เจาะลึกยอดจองถล่มทลาย Motor Expo 2025 ครึ่งทาง: แบรนด์ไหนครองใจ ตลาดรถไทยก้าวไปทิศทางใด?
มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ได้เดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว โดยตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 4 ธันวาคมที่ผ่านมา งานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีนี้ได้เผยให้เห็นถึงพลวัตและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไทยอย่างชัดเจน ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่ดุเดือด ทั้งจากผู้เล่นดั้งเดิมและแบรนด์หน้าใหม่ที่ตบเท้าเข้ามาสร้างสีสัน ด้วยยอดจองรวมที่สูงถึง 28,254 คันในช่วงครึ่งแรกนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความคึกคักและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ต่างจับตาดูผลลัพธ์ของงานนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่กำลังมาแรง ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และกลยุทธ์ของแต่ละค่ายรถยนต์ในการช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึก 10 อันดับค่ายรถยนต์ที่มียอดจองสูงสุดในช่วงครึ่งทางของ Motor Expo 2025 พร้อมสำรวจว่ารถยนต์รุ่นใดคือ “ดาวเด่น” ที่กวาดคะแนนความนิยมจากผู้เข้าชมงาน และปัจจัยใดที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ
10 อันดับยอดจองสูงสุด Motor Expo 2025 (ครึ่งทาง) และรถยนต์ที่มาแรง
อันดับ 1: Toyota – ยอดจอง 4,808 คัน
Toyota ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ที่ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างมั่นคง แม้ว่าตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ Toyota ก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและสร้างยอดจองได้สูงสุดถึง 4,808 คัน การปรากฏตัวในงาน Motor Expo 2025 ของ Toyota นั้นมาพร้อมกับรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะอเนกประสงค์ หรือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือก
รถยนต์ที่มาแรง: Toyota Yaris Cross
ดาวเด่นที่สร้างยอดจองได้อย่างโดดเด่นให้กับ Toyota ในงานนี้คือ Toyota Yaris Cross ครอสโอเวอร์ขนาดคอมแพกต์ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และความคล่องตัวในการขับขี่ที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง Yaris Cross ได้รับการยกระดับความน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้มและรุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ที่เพิ่มความสปอร์ตและความพรีเมียม ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับความประหยัดและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย การที่ Yaris Cross สามารถขึ้นมาเป็นรถยนต์ที่มาแรงท่ามกลางกระแส EV ที่มาแรงนั้น แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ Toyota และความลงตัวของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก
อันดับ 2: BYD – ยอดจอง 2,537 คัน
BYD เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจองที่สูงถึง 2,537 คัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง BYD ได้นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพและราคาที่แข่งขันได้ ส่งผลให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคที่ต้องการก้าวเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง การที่แบรนด์นี้ก้าวขึ้นมาติดอันดับ 2 ได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์ไทย
รถยนต์ที่มาแรง: BYD Atto 3
BYD Atto 3 ยังคงเป็นหัวหอกสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของ BYD ในงานนี้ ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าคันนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย ประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าประทับใจ และระยะทางวิ่งที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทำให้ Atto 3 เป็นที่ต้องการอย่างมากคือ “ราคาพิเศษ” ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าก่อนที่มาตรการ EV 3.5 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ทำให้ผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ตัดสินใจจองกันอย่างคับคั่ง บางรุ่นย่อยถึงกับต้องมีการสอบถามข้อมูลจากผู้จัดจำหน่ายกันมากขึ้นเพื่อความรวดเร็วในการจับจอง นับเป็นข้อพิสูจน์ถึงความสำเร็จของ Atto 3 ในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
อันดับ 3: Honda – ยอดจอง 2,314 คัน
Honda ยังคงเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในใจผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจอง 2,314 คัน ที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความภักดีต่อแบรนด์ แม้ว่า Honda จะยังไม่ได้เน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า 100% เท่าคู่แข่ง แต่ก็มีพอร์ทโฟลิโอของรถยนต์ไฮบริดที่แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในเรื่องของสมรรถนะและความประหยัด Honda เน้นย้ำถึงความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้พวกเขายังคงครองใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี
รถยนต์ที่มาแรง: Honda HR-V e:HEV
Honda HR-V e:HEV ครอสโอเวอร์ไฮบริดคันเก่ง ยังคงเป็นรถยนต์ยอดนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะทำตลาดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างออพชันที่ครบครัน เทคโนโลยีไฮบริด e:HEV ที่ประหยัดน้ำมัน และ “โปรโมชั่นที่น่าสนใจ” ทำให้ HR-V e:HEV ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย การเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ “Hunt” ที่จัดแสดงเป็นครั้งแรกในงานนี้ ยังช่วยเพิ่มความสดใหม่และกระตุ้นความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความพิเศษและไม่เหมือนใคร นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีไฮบริดของ Honda ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด
อันดับ 4: Omoda & Jaecoo – ยอดจอง 1,940 คัน
Omoda & Jaecoo เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นหน้าใหม่จากประเทศจีนที่เข้ามาสร้างความฮือฮาในตลาดรถยนต์ไทยในช่วงปีที่ผ่านมา การคว้ายอดจองถึง 1,940 คัน ในงาน Motor Expo 2025 ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเติบโตและความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แบรนด์นี้มุ่งเน้นนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัยและเทคโนโลยีที่น่าสนใจ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการแข่งขันในตลาด EV ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
รถยนต์ที่มาแรง: Jaecoo 5 EV
Jaecoo 5 EV ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้า คือรุ่นที่ได้รับความสนใจอย่างโดดเด่น ด้วยดีไซน์ที่ดุดันแข็งแกร่งและ “ราคาที่น่าสนใจ (มาก)” ทำให้ได้รับกระแสตอบรับอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคตระหนักดีว่าราคาอาจมีการปรับขึ้นในปีหน้า ทำให้เกิดการตัดสินใจจองอย่างรวดเร็วเพื่อช่วงชิงโอกาสในช่วงโปรโมชั่นพิเศษนี้ Jaecoo 5 EV ไม่เพียงแต่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในด้านของราคาเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีและสมรรถนะที่น่าจับตามอง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของ “รถยนต์ไฟฟ้า 2025” ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
อันดับ 5: GAC Aion – ยอดจอง 1,819 คัน
GAC Aion เป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนที่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จในการสร้างยอดจองถึง 1,819 คัน แบรนด์นี้มีจุดแข็งในการนำเสนอรถยนต์ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นและนวัตกรรมยานยนต์ที่ทันสมัย การที่ GAC Aion สามารถสร้างยอดจองได้ในระดับนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพและเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
รถยนต์ที่มาแรง: Aion UT
Aion UT แฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้าที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในงาน Motor Expo 2025 ด้วย “ราคาพิเศษ” และ “โปรโมชั่นที่น่าสนใจ” ทำให้ Aion UT กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง ความนิยมถึงขนาดที่บางรุ่นย่อยเริ่มหายากแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่สูงกว่าอุปทาน และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของ Aion UT ในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความแตกต่างและนวัตกรรม
อันดับ 6: MG – ยอดจอง 1,804 คัน
MG เป็นแบรนด์ที่ทำตลาดในไทยมานานพอสมควรและได้วางรากฐานในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจอง 1,804 คัน ในงานนี้ MG ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำเสนอ “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่มีราคาเข้าถึงได้และหลากหลายรุ่นย่อย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รถยนต์ที่มาแรง: MG S5 EV
MG S5 EV ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าหลากหลายรุ่นย่อยคือรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในบูธ MG ด้วย “ราคาพิเศษ” ก่อนหมดช่วงมาตรการ EV 3.0 ทำให้ MG S5 EV กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาใกล้เคียงกับแฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้าบางรุ่น ซึ่งทำให้ผู้ที่มองหารถยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์ในราคาที่คุ้มค่าหันมาให้ความสนใจมากขึ้น MG S5 EV จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของ “รถยนต์ไฟฟ้า 2025” ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ช่วยให้ MG ยังคงเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาด EV ของไทย
อันดับ 7: Geely – ยอดจอง 1,667 คัน
Geely เป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์จากจีนที่เข้ามาสร้างความเคลื่อนไหวใน “ตลาดรถยนต์ไทย” และสามารถทำยอดจองได้ถึง 1,667 คัน ในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Geely ครบรอบ 1 ปีของการทำตลาดในประเทศไทยพอดี ตัวเลขนี้บ่งชี้ถึงการเติบโตที่ชัดเจนและความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคเริ่มมีต่อแบรนด์ แสดงให้เห็นถึงการวางรากฐานที่แข็งแกร่งและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์
รถยนต์ที่มาแรง: Geely EX2
Geely EX2 แฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ ได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยออพชันที่เหมาะสมและ “ราคาพิเศษ” ในงานที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างน่าประทับใจ Geely EX2 จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา “รถยนต์ไฟฟ้า 2025” ที่ใช้งานง่าย มีความคล่องตัว และคุ้มค่าในระยะยาว การเปิดตัวรุ่นใหม่พร้อมราคาที่ดึงดูดใจเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างกระแสและยอดจองให้กับ Geely
อันดับ 8: GWM – ยอดจอง 1,594 คัน
GWM หรือ Great Wall Motor เป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์จีนที่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จในการสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ด้วยยอดจอง 1,594 คัน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค GWM มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอ “นวัตกรรมยานยนต์” และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์อเนกประสงค์
รถยนต์ที่มาแรง: GWM Tank 300 Diesel
GWM Tank 300 Diesel ยังคงเป็นรถยนต์ยอดนิยมที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ชื่นชอบ “รถยนต์อเนกประสงค์” สไตล์สมบุกสมบัน แม้จะเปิดตัวมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่กระแสความสนใจจากผู้ที่ต้องการรถยนต์ SUV ที่แข็งแกร่งและมีสมรรถนะสูงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ด้วย “ราคาที่น่าสนใจ” และการนำเสนอชุดตกแต่งพิเศษจำนวนจำกัด Desert Storm ซึ่งช่วยเพิ่มความพิเศษและเอกลักษณ์ให้กับรถ ทำให้ Tank 300 Diesel เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่พร้อมลุยในทุกเส้นทาง
อันดับ 9: Deepal – ยอดจอง 1,476 คัน
Deepal ภายใต้แบรนด์ Changan เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งพุ่งแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ด้วยยอดจอง 1,476 คัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับดีไซน์ล้ำสมัยและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า Deepal ประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ
รถยนต์ที่มาแรง: Deepal S05
Deepal S05 รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ คือรุ่นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยทางเลือกที่หลากหลายรุ่นย่อยและ “ราคาที่เหมาะสม” ทำให้ Deepal S05 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการ “รถยนต์ไฟฟ้า 2025” ที่ใช้งานได้จริงและคุ้มค่า การเพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่ารุ่นอื่น ๆ และมีให้เลือกถึง 4 รุ่นย่อยทั้งหมด ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น Deepal S05 ถือเป็นอีกหนึ่ง “รถยนต์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน” ที่น่าจับตามองในตลาด
อันดับ 10: Mitsubishi – ยอดจอง 1,302 คัน
Mitsubishi เป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนานในประเทศไทย และยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ด้วยยอดจอง 1,302 คัน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ แม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากรถยนต์ไฟฟ้า แต่ Mitsubishi ก็ยังคงมีกลยุทธ์ในการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์
รถยนต์ที่มาแรง: Mitsubishi Xforce HEV
Mitsubishi Xforce HEV ครอสโอเวอร์ขุมพลังไฮบริด คือรถยนต์ที่สร้างยอดจองได้อย่างโดดเด่น ด้วยรูปทรงที่บึกบึนแข็งแกร่ง ดีไซน์ที่ทันสมัย และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ทำให้ Xforce HEV ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งในเมืองและการผจญภัย “โปรโมชั่นที่น่าสนใจ” ในงาน Motor Expo 2025 ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจจอง Xforce HEV ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของ “รถยนต์ไฮบริด” ที่ผสานความแข็งแกร่งและเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
บทวิเคราะห์เชิงลึก: พลวัตของตลาดรถยนต์ไทยใน Motor Expo 2025
ตัวเลขยอดจองครึ่งทางของ Motor Expo 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นภาพสะท้อนของแนวโน้มและทิศทางที่สำคัญของ “ตลาดรถยนต์ไทย” ในยุคปัจจุบัน
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานใหม่ที่ชัดเจน:
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ EV กลายเป็นแกนหลักที่ขับเคลื่อนยอดจองในงานนี้อย่างมีนัยสำคัญ แบรนด์รถยนต์จีนหลายค่ายติดอันดับ Top 10 ด้วยผลิตภัณฑ์ EV ที่หลากหลายและราคาที่เข้าถึงได้ แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความพร้อมและเปิดรับ “เทคโนโลยี EV” มากขึ้น ประกอบกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐอย่าง EV 3.0 และกำลังจะเข้าสู่ EV 3.5 ที่ช่วยลดราคาและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ทำให้ตลาด EV เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ครอสโอเวอร์ยังคงเป็นเซกเมนต์ยอดนิยม:
ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สันดาป รถไฮบริด หรือรถยนต์ไฟฟ้า “ครอสโอเวอร์ยอดนิยม” ยังคงครองใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและกิจกรรมกลางแจ้ง ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตำแหน่งการขับขี่ที่สูงขึ้น และดีไซน์ที่ทันสมัย ทำให้รถยนต์ประเภทนี้ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับครอบครัวและผู้ที่มองหาความคุ้มค่า
การแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นดุเดือด:
แทบทุกแบรนด์ที่ติดอันดับยอดจองต่างมี “โปรโมชั่นรถยนต์” และ “ราคาพิเศษ” เป็นไม้เด็ดในการดึงดูดลูกค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อเสนอที่น่าสนใจเหล่านี้ ทำให้การ “ซื้อรถใหม่” ในช่วงงาน Motor Expo เป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุด
การปรับตัวของแบรนด์ดั้งเดิม:
แม้ว่าแบรนด์จีนจะเข้ามามีบทบาทอย่างมาก แต่แบรนด์ญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่าง Toyota, Honda และ Mitsubishi ก็ยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ โดยเน้นไปที่รถยนต์สันดาปและไฮบริดที่ได้รับความไว้วางใจในเรื่องคุณภาพและบริการหลังการขาย การที่ Toyota Yaris Cross และ Honda HR-V e:HEV ยังคงเป็นที่นิยม แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคบางกลุ่มยังคงให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้ว
บทบาทของ “นวัตกรรมยานยนต์” และเทคโนโลยีใหม่:
รถยนต์ที่ประสบความสำเร็จในงานนี้ล้วนมาพร้อมกับ “นวัตกรรมยานยนต์” ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เทคโนโลยีไฮบริด หรือฟีเจอร์อัจฉริยะต่าง ๆ ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหารถยนต์แค่พาหนะเดินทาง แต่ยังมองหาเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้น
สรุปและทิศทางในอนาคต
ยอดจองครึ่งทางของ Motor Expo 2025 เป็นเครื่องบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นใน “ตลาดรถยนต์ไทย” การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ “รถยนต์ไฟฟ้า” และการเข้ามาของแบรนด์จีน ได้สร้างแรงกระเพื่อมที่สำคัญ ทำให้แบรนด์ดั้งเดิมต้องเร่งปรับตัวและพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำไว้
งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ยังคงจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ และผู้ที่จองรถในงานมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ “ซื้อรถ ชิงรถ” ซึ่งในปีนี้คือ Avatr 11 มูลค่า 2,099,000 บาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจมาเลือกชมและจับจองรถยนต์ในงานนี้
การวิเคราะห์ยอดจองในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความตื่นตัวและเปิดรับ “ตัวเลือกการเดินทาง” ที่หลากหลายมากขึ้น การ “เปรียบเทียบรถ” ก่อนตัดสินใจซื้อเป็นสิ่งที่ทำกันอย่างแพร่หลาย โดยพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคา ประสิทธิภาพ เทคโนโลยี และความเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผลลัพธ์สุดท้ายของงาน Motor Expo 2025 จะเป็นบทสรุปที่สำคัญยิ่งในการกำหนดทิศทางของ “อุตสาหกรรมยานยนต์” ของประเทศไทยในปี 2026 และปีต่อๆ ไปอย่างแน่นอน

