• Sample Page
filmthai2.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmthai2.huongrung.net
No Result
View All Result

G3112003 คบคนพาล พาลพาไปหาผ part2

admin79 by admin79
December 31, 2025
in Uncategorized
0
G3112003 คบคนพาล พาลพาไปหาผ part2

สุดยอด 10 อันดับยอดจอง Motor Expo 2025 ครึ่งทาง: สัญญาณแห่งอนาคตยานยนต์ไทย

งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ได้ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 โดยที่งานได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม (ตามข้อมูลที่ผู้จัดงานกำหนดไว้) ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการประเมินทิศทางและแนวโน้มของตลาดรถยนต์ไทยสำหรับปีหน้า ตลอดจนสะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมมองว่าข้อมูลยอดจองในช่วงครึ่งแรกของงานนี้เป็นมากกว่าแค่ตัวเลข แต่คือภาพสะท้อนเชิงกลยุทธ์ของแต่ละค่ายรถ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง

ยอดจองรวมทุกค่ายในช่วงครึ่งทางพุ่งสูงถึง 28,254 คัน บ่งชี้ถึงบรรยากาศการซื้อขายที่คึกคัก และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ตลอดจนความกระตือรือร้นในการเป็นเจ้าของนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์พลังงานทางเลือก ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของงานในปีนี้ มาดูกันว่าค่ายรถยนต์ใดที่สามารถกุมหัวใจผู้บริโภคไว้ได้อย่างอยู่หมัด พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้รถยนต์ “ดาวเด่น” ของแต่ละค่ายโดดเด่นออกมาจากฝูงชน (อ้างอิงข้อมูลจากกิจกรรมซื้อรถ ชิงรถ)

ภาพรวมตลาดและความสำคัญของ Motor Expo 2025

Motor Expo ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีจัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญของตลาดรถยนต์ไทย บรรยากาศภายในงานสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของอุตสาหกรรมในการก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเต็มตัว ผู้บริโภคในยุค 2025 มีความรู้และเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น พวกเขาไม่ได้มองหารถยนต์เพียงเพื่อการเดินทาง แต่ยังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง ความประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เทรนด์สำคัญที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ซึ่งค่ายรถยนต์ต่างๆ ได้นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มยานยนต์พลังงานสะอาดนี้ นอกจากนี้ มาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง EV 3.5 ที่กำลังจะเริ่มใช้ในปีหน้า ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อในช่วงปลายปีนี้ เพื่อรับประโยชน์จากราคาพิเศษและโปรโมชั่นสุดคุ้มภายในงาน

TOP 10 ยอดจอง Motor Expo 2025

อันดับ 1: Toyota – ยอดจอง 4,808 คัน

Toyota (โตโยตา) ยังคงยืนหยัดในตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจองที่โดดเด่นถึง 4,808 คัน แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจของผู้บริโภคในแบรนด์ที่มีมาอย่างยาวนานและไม่เสื่อมคลาย กลยุทธ์ของโตโยตาใน Motor Expo ปีนี้ เน้นการนำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงรถยนต์พลังงานทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีไฮบริดที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในพอร์ตโฟลิโอของบริษัท

รถยนต์ที่มาแรงที่สุดของ Toyota ในงานนี้คือ Toyota Yaris Cross (ยารีส ครอสส์) ครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว ด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และที่สำคัญคือประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศจากระบบไฮบริด ทำให้ Yaris Cross ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาดพอเหมาะ โตโยตายังคงตอกย้ำความนิยมด้วยการเพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดุดันและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหนือระดับ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้นในการปรับแต่งรถให้เข้ากับบุคลิกของตนเอง นอกจาก Yaris Cross แล้ว รถยนต์ไฮลักซ์ ทราโว (Hilux Travo) ซึ่งเป็นรถยนต์เชิงพาณิชย์รุ่นใหม่ ก็ได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการรถยนต์เพื่อการขนส่งและธุรกิจ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของโตโยตาในการตอบสนองความต้องการของตลาดในทุกเซกเมนต์ การนำเสนอโปรโมชันรถยนต์ที่น่าสนใจและเงื่อนไขการเป็นเจ้าของที่เข้าถึงง่าย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โตโยตายังคงรักษาฐานลูกค้าและขยายกลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง

อันดับ 2: BYD – ยอดจอง 2,537 คัน

BYD (บีวายดี) ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจองสูงถึง 2,537 คัน (ยอดจองนี้คำนวณจากยอดผู้มาลงทะเบียนในกิจกรรมซื้อรถ ชิงรถ ตามอัตราส่วนโดยรวมของยอดจองและผู้มาลงทะเบียน เนื่องจากทางค่าย BYD ไม่ได้แจ้งยอดจองโดยตรงในช่วงเวลานั้น) การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ BYD สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน และความคุ้มค่าที่ได้รับจากนโยบายสนับสนุน EV ของภาครัฐฯ

รถยนต์ที่มาแรงที่สุดคือ BYD Atto 3 (อัตโต 3) ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่ครองใจผู้บริโภคด้วยดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่ปลอดภัยและทนทาน รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจ ด้วยราคาที่น่าสนใจก่อนที่มาตรการ EV 3.5 จะเริ่มใช้ในปีหน้า ทำให้ Atto 3 เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า การนำเสนอราคาพิเศษและโปรโมชันภายในงานยังเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ยอดจองของ BYD พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่สูงมากสำหรับบางรุ่นย่อยอาจทำให้ผู้สนใจต้องสอบถามข้อมูลกับผู้จัดจำหน่ายมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่แท้จริงของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ในตลาด การลงทุนด้านสถานีชาร์จและการบริการหลังการขายของ BYD ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

อันดับ 3: Honda – ยอดจอง 2,314 คัน

Honda (ฮอนดา) ยังคงเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยอดนิยมในตลาดรถยนต์ไทย ด้วยยอดจองที่ 2,314 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อคุณภาพ ความทนทาน และเทคโนโลยีของฮอนดาอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์ของฮอนดาใน Motor Expo ปีนี้ มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอรถยนต์ไฮบริดหลากหลายรุ่นภายใต้เทคโนโลยี e:HEV ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Honda คือ Honda HR-V e:HEV (เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี) ครอสโอเวอร์ยอดนิยมที่ยังคงแรงดีไม่มีตก แม้จะทำตลาดมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยดีไซน์ที่สปอร์ต ออพชันที่ครบครัน และเทคโนโลยีไฮบริด e:HEV ที่โดดเด่น ทำให้ HR-V e:HEV ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในกลุ่มรถยนต์ครอสโอเวอร์สำหรับคนรุ่นใหม่ ฮอนด้ายังได้สร้างความตื่นเต้นด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ “Hunt” ซึ่งจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงานนี้ โดยมาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่งและฟังก์ชันพิเศษที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันและกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้ HR-V e:HEV มีความน่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น โปรโมชันรถยนต์และเงื่อนไขทางการเงินที่น่าสนใจภายในงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาจองรถยนต์ฮอนดา

อันดับ 4: Omoda & Jaecoo – ยอดจอง 1,940 คัน

Omoda & Jaecoo (โอโมด้า และ เจคู) หนึ่งในค่ายรถจากประเทศจีนที่มาแรงและสร้างกระแสได้อย่างน่าจับตาในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองที่ 1,940 คัน การเข้ามาของแบรนด์เหล่านี้เป็นการยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์ไทย ที่ผู้บริโภคเริ่มเปิดใจให้กับรถยนต์จากจีนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเสนอความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในราคาที่จับต้องได้

รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นคือ Jaecoo 5 EV (เจคู 5 อีวี) ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก Jaecoo 5 EV ได้รับกระแสตอบรับอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และด้วยการคาดการณ์ว่าราคาอาจมีการปรับขึ้นในปีหน้า ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากตัดสินใจจองรถรุ่นนี้ภายในงาน เพื่อรับประโยชน์จากราคาพิเศษและโปรโมชันรถยนต์ก่อนที่มาตรการ EV 3.5 จะมีผลบังคับใช้ การนำเสนอเทคโนโลยีรถยนต์ที่ล้ำสมัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครันในราคาที่เข้าถึงได้ เป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ Jaecoo 5 EV สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้อย่างน่าประทับใจ

อันดับ 5: GAC Aion – ยอดจอง 1,819 คัน

GAC Aion (จีเอซี ไอออน) ค่ายรถจากประเทศจีนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จในการนำเสนอรถยนต์ที่น่าสนใจตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองถึง 1,819 คัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

รถยนต์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือ Aion UT (ไอออน ยูที) แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าที่มีรูปทรงโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว Aion UT มาพร้อมกับราคาพิเศษและโปรโมชันที่น่าสนใจภายในงาน ทำให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ที่มองหารถยนต์ที่มีสไตล์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความต้องการที่สูงมากสำหรับบางรุ่นย่อยยังทำให้ Aion UT เริ่มหายากในตลาด แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความแตกต่างและนวัตกรรม การที่ GAC Aion มุ่งเน้นไปที่การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ทำให้พวกเขามีความเชี่ยวชาญและสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด

อันดับ 6: MG – ยอดจอง 1,804 คัน

MG (เอมจี) ยังคงเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างสีสันในตลาดรถยนต์ไทย ด้วยยอดจองที่ 1,804 คัน MG นำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่น ทั้งรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ MG เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่มีฟังก์ชันครบครันแต่ยังคงงบประมาณที่จำกัด

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ MG คือ MG S5 EV (เอมจี เอส 5 อีวี) ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมกับทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อย MG S5 EV โดดเด่นด้วยราคาที่น่าสนใจเป็นพิเศษก่อนหมดช่วงมาตรการ EV 3.0 ทำให้ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าในสไตล์ครอสโอเวอร์หันมาให้ความสนใจรุ่นนี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาใกล้เคียงกับแฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าบางรุ่น ทำให้ MG S5 EV กลายเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า การที่ MG มีเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมและโปรโมชันที่ดึงดูดใจ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

อันดับ 7: Geely – ยอดจอง 1,667 คัน

Geely (จีลี) ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีนได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครบ 1 ปีพอดีในงาน Motor Expo 2025 นี้ และสามารถสร้างยอดจองได้สูงถึง 1,667 คัน นับเป็นการเติบโตที่ชัดเจนและน่าจับตามองในตลาดรถยนต์ไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพของ Geely ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

รถยนต์ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้และได้รับความสนใจไม่น้อยคือ Geely EX2 (อีเอกซ์ 2) แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับออพชันที่เหมาะสมกับราคา และที่สำคัญคือราคาพิเศษภายในงานที่ต่ำกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ทำให้ Geely EX2 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสำหรับการใช้งานในเมือง ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและสมรรถนะที่น่าพอใจ Geely EX2 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความคุ้มค่าและใช้งานง่าย การที่ Geely ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อันดับ 8: GWM – ยอดจอง 1,594 คัน

GWM (เกรท วอลล์ มอเตอร์) ค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ด้วยยอดจองที่ 1,594 คัน GWM มีรถยนต์จัดแสดงอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์สันดาปภายใน ที่ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ GWM Tank 300 Diesel (แทงค์ 300 ดีเซล) แม้จะเปิดตัวมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่กระแสความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์เอสยูวีสไตล์สมบุกสมบันยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ด้วยรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง สมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่ยอดเยี่ยม และราคาที่น่าสนใจ ทำให้ Tank 300 Diesel เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่สามารถลุยได้ทุกสภาพถนน นอกจากนี้ GWM ยังได้นำเสนอชุดตกแต่งพิเศษจำนวนจำกัด “Desert Storm” ที่เพิ่มความดุดันและสมรรถนะในการลุยให้มากยิ่งขึ้น ทำให้ Tank 300 Diesel มีความน่าสนใจและโดดเด่นในกลุ่มรถยนต์เอสยูวีออฟโรด การที่ GWM มุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีรถยนต์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขวาง

อันดับ 9: Deepal – ยอดจอง 1,476 คัน

Deepal (ดีพอล) ภายใต้แบรนด์ Changan (ฉางอัน) ยังคงได้รับความนิยมจากผู้สนใจรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจองที่ 1,476 คัน Deepal ถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ที่นำเสนอรถยนต์ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีที่ทันสมัย และทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ

รถยนต์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ Deepal S05 (เอส 05) รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ที่มีทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อยและราคาที่เหมาะสม Deepal S05 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง และเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่ ล่าสุด Deepal ยังได้เพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถแล่นได้ไกลกว่ารุ่นย่อยอื่นๆ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ระยะทางในการใช้งาน โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อยด้วยกัน การที่ Deepal มุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและนำเสนอโปรโมชันรถยนต์ที่น่าสนใจ ทำให้พวกเขาสามารถสร้างฐานลูกค้าและเติบโตในตลาดได้อย่างรวดเร็ว

อันดับ 10: Mitsubishi – ยอดจอง 1,302 คัน

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) หนึ่งในค่ายรถจากญี่ปุ่นที่ยังคงได้รับความสนใจไม่น้อยในตลาดรถยนต์ไทย ด้วยยอดจองที่ 1,302 คัน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์มิตซูบิชิในด้านความทนทานและสมรรถนะการขับขี่ที่เชื่อถือได้ กลยุทธ์ของมิตซูบิชิใน Motor Expo ปีนี้ มุ่งเน้นการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ครอสโอเวอร์ที่กำลังเป็นที่นิยม

รถยนต์ที่น่าสนใจและได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องคือ Mitsubishi Xforce HEV (มิตซูบิชิ เอกซ์ฟอร์ศ เอชอีวี) ครอสโอเวอร์ขุมพลังไฮบริดที่มีรูปทรงบึกบึนและแข็งแกร่ง พร้อมด้วยโหมดการขับขี่ที่หลากหลายที่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพถนนและสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว Xforce HEV โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดุดัน ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง และเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ การเสริมด้วยโปรโมชันรถยนต์ที่น่าสนใจภายในงาน ทำให้ Mitsubishi Xforce HEV เป็นรถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในบูธของมิตซูบิชิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บทสรุปและแนวโน้มตลาดในอนาคต

ยอดจองครึ่งทางของ Motor Expo 2025 นี้ ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของยานยนต์พลังงานทางเลือกอย่างเต็มตัว รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นกระแสหลักที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญอย่างจริงจัง การที่ค่ายรถยนต์จากจีนสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและเข้ามาติดอันดับต้นๆ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของอำนาจในตลาด และการที่ผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์ใหม่ๆ ที่นำเสนอความคุ้มค่าและนวัตกรรมที่ทันสมัย

ในขณะเดียวกัน แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เน้นความน่าเชื่อถือและความคุ้มค่าในการใช้งาน การแข่งขันที่ดุเดือดนี้เป็นผลดีต่อผู้บริโภค เพราะหมายถึงจะมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และโปรโมชันรถยนต์ที่น่าสนใจออกมาให้เลือกสรรอย่างต่อเนื่อง

งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ยังคงจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ และยังคงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ ด้วยโปรโมชันสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์มากมาย นอกจากนี้ ผู้ที่จองรถภายในงานยังมีสิทธิ์ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ ชิงรถ” โดยมีรางวัลใหญ่สำหรับปีนี้คือ Avatr 11 มูลค่า 2,099,000 บาท ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

โดยสรุปแล้ว Motor Expo 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงยานยนต์ แต่เป็นเวทีที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจทิศทางของตลาดและเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายและโอกาสที่จะมาถึงในปี 2026 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Previous Post

G3112012 หน งส ตลก สน กๆ คลายเคร ยด part2

Next Post

G3112020 แม งค บให กชายเปล ยนเม ยใหม part2

Next Post
G3112020 แม งค บให กชายเปล ยนเม ยใหม part2

G3112020 แม งค บให กชายเปล ยนเม ยใหม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • G1301012 นแบบสาม องวางต วย งไง part2
  • G1301019 เง นท โอนให แม กเด อน แม ไม ได ใช กบาท แล วเง นไปอย ไหน part2
  • G1301006 วาสนาแห งร คนร กไม ได เจอก นหลายป กคนน เป นใครของ part2
  • G1301014 เม ยเด กก อย างง แหละ นน งพอประโยชน กลายเป นหมาห วเน าไร าท นท part2
  • G1301018 จร งใช ไหม วให สำค ญก บท กคน ยกเว นเม ยต วเอง part2

Recent Comments

  1. admin79 on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  2. BonusBacklinks.com on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  3. Cheap Backlinks on G2409007 มีผัวหูเบา มันน่าเศร้าใจ part2
  4. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.