• Sample Page
filmthai2.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmthai2.huongrung.net
No Result
View All Result

G3112019 หน าตาแกก ไม ได เหร นะ แต ทำไมไปคบก บคนจนๆแบบน นล part2

admin79 by admin79
December 31, 2025
in Uncategorized
0
G3112019 หน าตาแกก ไม ได เหร นะ แต ทำไมไปคบก บคนจนๆแบบน นล part2

เจาะลึกครึ่งทาง Motor Expo 2025: ศึกชิงบัลลังก์ยานยนต์ไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน

“งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ได้เดินทางมาถึงครึ่งทางอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายนถึง 4 ธันวาคม ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับจากผู้จัดงานและแหล่งข่าวในวงการ บ่งชี้ให้เห็นถึงความคึกคักของตลาดรถยนต์ไทยในช่วงปลายปีอย่างชัดเจน ด้วยยอดจองสะสมรวมของทุกค่ายพุ่งสูงถึง 28,254 คัน นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่น่าประทับใจ แต่ยังสะท้อนถึงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามามีบทบาทที่โดดเด่นของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีไฮบริดที่ยังคงแข็งแกร่ง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าติดตามและวิเคราะห์ทิศทางของตลาดมาอย่างต่อเนื่อง และ Motor Expo ครั้งนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในงานที่สำคัญที่สุดในการบ่งชี้เทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ เราจะมาเจาะลึก 10 อันดับแรกของค่ายรถยนต์ที่มียอดจองสูงสุด พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้รถยนต์ “ดาวเด่น” ของแต่ละค่ายได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม รวมถึงภาพรวมของตลาดที่น่าจับตาในยุคแห่งนวัตกรรมและการแข่งขันที่ดุเดือด

ภาพรวมตลาด: EV ครองใจ ไฮบริดยังแข็งแกร่ง

ก่อนที่เราจะดำดิ่งสู่รายละเอียดของแต่ละค่าย สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากยอดจองครึ่งทางของ Motor Expo 2025 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก สอดรับกับนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฮบริด (HEV) ก็ยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นในเรื่องความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและความสะดวกสบายในการใช้งานที่ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ การมาถึงของแบรนด์รถยนต์จีนใหม่ๆ ที่นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและราคาที่เข้าถึงได้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการแข่งขันในตลาดนี้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

เจาะลึก 10 อันดับยอดจองสูงสุด Motor Expo 2025

อันดับ 1: Toyota (โตโยตา) – 4,808 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Toyota Yaris Cross
Toyota ยังคงเป็นผู้นำตลาดที่ไม่มีใครโค่นลงได้ง่ายๆ ด้วยยอดจองที่ 4,808 คัน ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ภายในบูธของ Toyota เต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน แต่ดาวเด่นที่ครองใจผู้เข้าชมงานและทำยอดจองได้อย่างถล่มทลายหนีไม่พ้น Toyota Yaris Cross ครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพ็กต์ที่มาพร้อมความลงตัวในทุกมิติ
Toyota Yaris Cross ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่ “มาแรง” แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวของ Toyota ในยุคสมัยที่ผู้บริโภคมองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด แต่ยังคงมอบความประหยัดและเทคโนโลยีที่ทันสมัย การออกแบบที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ผสมผสานกับห้องโดยสารที่กว้างขวางเกินคาด พร้อมด้วยเทคโนโลยีไฮบริดที่เป็นหัวใจหลักของรุ่น ทำให้ Yaris Cross เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้ที่ต้องการรถยนต์คันแรกและครอบครัวขนาดเล็ก ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบสมรรถนะที่เพียงพอสำหรับการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง พร้อมความประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของรถยนต์ไฮบริดของ Toyota
นอกจากนี้ Yaris Cross ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (บางรุ่นย่อย) หรือระบบอินโฟเทนเมนต์ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ยิ่งไปกว่านั้น การเพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ที่เน้นความสปอร์ตพรีเมียมด้วยชุดแต่งสีดำรอบคัน ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและสร้างความแตกต่างให้กับ Yaris Cross ในตลาด ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แคมเปญส่งเสริมการขายที่น่าดึงดูดใจ เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือแพ็กเกจบำรุงรักษา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเร่งการตัดสินใจของผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่า Toyota จะยังคงเน้นไปที่เทคโนโลยีไฮบริดเป็นหลัก แต่การแสดงรถกระบะ Hilux Travo ในงานนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ของพวกเขาด้วยเช่นกัน

อันดับ 2: BYD (บีวายดี) – 2,537 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: BYD Atto 3
BYD ผู้บุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ยอดจองที่ 2,537 คัน จะเป็นการคำนวณจากยอดผู้มาลงทะเบียนผ่านโครงการ “ซื้อรถ ชิงรถ” ตามอัตราส่วนโดยรวมของผู้จัดงาน เนื่องจากทางค่ายยังไม่ได้แจ้งยอดจองโดยตรง ณ ตอนนี้ แต่ตัวเลขดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่แข็งแกร่งของแบรนด์นี้ได้อย่างชัดเจน
BYD Atto 3 ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้า คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้ Atto 3 ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ปฏิวัติวงการ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่ล้ำสมัย ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานยาวนาน บนแพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ การออกแบบภายนอกที่ดูทันสมัย ภายในห้องโดยสารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอุปกรณ์ฟิตเนส พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่หมุนได้ และระบบความปลอดภัยขั้นสูง ทำให้ Atto 3 ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
ราคาที่น่าสนใจและคุ้มค่า เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Atto 3 สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนที่มาตรการ EV 3.5 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้ราคารถยนต์ไฟฟ้ามีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า 2025 รีบตัดสินใจจับจองเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ Atto 3 สามารถวิ่งได้ระยะทางที่น่าพอใจต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ลดความกังวลเรื่อง “range anxiety” ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า การที่บางรุ่นย่อยได้รับความนิยมสูงจนอาจต้องมีการสอบถามกับทางผู้จัดจำหน่ายมากขึ้นนั้น เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกถึงความต้องการที่สูงเกินกว่าปริมาณรถที่มีในบางช่วงเวลา สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่โดนใจคนไทยอย่างแท้จริง

อันดับ 3: Honda (ฮอนดา) – 2,314 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Honda HR-V e:HEV
Honda ยังคงเป็นแบรนด์ขวัญใจคนไทย ด้วยยอดจอง 2,314 คัน ที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพและประสิทธิภาพของยานยนต์จากค่ายนี้ แม้ว่า Honda จะมีรถยนต์ไฮบริดหลากหลายรุ่นในบูธ แต่รถยนต์ที่โดดเด่นและครองใจผู้เข้าชมงานได้อย่างต่อเนื่องคือ Honda HR-V e:HEV ครอสโอเวอร์ยอดนิยม
HR-V e:HEV ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นรถยนต์ที่ “เอาอยู่” ในตลาด ด้วยดีไซน์สปอร์ต พรีเมียม และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานจากระบบไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น มอบทั้งพละกำลังและความประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า ระบบ e:HEV ของ Honda ยังขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและการบำรุงรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทำให้ผู้บริโภคที่มองหา รถยนต์ประหยัดพลังงาน มั่นใจในการเลือกซื้อ
แม้จะทำตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ HR-V e:HEV ก็ยังคงรักษาความสดใหม่ด้วยการอัปเดตออพชันและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับยุคสมัย รวมถึงโปรโมชันที่น่าสนใจในงาน Motor Expo ครั้งนี้ การเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Hunt ที่เน้นดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟเป็นครั้งแรกในงาน ยิ่งช่วยกระตุ้นความน่าสนใจและขยายฐานลูกค้าของ HR-V ให้กว้างขึ้น ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ฟังก์ชันเบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ (Magic Seats) และเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ HR-V e:HEV ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในกลุ่ม รถ SUV ขนาดเล็กในใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างไม่เสื่อมคลาย

อันดับ 4: Omoda & Jaecoo (โอโมดา & เจคู) – 1,940 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Jaecoo 5 EV
หนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่จากจีนที่สร้างกระแสได้อย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา คือแบรนด์ Omoda และ Jaecoo ภายใต้เครือ Chery ด้วยยอดจอง 1,940 คัน ถือเป็นการประกาศศักดาในตลาดไทยอย่างเต็มตัว รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นและเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนในงานคือ Jaecoo 5 EV ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้า
Jaecoo 5 EV มาพร้อมดีไซน์ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความบึกบึนสไตล์ SUV ได้อย่างลงตัว พร้อมขุมพลังไฟฟ้าที่มอบสมรรถนะที่เร้าใจและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่ทำให้ Jaecoo 5 EV กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากคือ “ราคาที่น่าสนใจ (มาก)” ซึ่งได้สร้างกระแสความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคต่างจับตาและรีบตัดสินใจเป็นเจ้าของ ก่อนที่ราคาอาจจะมีการปรับขึ้นในปี 2025 จากปัจจัยต่างๆ รวมถึงมาตรการทางภาษี
การเข้ามาของ Jaecoo 5 EV สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของตลาดที่ผู้บริโภคเปิดใจให้กับ ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า จากแบรนด์จีนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อาทิ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS), ห้องโดยสารที่กว้างขวางและพรีเมียม, รวมถึงฟังก์ชันการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ Jaecoo ไม่ได้เพียงแค่ขายรถยนต์ แต่กำลังนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในราคาที่แข่งขันได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าจับตามองในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย

อันดับ 5: GAC Aion (จีเอซี ไอออน) – 1,819 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Aion UT
GAC Aion เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่ทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่องและมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจออกมาตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองถึง 1,819 คัน แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์นี้ รถยนต์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในงาน Motor Expo 2025 คือ Aion UT แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์
Aion UT โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และมอบความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่ ด้วยมิติรถที่กระชับแต่ภายในห้องโดยสารกลับให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบส่งกำลังไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ Aion UT สามารถวิ่งได้ระยะทางที่น่าพอใจต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์รุ่นใหม่ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่าย
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ Aion UT ได้รับความนิยมคือ “ราคาพิเศษ” และโปรโมชันที่น่าสนใจภายในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งทำให้เกิดความคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่ได้รับ การที่บางรุ่นย่อยอาจจะเริ่ม “หายาก” แล้วนั้น เป็นเครื่องยืนยันถึงความต้องการที่สูงของตลาด ซึ่ง GAC Aion ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยเครือข่ายศูนย์บริการและการสนับสนุนลูกค้าที่แข็งแกร่ง และ Aion UT ก็เป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้อย่างลงตัว

อันดับ 6: MG (เอมจี) – 1,804 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: MG S5 EV
MG ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในประเทศไทย ได้นำรถยนต์หลากหลายรุ่นมาจัดแสดงและยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจองที่ 1,804 คัน ย้ำสถานะความแข็งแกร่งในตลาด
รถยนต์ที่ได้รับความนิยมและสร้างยอดจองได้อย่างโดดเด่นคือ MG S5 EV ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อย MG S5 EV โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวางและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน มอบความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอยที่ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวและผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์
จุดแข็งสำคัญของ MG S5 EV คือ “ราคาพิเศษ” ที่ทำให้เข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่มาตรการ EV 3.0 จะหมดลง ซึ่งเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่คุ้มค่า รุ่นเริ่มต้นของ MG S5 EV มีราคาที่แข่งขันได้ดีเยี่ยม บางรุ่นใกล้เคียงกับรถยนต์แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าบางรุ่นด้วยซ้ำ ทำให้ผู้ที่มองหา รถ SUV ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในงบประมาณที่จำกัด หันมาให้ความสนใจกับ MG S5 EV มากยิ่งขึ้น MG ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้วยเครือข่ายการบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และการนำเสนอ เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ทันสมัยในราคาที่จับต้องได้ ทำให้ MG S5 EV เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดครอสโอเวอร์ไฟฟ้า

อันดับ 7: Geely (จีลี) – 1,667 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Geely EX2
ในงาน Motor Expo 2025 นี้ ถือเป็นโอกาสครบรอบ 1 ปีที่ Geely เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว และการปรากฏตัวพร้อมยอดจอง 1,667 คัน ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ชัดเจนและรวดเร็วของแบรนด์จากจีนรายนี้
ดาวเด่นที่สร้างความฮือฮาและได้รับความสนใจอย่างมากคือ Geely EX2 แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ Geely EX2 มาพร้อมกับการออกแบบที่ทันสมัย กะทัดรัด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองใหญ่ ด้วยออพชันที่เหมาะสมต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือ “ราคาพิเศษ” ที่กำหนดขึ้นในงาน ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่างชัดเจน กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้บริโภค
การที่ Geely สามารถสร้างยอดจองได้สูงขนาดนี้ในระยะเวลาอันสั้น เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของแบรนด์ที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่แข็งแกร่ง และความเข้าใจในความต้องการของตลาด ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาแค่รถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ต้องการความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับ นวัตกรรมยานยนต์ และประสิทธิภาพการใช้งาน Geely EX2 จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด คุณภาพดี และราคาเข้าถึงได้ การเข้ามาของ Geely ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและสร้างการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยให้ดุเดือดยิ่งขึ้น

อันดับ 8: GWM (กเรท วอลล์ มอเตอร์) – 1,594 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: GWM Tank 300 Diesel
GWM หรือ Great Wall Motor เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์จากจีนที่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างจริงจัง ด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างและรถยนต์หลากหลายแบรนด์ย่อย ไม่ว่าจะเป็น Haval, Ora หรือ Tank การทำยอดจองได้ 1,594 คัน ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจและแสดงถึงความมั่นคงในตลาด
รถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้เข้าชมในบูธ GWM คือ GWM Tank 300 Diesel แม้จะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว แต่กระแสความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบ รถ SUV สไตล์สมบุกสมบันยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง Tank 300 Diesel โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน พร้อมความสามารถในการขับขี่ออฟโรดที่เหนือชั้น และขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลที่มอบแรงบิดที่สูงและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เหมาะสำหรับสายลุยและผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถพาไปได้ทุกที่
ราคาที่น่าสนใจและสมเหตุสมผล รวมถึงการนำเสนอชุดตกแต่งพิเศษจำนวนจำกัดอย่าง Desert Storm ที่เพิ่มความพิเศษและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับรถ ยิ่งทำให้ Tank 300 Diesel กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่ต้องการรถยนต์ที่แตกต่างและมีบุคลิกเฉพาะตัว GWM ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ Tank ให้เป็นที่รู้จักในฐานะรถยนต์ออฟโรดพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ช่องว่างในตลาดที่ไม่มีคู่แข่งรายใดนำเสนอได้อย่างครบถ้วน ทำให้ GWM Tank 300 Diesel ยังคงเป็น “ขวัญใจสายลุย” ใน Motor Expo 2025

อันดับ 9: Deepal (ดีพอล) – 1,476 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Deepal S05
Deepal ภายใต้แบรนด์ Changan เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งพุ่งแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้ที่สนใจ รถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจองที่ 1,476 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคต่อยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน
รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในบูธคือ Deepal S05 รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อยและราคาที่เหมาะสม Deepal S05 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และห้องโดยสารที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน มอบความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ล่าสุดกับการเพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่ารุ่นย่อยอื่นๆ ทำให้ Deepal S05 มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับใช้งานในเมือง ไปจนถึงผู้ที่ต้องการระยะทางขับขี่ที่ยาวนานขึ้นสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัด การนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Deepal S05 สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Deepal ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใน ตลาดรถยนต์ไทย Deepal S05 ไม่ได้เป็นแค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนและสะดวกสบาย

อันดับ 10: Mitsubishi (มิตซูบิชิ) – 1,302 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Mitsubishi Xforce HEV
Mitsubishi หนึ่งในค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในประเทศไทย ยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจองที่ 1,302 คัน แสดงให้เห็นถึงการกลับมาสร้างกระแสในตลาดได้อย่างน่าพอใจ
รถยนต์ที่น่าสนใจและเป็นไฮไลท์ในบูธคือ Mitsubishi Xforce HEV ครอสโอเวอร์ขุมพลังไฮบริดรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับรูปทรงที่บึกบึน แข็งแกร่ง สะท้อนดีเอ็นเอของ Mitsubishi ที่เน้นความทนทานและความน่าเชื่อถือ Xforce HEV ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการผจญภัยนอกเส้นทาง
ขุมพลังไฮบริดของ Xforce HEV มอบทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัวและ ความประหยัดน้ำมัน ที่เป็นจุดเด่นสำคัญของรถยนต์ไฮบริด เสริมด้วยโปรโมชันที่น่าสนใจในงาน Motor Expo 2025 ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือการรับประกันที่ยาวนาน ทำให้ Xforce HEV เป็นรถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคที่มองหาครอสโอเวอร์ที่มีความแข็งแกร่ง ทนทาน และประหยัดพลังงาน Mitsubishi Xforce HEV ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ Mitsubishi ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอ เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

บทสรุปและทิศทางอนาคต

ยอดจองครึ่งทางของงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ชี้ให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจของตลาดรถยนต์ไทยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการยืนหยัดของแบรนด์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ปรับตัวด้วยเทคโนโลยีไฮบริด การผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่นำเสนอความคุ้มค่าและนวัตกรรม หรือแม้กระทั่งการกลับมาสร้างกระแสของบางค่ายด้วยผลิตภัณฑ์ที่โดนใจผู้บริโภค
การแข่งขันในตลาดนี้ยังคงเข้มข้น และผู้บริโภคคือผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากทางเลือกที่หลากหลายและนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง งาน Motor Expo 2025 ยังคงเปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จึงยังคงมีโอกาสสำหรับผู้ที่กำลังมองหา โปรโมชั่นรถยนต์ หรือต้องการสัมผัสและทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อีกมากมาย และสำหรับผู้ที่จองรถภายในงานก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่จากโครงการ “ซื้อรถ ชิงรถ” ประจำปีนี้ คือ Avatr 11 มูลค่าสูงถึง 2,099,000 บาท ซึ่งเป็นรางวัลที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง
อนาคตของตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 และปีต่อๆ ไป จะยังคงอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านที่น่าตื่นเต้น การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ การสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จที่ครอบคลุม และการแข่งขันด้านราคา จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมนี้ และ Motor Expo 2025 ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวไกลและเต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาสอันน่าตื่นเต้นสำหรับทุกคนในวงการยานยนต์.

Previous Post

G3112007 ไอ องเอ ย..ค ณโดนฉ นหลอกอ กแล part2

Next Post

G3112004 ความร กเป นส งสวยงานเสมอ part2

Next Post
G3112004 ความร กเป นส งสวยงานเสมอ part2

G3112004 ความร กเป นส งสวยงานเสมอ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • G1001011 าซ อมเส อผ าอะไรต งท งท ประก part2
  • G1001002 แม ลำเอ ยงกล บมาในประเทศต วเองลำบาก part2
  • G1001004 ดว าต วเองส งกว าคนอ องเจอคนจร งสะบ าง part2
  • G1001005 ลงท แม ไม ได ลงท กชายแม แหละ part2
  • G1001001 คนท องก อย าได part2

Recent Comments

  1. admin79 on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  2. BonusBacklinks.com on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  3. Cheap Backlinks on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  4. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.