้อมเขย่าตลาดรถยนต์อีโคคาร์ไทย
ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีรถยนต์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และวันนี้ ผมมีข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ประหยัดน้ำมัน และมีสมรรถนะที่น่าประทับใจ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายนั่นคือ ALL NEW MG3 HYBRID+ ยนตรกรรมไฮบริดรุ่นล่าสุดจาก MG ที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถยนต์อีโคคาร์ไทย
การเปิดตัวของ MG3 HYBRID+ ในงาน BIG MOTOR SALE 2024 ที่ผ่านมา ณ ไบเทค บางนา ไม่เพียงแต่เป็นการจัดแสดงรถยนต์ที่สวยงามตระการตาเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักดาของ MG ในการนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดที่ทันสมัยในราคาที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นจุดสนใจและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
ความโดดเด่นที่เหนือกว่า: ดีไซน์สปอร์ตและสมรรถนะไฮบริดที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
สิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อเห็น ALL NEW MG3 HYBRID+ คือการเปลี่ยนแปลงที่น่าประทับใจในด้านดีไซน์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เส้นสายที่เฉียบคมขึ้น สัดส่วนที่ลงตัว และการตกแต่งที่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ทำให้รถรุ่นนี้มีความน่าดึงดูดใจตั้งแต่แรกเห็น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าหน้าตาที่หล่อเหลา คือหัวใจสำคัญของรถยนต์รุ่นนี้ นั่นคือระบบ ไฮบริด ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว
หลายท่านอาจสงสัยว่าในราคาที่เข้าถึงได้เช่นนี้ จะได้เทคโนโลยีไฮบริดที่คุ้มค่าจริงหรือ? ผมขอยืนยันจากประสบการณ์ตรงว่า MG3 HYBRID+ ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้จริงจากการทดสอบจริงหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับรถยนต์ขนาดเล็กอื่นๆ ในตลาดที่อาจจะยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม การได้สัมผัสกับสมรรถนะที่แรงขึ้น อัตราเร่งที่ทันใจ และการประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่งของ MG3 HYBRID+ ทำให้ผมกล้ายกให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ขนาดเล็กที่มาพร้อมระบบไฮบริด
ราคาที่เข้าถึงได้: การลงทุนที่คุ้มค่ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ALL NEW MG3 HYBRID+ ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น คือ ราคา ที่ MG ตั้งไว้ได้อย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปิดตัวที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับ 1,000 คันแรก:
MG 3 Hybrid+ D: ราคา 559,900 บาท
MG 3 Hybrid+ X: ราคา 599,900 บาท
หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นราคาพิเศษช่วงเปิดตัว สำหรับ 1,000 คันแรกเท่านั้น หลังจากนั้นราคาจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 579,900 – 619,900 บาท
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ MG ในการทำให้เทคโนโลยีไฮบริดเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับคนหมู่มาก การลงทุนในรถยนต์ไฮบริดในวันนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในระยะยาว แต่ยังเป็นการสนับสนุนการลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งเป็นทิศทางที่ทั่วโลกกำลังมุ่งไป
นอกจากนี้ MG ยังมอบความอุ่นใจให้กับผู้บริโภคด้วยการรับประกันที่ครอบคลุม:
การรับประกันคุณภาพตัวรถ: 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร
การรับประกันแบตเตอรี่ Hybrid: 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดยาวนานถึง 10 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง ถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่ช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ในระยะยาว ซึ่งเป็นข้อกังวลหลักสำหรับรถยนต์ไฮบริดหลายรุ่นในตลาด
ตกแต่งสุดสปอร์ต: ยกระดับความเร้าใจในทุกมิติ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความโดดเด่นและสไตล์สปอร์ต MG ได้นำเสนอ ALL NEW MG3 HYBRID+ ในรูปแบบที่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความดุดันและน่ามองยิ่งขึ้น อุปกรณ์ตกแต่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังสะท้อนถึง DNA ความสปอร์ตของแบรนด์ MG ได้เป็นอย่างดี:
สเกิร์ตรอบคัน 4 ชิ้น: เสริมความเฉียบคมและความดุดันให้กับตัวรถ
ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว: เพิ่มความบึกบึนและยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น
คาลิปเปอร์เบรกขนาดใหญ่ทำสีพร้อมจานเบรก: ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังบ่งบอกถึงสมรรถนะการเบรกที่มั่นใจ
สปอยเลอร์หลัง: เสริมแอโรไดนามิกส์และรูปลักษณ์ที่สปอร์ต
ช่วงล่างสตรัทปรับเกลียว Profender โหลดลงนิ้วครึ่ง: ยกระดับการควบคุมและการทรงตัวให้เฉียบคมยิ่งขึ้น พร้อมลดความสูงของรถให้ดูสปอร์ต
แผ่นเพลทตกแต่งประตูหน้า: รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มความพิเศษ
ฝาท้ายไฟฟ้า: เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
แป้นเบรกแบบสปอร์ต: สัมผัสที่สปอร์ตยิ่งขึ้นในการขับขี่
ฝาครอบกระจกมองข้างคาร์บอน (นำมาจาก MG5): รายละเอียดที่เสริมความสปอร์ตระดับพรีเมียม
การตกแต่งเหล่านี้ทำให้ MG3 HYBRID+ ไม่ใช่แค่รถยนต์อีโคคาร์ที่ประหยัดน้ำมัน แต่เป็นรถยนต์ที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ ที่รักในสไตล์และสมรรถนะ
มิติตัวถังและพื้นที่ใช้สอย: ความลงตัวสำหรับชีวิตคนเมือง
ในยุคที่พื้นที่ในเมืองมีจำกัด การเลือกสรรรถยนต์ที่มีขนาดเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ALL NEW MG3 HYBRID+ มาพร้อมมิติตัวถังที่ลงตัวสำหรับการขับขี่ในเมือง แต่ยังคงให้พื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน:
ความยาว: 4,113 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 1,797 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,502 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ: 2,570 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดใต้ท้องรถ (Ground Clearance): 117 มิลลิเมตร (เพียงพอสำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไปและสภาพถนนที่หลากหลายในประเทศไทย)
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง: 293 ลิตร (เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป) และสามารถเพิ่มได้ถึง 1,037 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง ทำให้สามารถขนสัมภาระขนาดใหญ่ได้
ความจุถังน้ำมัน: 36 ลิตร (แม้จะดูเล็กน้อย แต่ด้วยสมรรถนะการประหยัดน้ำมันของระบบไฮบริด ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางที่ไกลกว่าที่คาดการณ์)
มิติตัวถังที่กะทัดรัดช่วยให้การขับขี่และการจอดในเมืองเป็นไปอย่างสะดวกสบาย ขณะที่พื้นที่ภายในถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า
หัวใจสำคัญ: ขุมพลังไฮบริดที่ผสานประสิทธิภาพและความประหยัด
มาถึงส่วนที่เป็นหัวใจหลักของ ALL NEW MG3 HYBRID+ นั่นคือ ขุมพลังไฮบริด ที่ MG พัฒนาขึ้นมาอย่างพิถีพิธัน:
เครื่องยนต์เบนซิน: 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร (1,498 ซีซี) พร้อมระบบแปรผันวาล์ว DVVT ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 128 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้า: แบบ High-performance Permanent Magnet Synchronous Motors ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ: 143 กิโลวัตต์ หรือ 194 แรงม้า (PS)
แรงบิดสูงสุดรวม: 250 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่: Lithium-ion (NMC) ความจุ 1.83 kWh
ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ E-AT 3 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน: ล้อหน้า FWD
การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ MG3 HYBRID+ สามารถมอบสมรรถนะที่เหนือกว่ารถยนต์ในพิกัดเดียวกันได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านอัตราเร่งที่ทันใจ และความนุ่มนวลในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำงานร่วมกับระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) หรือระบบปรับแรงหน่วงจากการกู้คืนพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งมีให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ มาก ปานกลาง และน้อย ระบบนี้จะช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ทุกครั้งที่เราชะลอความเร็วหรือเบรก ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างมาก
ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 รูปแบบ เพื่อตอบสนองการใช้งานที่แตกต่างกัน:
ECO: เน้นการประหยัดน้ำมันสูงสุด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่การจราจรไม่หนาแน่นนัก
NORMAL: การขับขี่ที่สมดุลระหว่างสมรรถนะและการประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในทุกสภาวะ
SPORT: ดึงสมรรถนะของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าออกมาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ
เทคโนโลยีภายนอก: ความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เหนือกว่า
MG3 HYBRID+ ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ภายนอกที่ทันสมัยและช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน:
ไฟหน้า Projector Lens LED: ให้แสงสว่างที่ชัดเจนและประหยัดพลังงาน
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ: เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย
ระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow-Me-Home): เพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องเดินในที่มืด
ไฟ DRL แบบ LED: เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในเวลากลางวัน
กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ: เพิ่มความสะดวกสบาย
ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว และยาง ขนาด 195/55 R16: ให้ความมั่นใจในการขับขี่
ช่วงล่าง: ด้านหน้าแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบคานบิดกึ่งอิสระ Torsion Beam ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับรถยนต์ในพิกัดนี้
ระบบเบรกแบบจานเบรก 4 ล้อ: ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่มั่นใจ
ภายในห้องโดยสาร: ความสบาย ทันสมัย และการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ ALL NEW MG3 HYBRID+ คุณจะพบกับการออกแบบที่เน้นความทันสมัย ความสบาย และการเชื่อมต่อที่ครบครัน:
เบาะนั่ง: หุ้มด้วยวัสดุผ้าสีดำ (สำหรับรุ่น D) ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต เบาะคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง เพื่อความสบายสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
เบาะนั่งด้านหลัง: สามารถพับได้แบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระ
พวงมาลัย: ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ทำให้ควบคุมระบบต่างๆ ได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย
กระจกหน้าต่าง: แบบไฟฟ้า One Touch Up-Down ด้านผู้ขับขี่ เพิ่มความสะดวกสบาย
หน้าจอชุดมาตรวัด: แบบ Digital Multi-Function ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน
หน้าจอกลางระบบสัมผัส: ขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในรถยนต์ยุคใหม่ และ MG3 HYBRID+ ก็ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยม
กล้องมองภาพด้านหลัง: ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการถอยจอด
ชุดเครื่องเสียง: พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์เสียงที่น่าประทับใจ
ระบบปรับอากาศ: พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่วยให้อากาศภายในห้องโดยสารเย็นสบายทั่วถึง
ระบบกุญแจรีโมท Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start: เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออกรถ และสตาร์ทเครื่องยนต์
รุ่น X: ยกระดับความหรูหราและความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
สำหรับรุ่น MG 3 HYBRID+ X จะได้รับการเพิ่มอุปกรณ์ที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นไปอีก:
กล้องรอบคัน 360 องศา แบบ High Definition: ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยรอบคันอย่างรอบด้าน ทำให้การขับขี่และการจอดในที่แคบเป็นเรื่องง่าย
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ: เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ขณะฝนตก
เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์และผ้า สี 2-tone ขาวสลับดำ: ยกระดับความหรูหราและความสปอร์ตภายในห้องโดยสาร
แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger): สะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องสายชาร์จ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC – Adaptive Cruise Control): ระบบที่ช่วยรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางไกล
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA – Traffic Jam Assist): ระบบที่ช่วยควบคุมรถในการจราจรติดขัด ทำให้การขับขี่ผ่อนคลายยิ่งขึ้น
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน (ELK – Emergency Lane Keeping System): ระบบป้องกันการออกนอกเลนอย่างปลอดภัย
ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน (LDP – Lane Departure Prevention) / ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA – Lane Keep Assist): ระบบที่ช่วยประคับประคองรถให้อยู่ในเลน
ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW – Lane Departure Warning): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถกำลังจะออกนอกเลน
ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้า (FCW – Forward Collision Warning): แจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อมีแนวโน้มจะชนรถคันหน้า
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB – Autonomous Emergency Braking): ระบบที่ช่วยเบรกฉุกเฉินเพื่อลดความรุนแรงของการชน หรือหลีกเลี่ยงการชน
ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ (UDW – Unsteady Driving Warning): แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบความผิดปกติของพฤติกรรมการขับขี่
ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (IHC – Intelligent High-beam control): ระบบที่ช่วยปรับการทำงานของไฟสูง-ไฟต่ำให้เหมาะสมกับสภาพการจราจร
การติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงเหล่านี้ในรถยนต์ระดับอีโคคาร์ ถือเป็นก้าวสำคัญของ MG ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในตลาดรถยนต์ไทย
ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด: ความอุ่นใจที่มาพร้อมทุกการเดินทาง
MG3 HYBRID+ ไม่ได้มีดีแค่เทคโนโลยีและสมรรถนะ แต่ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นอันดับแรก ด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครัน:
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง: ครอบคลุมทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลม
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System): ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน
ระบบกระจายแรงเบรก (EBD – Electronic Brake Force Distribution): ปรับแรงดันน้ำมันเบรกเพื่อการกระจายแรงเบรกที่เหมาะสม
ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBA – Electronic Brake Assist): ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกเมื่อต้องการหยุดรถในระยะสั้น
ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว (XDS – Electronic Differential System): ช่วยควบคุมการหมุนของล้อเพื่อการเข้าโค้งที่มั่นคง
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS – Traction Control System): ป้องกันการลื่นไถลของล้อขณะออกตัวหรือเร่งความเร็ว
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS – Hill Start Assist System): ป้องกันรถไหลเมื่อออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน (ESS – Emergency Stop Signal): ไฟเบรกจะกระพริบเพื่อเตือนรถคันหลังเมื่อเบรกกะทันหัน
ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (TPMS – Tire Pressure Monitor System): แจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมยางผิดปกติ
จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX: สำหรับการติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock): ล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่
สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง: ช่วยในการถอยจอด
ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer: ป้องกันการโจรกรรม
สรุป: ALL NEW MG3 HYBRID+ ก้าวข้ามทุกความคาดหมาย
จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ALL NEW MG3 HYBRID+ ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฮบริดราคาเอื้อมถึงธรรมดา แต่เป็นรถยนต์ที่นำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่น่าประทับใจ ดีไซน์ที่โดดเด่น และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ในราคาที่แข่งขันได้ในตลาดประเทศไทย การที่ MG กล้าที่จะนำเสนอรถยนต์ไฮบริดที่มีขุมพลัง 194 แรงม้า และพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 6 แสนบาท ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเกมครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์อีโคคาร์
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัด ความแรง ความทันสมัย และความปลอดภัย ผมขอแนะนำให้ลองพิจารณา ALL NEW MG3 HYBRID+ อย่างจริงจัง ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า และเทคโนโลยีที่ได้รับ จะทำให้คุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
อย่ารอช้า! สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับของ ALL NEW MG3 HYBRID+ ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม MG ใกล้บ้านคุณ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษก่อนใคร

