Motor Expo 2025: 3 กระบะ 4 ประตูสุดคุ้ม ไม่เกิน 8 แสน พร้อมฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่
ตลาดรถยนต์กระบะ 4 ประตูในประเทศไทยยังคงเป็นเซกเมนต์ที่คึกคักและมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มพนักงานประจำ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก หรือแม้แต่ครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวัน การขนส่งสัมภาระ หรือการออกทริปผจญภัยในช่วงวันหยุดยาว ด้วยงบประมาณที่เข้าถึงได้และฟังก์ชันการขับขี่ที่สะดวกสบาย Motor Expo 2025 ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 นี้ จึงเป็นเวทีที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะคู่ใจคันใหม่ เพราะนี่คือโอกาสทองที่จะได้สัมผัสข้อเสนอสุดพิเศษและส่วนลดจัดหนักจากแบรนด์ชั้นนำ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมเข้าใจดีถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่คุ้มค่า คุ้มราคา และเปี่ยมด้วยสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึก 3 สุดยอดรถกระบะ 4 ประตูที่มาพร้อมราคาพิเศษไม่เกิน 800,000 บาท ในงาน Motor Expo 2025 พร้อมวิเคราะห์จุดเด่นและฟังก์ชันการใช้งานที่น่าสนใจ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นว่ารถกระบะรุ่นไหนคือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ
New GWM Poer Sahar Diesel 2.4T Pro Double Cab Auto: พลังดีเซลรุ่นใหม่ ราคาเร้าใจ
ราคาพิเศษในงาน Motor Expo 2025: 799,000 บาท (จากปกติ 849,000 บาท ประหยัดไป 50,000 บาท)
ในยุคที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้ากำลังมาแรง การกลับมาของขุมพลังดีเซลที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ยังคงเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะเมื่อ GWM (Great Wall Motor) ประเทศไทย ได้เปิดตัว New GWM Poer Sahar Diesel (เกรท วอลล์ มอเตอร์ โพเออร์ ซาฮาร์ ดีเซล) อย่างเป็นทางการในงาน “Tank Fest 2025” ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในกลุ่มรถกระบะสมรรถนะสูงระดับพรีเมียมในตลาดไทย
ขุมพลังและสมรรถนะที่เหนือกว่า
หัวใจหลักของ New GWM Poer Sahar Diesel คือเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งได้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วในรถยนต์ตระกูล Tank อย่าง New GWM Tank 300 Diesel และ New GWM Tank 500 Diesel การเลือกใช้เครื่องยนต์ตัวนี้ย่อมเป็นเครื่องการันตีถึงพละกำลังที่เหลือเฟือ ความทนทาน และประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหนือกว่าที่เคย เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร เทอร์โบ พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) นี้ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9AT) ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังที่ทันสมัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวล ฉับไว และส่งผ่านพลังงานไปยังล้อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซง การบรรทุกหนัก หรือการปีนป่ายในทางออฟโรด คุณจะสัมผัสได้ถึงแรงบิดที่มาอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ทำให้การขับขี่ทุกเส้นทางเป็นเรื่องง่ายและสนุก
มิติใหม่แห่งดีไซน์และความพร้อมลุย
Poer Sahar Diesel มาพร้อมมิติตัวรถที่ใหญ่โตและบึกบึน ยาว 5,445 มม. กว้าง 1,991 มม. สูง 1,924 มม. และระยะฐานล้อ 3,350 มม. ซึ่งไม่เพียงแต่ให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง แต่ยังสื่อถึงความแข็งแกร่งและความพร้อมสำหรับการลุยงานหนัก ด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถที่ 224 มม. และความสามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 800 มม. ทำให้ Poer Sahar Diesel พร้อมรับมือกับทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองที่อาจต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง หรือเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายในต่างจังหวัด
ดีไซน์ภายนอกถูกเติมเต็มความสปอร์ตและความพรีเมียมอย่างลงตัวด้วยกระจังหน้าสีดำ ราวหลังคา และบันไดข้างสีดำ กรอบหน้าต่างสีดำ รวมถึงไฟหน้าและไฟท้ายแบบรมดำที่เพิ่มความดุดัน ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว จับคู่กับยาง 265/60 R18 ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมบุคลิกและสมรรถนะในการยึดเกาะถนนให้ดีเยี่ยม สำหรับผู้ที่มองหารถกระบะที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร Poer Sahar Diesel มีให้เลือก 3 สีภายนอก ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีเทา ซึ่งแต่ละสีล้วนเสริมบุคลิกแข็งแกร่งและพรีเมียมได้อย่างชัดเจน
ห้องโดยสารที่ผสานความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งาน
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร คุณจะพบกับการตกแต่งโทนสีดำสุดหรูที่เน้นบรรยากาศเรียบหรูทันสมัย วัสดุที่ใช้ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความรู้สึกมั่นใจและผ่อนคลายตลอดการเดินทาง การจัดวางพื้นที่ใช้งานภายในได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัว รองรับทั้งภารกิจงานบุกลุยที่ต้องเน้นความทนทาน และไลฟ์สไตล์แบบพรีเมียมที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง การเดินทางระยะไกล หรือการใช้งานแบบครอบครัว Poer Sahar Diesel พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ
สรุปสำหรับ New GWM Poer Sahar Diesel:
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถกระบะ 4 ประตูสมรรถนะสูง ดีไซน์พรีเมียม พร้อมขุมพลังดีเซลที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว และต้องการความสามารถในการลุยที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เข้าถึงได้ ข้อเสนอพิเศษใน Motor Expo 2025 ทำให้รุ่น 2.4T Pro Double Cab Auto กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าและความแข็งแกร่งในคันเดียว
Ford Ranger XLS 2.0 T 170 แรงม้า: กระบะ 4 ประตูยกสูงขวัญใจมหาชน
ราคาพิเศษในงาน Motor Expo 2025: 799,000 บาท (จากปกติ 924,000 บาท ประหยัดไป 125,000 บาท)
Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) ถือเป็นชื่อที่คุ้นเคยในตลาดรถกระบะเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยชื่อเสียงด้านความแข็งแกร่ง สมรรถนะที่ดุดัน และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะรุ่น XLS ซึ่งเป็นกระบะ 4 ประตูยกสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่าและฟังก์ชันที่ครบครัน การปรับลดราคาในงาน Motor Expo 2025 ทำให้ Ford Ranger XLS 2.0 T 170 แรงม้า กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะคู่ใจ
ดีไซน์สปอร์ตและฟังก์ชันการใช้งานเพื่อคนทำงาน
Ford Ranger XLS ได้รับการปรับแต่งให้เสริมมาดสปอร์ตและเพิ่มความดุดันยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มเติมอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษจากโรงงานอย่าง “โรลล์บาร์ใหม่” ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวรถ แต่ยังช่วยเสริมลุคให้ดูทันสมัยและพร้อมลุยมากยิ่งขึ้น ตัวถังที่แข็งแกร่งและช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นอย่างดี ทำให้ Ranger XLS มอบทั้งความทนทานและความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ลงตัว
หนึ่งในฟังก์ชันที่โดดเด่นและเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ใช้งานจริงคือ “ฝาท้ายกระบะอเนกประสงค์” ที่สามารถปรับเป็นโต๊ะทำงานช่างได้ มาพร้อมจุดยึดอุปกรณ์ช่าง 2 จุด และไม้บรรทัดวัดขนาดแบบ Built-in ที่แบ่งระยะวัดทุก 10 มิลลิเมตร ฟังก์ชันนี้ไม่เพียงแต่เหมาะสำหรับช่างฝีมือ หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่ทำงานเคลื่อนที่ แต่ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานทั่วไป เช่น การเตรียมอาหารในระหว่างแคมป์ปิ้ง หรือเป็นที่วางของใช้ชั่วคราวขณะทำกิจกรรมกลางแจ้ง
มิติตัวรถและการออกแบบที่ลงตัว
Ford Ranger XLS มาพร้อมมิติตัวรถที่สมดุล ยาว 5,370 มิลลิเมตร กว้าง 1,918 มิลลิเมตร และสูง 1,884 มิลลิเมตร การออกแบบภายนอกประกอบด้วยระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกหน้า กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว บันไดข้าง และบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย รวมถึงกันชนหลังสีเดียวกับตัวรถที่ช่วยให้ภาพรวมดูพรีเมียมและครบครัน
ขุมพลังและระบบขับเคลื่อนที่ไว้ใจได้
เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นพละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการบรรทุกหนักได้อย่างสบายๆ เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ที่ได้รับการปรับจูนมาเพื่อส่งกำลังได้อย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล พร้อมดิสก์เบรกหน้าพร้อมครีบระบายความร้อนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก และล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 255/70 R17 ที่ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
ภายในห้องโดยสารและเทคโนโลยีความสะดวกสบาย
ภายในห้องโดยสารเน้นความกว้างขวางและฟังก์ชันการใช้งาน เบาะคนขับสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง เพื่อความสบายสูงสุดในการเดินทาง เทคโนโลยีความปลอดภัยก็จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นกล้องมองหลังขณะถอยจอดที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเข้าจอด และหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi Touch ขนาด 10.1 นิ้ว ที่รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A ซึ่งสามารถเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ช่วยให้คุณเชื่อมต่อโลกดิจิทัลได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมีหน้าจอแสดงผลหน้าปัดสีขนาด 8 นิ้ว และลำโพง 6 ตำแหน่ง พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยที่เพิ่มความสะดวกสบายในการควบคุม
ความคุ้มค่าที่มาพร้อมการรับประกัน
Ford Ranger XLS มีราคาจำหน่ายพิเศษเพียง 799,000 บาท เฉพาะช่วงเวลา Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 โดยมีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว อาร์คทิค ไวท์ นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ฟรี 5 ปี ซึ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการเป็นเจ้าของและใช้งานในระยะยาว
สรุปสำหรับ Ford Ranger XLS:
เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการรถกระบะ 4 ประตูยกสูงที่แข็งแกร่ง ทนทาน มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งงานบรรทุกและการเดินทางในชีวิตประจำวัน พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยและบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือในราคาที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
Geely Riddara RD6 Econ 63 kWh 2WD: กระบะไฟฟ้าเพื่ออนาคต ในราคาที่เข้าถึงได้
ราคาพิเศษในงาน Motor Expo 2025: 719,000 บาท (จากปกติ 739,000 บาท พร้อมแถมเบาะไฟฟ้าด้านคนขับ)
โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว และรถกระบะไฟฟ้าก็เป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก Geely Riddara RD6 (จีลี ริดดารา อาร์ดี 6) ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ “Econ 63 kWh 2WD” ที่เน้นความคุ้มค่า ด้วยการปรับลดออปชันที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด ทำให้รถกระบะไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์เพื่อความยั่งยืนในงบประมาณที่จำกัด
แนวคิด “Less is More” เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
Geely Riddara RD6 Econ 63 kWh 2WD มาพร้อมแนวคิดที่มุ่งเน้นความจำเป็นในการใช้งาน ด้วยการปรับเปลี่ยนบางส่วน เช่น การเลือกใช้ล้อกระทะ เบาะผ้า และการปรับเบาะด้วยมือ ซึ่งเป็นการลดต้นทุนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะหลักของรถ แต่ทำให้ราคาจำหน่ายน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยในงาน Motor Expo 2025 รุ่นนี้มีราคาเพียง 719,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าทึ่งสำหรับรถกระบะไฟฟ้า 4 ประตู
แม้จะถูกตัดออปชันด้านระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะบางส่วนออกไป แต่ Riddara RD6 ยังคงคุณสมบัติหลักของการเป็นรถกระบะไฟฟ้าที่ทันสมัยและใช้งานได้จริง โดยปัจจุบันมีรุ่นให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่
Econ 63 kWh 2WD วิ่งไกล 369 กม. (NEDC) ราคา 739,000 บาท
Econ 73.9 kWh 2WD วิ่งไกล 461 กม. (NEDC) ราคา 849,000 บาท
Econ 73.9 kWh 4WD วิ่งไกล 424 กม. (NEDC) ราคา 999,000 บาท
ราคาพิเศษในงาน Motor Expo 2025 สำหรับรุ่น Econ 63 kWh 2WD คือ 719,000 บาท
มิติตัวถังที่ใหญ่ รองรับงานหนักได้อย่างเต็มที่
Geely Riddara RD6 มีขนาดตัวถังที่กว้างขวาง ยาว 5,260 มิลลิเมตร กว้าง 1,900 มิลลิเมตร สูง 1,880 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ (Wheelbase) 3,120 มิลลิเมตร และระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) 225 มิลลิเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางต่างจังหวัด ความสามารถในการรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,030 กิโลกรัม และรองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด 2,500 กิโลกรัม (สำหรับรุ่น 2WD) ทำให้ Riddara RD6 พร้อมเป็นผู้ช่วยในทุกธุรกิจและทุกกิจกรรม
นอกจากนี้ ยังสามารถลุยน้ำลึกได้ถึง 500 มิลลิเมตร (สำหรับรุ่น 2WD) ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับสภาพถนนในเมืองไทย และด้วยขนาดกระบะท้ายที่มีความยาว 1,525 มิลลิเมตร กว้าง 1,450 มิลลิเมตร ลึก 540 มิลลิเมตร พร้อมความจุ 1,200 ลิตร ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 70 ลิตร และที่เก็บของใต้เบาะนั่งด้านหลังขนาด 48 ลิตร เพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระอย่างเป็นระเบียบ
ขุมพลังไฟฟ้าที่เงียบ ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หัวใจหลักของ Geely Riddara RD6 คือมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) ให้พละกำลังสูงสุด 244 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 309 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถกระบะไฟฟ้า ทำให้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 8.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุด (Top Speed) 160 กม./ชม.
แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ขนาดความจุ 63 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้รถสามารถวิ่งได้ไกลถึง 369 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะกลาง รองรับการชาร์จ Type 2/CCS Combo โดยสามารถรับกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ และกระแสตรง DC Fast Charging สูงสุด 90 กิโลวัตต์ ทำให้สามารถชาร์จ DC จาก 30-80 % ได้ภายในเวลาเพียง 32 นาที ซึ่งเป็นความสะดวกสบายที่สำคัญสำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
ความคุ้มค่าที่มาพร้อมการรับประกันเต็มรูปแบบ
Geely Riddara RD6 มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 6 ปี หรือ 150,000 กม. และรับประกันแบตเตอรี่ High-Voltage นาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจในคุณภาพและเทคโนโลยีของ Geely สำหรับผู้ที่สนใจ เพียงจองรถ Geely Riddara RD6 Econ ในงาน Motor Expo 2025 ด้วยเงิน 2,000 บาท ก็สามารถแลกส่วนลดได้ 20,000 บาท และยังได้รับเบาะไฟฟ้าฝั่งคนขับฟรี! โปรโมชันนี้มีระยะเวลาจำกัดตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 เท่านั้น
สรุปสำหรับ Geely Riddara RD6 Econ 63 kWh 2WD:
เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยรถกระบะ 4 ประตูที่ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง มีสมรรถนะที่ดีในราคาที่เข้าถึงได้ และต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว รวมถึงผู้ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ
เลือกกระบะคู่ใจในงบไม่เกิน 8 แสนบาท: ใครเหมาะกับคันไหน?
เมื่อพิจารณาทั้ง 3 รุ่นนี้ภายใต้งบประมาณ 800,000 บาท ในงาน Motor Expo 2025 จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ผมขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้:
New GWM Poer Sahar Diesel 2.4T Pro Double Cab Auto (799,000 บาท):
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการรถกระบะ 4 ประตูดีเซลสมรรถนะสูง ดีไซน์พรีเมียม หรูหรา ฟังก์ชันครบครัน และเน้นความสามารถในการลุยที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไกลหรือเส้นทางออฟโรด ผู้ที่ยังคงเชื่อมั่นในพละกำลังและความทนทานของเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุด GWM Sahar ถือเป็นทางเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาความพรีเมียมในราคาที่เอื้อมถึง
จุดเด่น: เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T 9AT ใหม่ล่าสุด, มิติตัวรถใหญ่ บึกบึน, ลุยน้ำได้ลึก 800 มม., ภายในหรูหราทันสมัย.
Ford Ranger XLS 2.0 T 170 แรงม้า (799,000 บาท):
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มองหารถกระบะ 4 ประตูยกสูงที่มีชื่อเสียงด้านความแข็งแกร่ง ทนทาน และเป็นที่ยอมรับในตลาด พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ทั้งงานบรรทุกและชีวิตประจำวัน เช่น ฝาท้ายอเนกประสงค์สำหรับทำงาน หรือกิจกรรม DIY ผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน Ford Ranger XLS เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือและมาพร้อมการรับประกันที่ยาวนาน เพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานระยะยาว
จุดเด่น: ความแข็งแกร่งของตัวถังและช่วงล่าง, ฝาท้ายกระบะอเนกประสงค์, เทคโนโลยี SYNC 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay/Android Auto, รับประกัน 5 ปี.
Geely Riddara RD6 Econ 63 kWh 2WD (719,000 บาท):
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่ยุคของรถกระบะไฟฟ้า ด้วยงบประมาณที่จำกัด แต่ยังต้องการสมรรถนะที่ดีและระยะทางวิ่งที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในระยะยาว และใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือผู้ที่ใช้รถในเมืองเป็นหลักและสามารถเข้าถึงสถานีชาร์จได้อย่างสะดวกสบาย Riddara RD6 เปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของรถกระบะ EV ได้ง่ายขึ้น
จุดเด่น: รถกระบะไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้, ประหยัดพลังงาน, เงียบ, มีพื้นที่เก็บของเยอะ (Frunk), ชาร์จเร็ว DC ได้, รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี.
สรุปส่งท้าย: โอกาสทองใน Motor Expo 2025
งาน Motor Expo 2025 คือเทศกาลยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ ที่เปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสและทดลองขับรถรุ่นใหม่ๆ รวมถึงเลือกซื้อรถในราคาและโปรโมชั่นสุดพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 รถกระบะ 4 ประตูที่เราได้นำเสนอในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น GWM Poer Sahar Diesel ที่มาพร้อมความพรีเมียมและขุมพลังใหม่, Ford Ranger XLS ที่พิสูจน์แล้วถึงความแข็งแกร่งและฟังก์ชันที่หลากหลาย, หรือ Geely Riddara RD6 ที่นำพาคุณเข้าสู่ยุคของรถกระบะไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้
แต่ละรุ่นล้วนมีข้อเสนอที่น่าสนใจและคุ้มค่าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงส่วนลดที่จัดเต็ม ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้เป็นจำนวนมาก การตัดสินใจเลือกรถกระบะสักคันไม่ใช่แค่การดูที่ราคา แต่ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน งบประมาณในการดูแลรักษาในระยะยาว และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด
อย่าพลาดโอกาสทองนี้! เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปสัมผัสประสบการณ์จริงที่บูธของแต่ละแบรนด์ในงาน Motor Expo 2025 เพื่อตัดสินใจเลือกรถกระบะ 4 ประตูคู่ใจที่จะพาคุณก้าวไปข้างหน้าในทุกเส้นทางอย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุดในปี 2025 นี้

