GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition: ยานยนต์แห่งการผจญภัยที่นักสะสมต้องมีในครอบครอง
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้หลงใหลในโลกแห่งการผจญภัยและยานยนต์สายลุยทุกท่าน ในปี 2025 นี้ วงการรถยนต์ยังคงเต็มไปด้วยความคึกคัก และหนึ่งในดาวเด่นที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยก็คือ GWM TANK 300 DIESEL ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกจนถึงวันนี้ ยอดส่งมอบสะสมทั่วประเทศได้พุ่งทะลุ 6,000 คันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการตอบรับที่ยอดเยี่ยมและคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานจริง เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจ และสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ GWM (Thailand) ได้สร้างเซอร์ไพรส์สุดพิเศษในงาน Motor Expo 2025 ด้วยการเปิดตัว “NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition” ที่มาพร้อมชุดแต่งพิเศษรอบคัน ซึ่งแน่นอนว่านี่คือรถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นประกาศิตของไลฟ์สไตล์การผจญภัยที่แท้จริง สำหรับนักสะสมสายออฟโรดตัวจริง นี่คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาดเด็ดขาด เพราะรุ่นพิเศษนี้ถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันทั่วประเทศเท่านั้น
เจาะลึกปรัชญา “Desert Storm”: แรงบันดาลใจสู่การผจญภัยไร้ขีดจำกัด
ชื่อ “Desert Storm” ไม่ได้เป็นเพียงฉายา แต่คือจิตวิญญาณที่ถูกถ่ายทอดลงบนทุกอณูของ GWM TANK 300 DIESEL รุ่นพิเศษนี้ มันสะท้อนถึงภาพของพายุทรายอันเกรียงไกรในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ที่ไม่ว่าอุปสรรคใดจะถาโถมเข้ามา รถคันนี้ก็พร้อมจะฝ่าฟันไปได้อย่างไม่หวั่นเกรง แรงบันดาลใจนี้มาจากความต้องการที่จะสร้างยานยนต์ที่แข็งแกร่ง ทนทาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อตอบสนองความฝันของกลุ่มนักผจญภัยที่มองหาสุดยอด รถยนต์ออฟโรด 4×4 ที่สามารถพาพวกเขาไปได้ในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นป่าเขา ลำธาร หรือทะเลทรายอันร้อนระอุ TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ การออกนอกกรอบ และการไล่ตามประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในทุกๆ การเดินทาง โดยมีพื้นฐานมาจากรุ่นย่อย 2.4T ULTRA 4WD ซึ่งเป็นรุ่นท็อปที่มาพร้อมสมรรถนะและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันอยู่แล้ว แต่ในเวอร์ชัน Desert Storm นี้ ได้รับการยกระดับทั้งในด้านดีไซน์และรายละเอียดที่ทำให้มันโดดเด่นเหนือใครในตลาด SUV พรีเมียม สายลุยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
ภายนอก: ศิลปะแห่งความแกร่งที่ดึงดูดทุกสายตา
สิ่งแรกที่สะกดทุกสายตาเมื่อพบเห็น NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition คือเฉดสีภายนอกใหม่ล่าสุด “Sand Beige” ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ราวกับทรายในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ สีนี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังสื่อถึงความพร้อมที่จะลุยไปในทุกสภาพพื้นผิว ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับบุคลิกของ รถยนต์สมรรถนะสูง สำหรับการผจญภัย ลืมภาพ รถ GWM TANK 300 แบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะ Desert Storm มาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ผสานโลโก้ TANK ขนาดใหญ่สีเดียวกับตัวรถ ทำให้ด้านหน้ารถดูแข็งแกร่งและดุดันยิ่งขึ้น ชุดแต่งฝากระโปรงหน้าที่เป็นดีไซน์เฉพาะรุ่นไม่เพียงเพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยเสริมมิติให้ตัวรถดูบึกบึนและทรงพลัง คิ้วกันกระแทกประตูด้านข้างถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องตัวรถจากแรงกระแทกในขณะขับขี่ออฟโรด พร้อมทั้งเพิ่มลุคที่บึกบึนให้กับด้านข้างของรถ ฝาครอบล้ออะไหล่และฝาครอบไฟท้ายดีไซน์พิเศษช่วยเสริมความสมบูรณ์แบบให้กับภาพลักษณ์ภายนอก โดยทุกรายละเอียดได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition คันนี้เป็นมากกว่า รถลุยป่า แต่เป็นงานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่สะท้อน DNA ออฟโรดของ TANK ได้อย่างชัดเจนและดุดัน ชุดสเกิร์ตกันชนหน้า–หลังที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมุมไต่และมุมจากให้ดียิ่งขึ้นสำหรับการขับขี่ในเส้นทางวิบาก แต่ยังเพิ่มบุคลิกที่แข็งแกร่งและพร้อมลุยในทุกสถานการณ์ นับเป็นการผสมผสานระหว่างฟังก์ชันการใช้งานและความสวยงามได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่นักผจญภัยตัวจริงต้องการจาก ออฟโรด GWM คันนี้
ภายใน: ห้องโดยสารที่ผสานความลักชัวรีกับฟังก์ชันอย่างลงตัว
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition คุณจะสัมผัสได้ถึงการผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งแบบออฟโรดและความหรูหราทันสมัยอย่างลงตัว ภายในยังคงใช้พื้นฐานเดิมของรุ่นย่อย 2.4T ULTRA 4WD มาในโทนสีดำที่ให้ความรู้สึกสุขุมและทันสมัย ใช้วัสดุสัมผัสนุ่มคุณภาพสูงในหลายจุด ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและความสบายในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการผจญภัยระยะไกล ช่องแอร์ทรงกระบอกดีไซน์วินเทจเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มเสน่ห์และความคลาสสิกให้กับห้องโดยสารได้อย่างน่าประทับใจ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อตอบสนองการขับขี่ในยุค 2025 หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ร่วมกับหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ถูกจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงข้อมูลและควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย จอแสดงผลดิจิทัลมอบข้อมูลการขับขี่ที่ครบถ้วนและปรับแต่งได้ตามความต้องการ ส่วนจอมัลติมีเดียรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ให้คุณไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อและความบันเทิงระหว่างการเดินทาง แผงควบคุมและพวงมาลัยทรงกลมพร้อม Paddle Shift มอบความรู้สึกในการควบคุมที่กระชับและแม่นยำ คันเกียร์อิเล็กทรอนิกส์ถูกออกแบบมาให้จับกระชับมือ พร้อมปุ่มควบคุมการขับขี่จากคอนโซลกลางที่ใช้งานง่าย ทำให้การปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่หรือฟังก์ชันต่างๆ ทำได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ห้องโดยสารนี้จึงไม่เพียงเป็นที่นั่งสำหรับการเดินทาง แต่เป็นศูนย์บัญชาการเคลื่อนที่ที่พร้อมพาคุณไปสู่ ประสบการณ์ออฟโรด ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการออกแบบที่เน้นทั้งความสวยงาม ความสะดวกสบาย และฟังก์ชันการใช้งานสูงสุด ตอบโจทย์นักผจญภัยที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ
ขุมพลังดีเซล: หัวใจแห่งการผจญภัยที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์
ใต้ฝากระโปรงหน้าของ NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition คือหัวใจแห่งการผจญภัยที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ นั่นคือเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดีเยี่ยม เพื่อมอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมทั้งบนถนนและเส้นทางออฟโรด เครื่องยนต์บล็อกนี้ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และที่สำคัญกว่านั้นคือแรงบิดมหาศาลถึง 480 นิวตันเมตร ที่ช่วงรอบต่ำ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ออฟโรด เพราะแรงบิดสูงในรอบต่ำหมายถึงพละกำลังในการไต่ทางชัน การตะกุยผ่านอุปสรรค หรือการลากจูงที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์นักผจญภัยที่ต้องการ เครื่องยนต์ดีเซล ประหยัด และทรงพลังในเวลาเดียวกัน ระบบส่งกำลังจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9AT) ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างละเอียด เพื่อการส่งกำลังที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวง หรือการเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ในสภาพเส้นทางที่ท้าทาย พร้อมด้วย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เป็นหัวใจหลักของ TANK 300 DIESEL อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงน่าประทับใจ ด้วยตัวเลข Eco Sticker ที่ 14 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดมากสำหรับ รถยนต์ออฟโรด ที่มีขนาดและสมรรถนะระดับนี้
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผจญภัยให้สูงสุด GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition มาพร้อมโหมดการขับขี่ถึง 9 โหมด ครอบคลุมทุกสถานการณ์ที่คุณอาจพบเจอ:
โหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H): สำหรับการขับขี่ทั่วไปบนถนนดำ เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง
โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H): สำหรับสภาพถนนลื่นหรือเส้นทางที่ไม่เรียบมากนัก เพิ่มการยึดเกาะและความมั่นใจ
โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตราทดเกียร์ต่ำ (4L): นี่คือโหมดสำหรับสถานการณ์สุดหฤโหด! มอบแรงบิดสูงสุดเพื่อไต่ทางชันมากๆ หรือการลุยอุปสรรคที่ต้องใช้กำลังสูง
โหมดพื้นหิมะ (Snow): ปรับการตอบสนองของคันเร่งและเกียร์ให้ราบรื่น เพื่อป้องกันการลื่นไถลบนพื้นหิมะหรือน้ำแข็ง
โหมดพื้นหิน (Rock): ควบคุมการกระจายแรงบิดและระบบเบรกอย่างละเอียด เพื่อการเคลื่อนที่ช้าๆ อย่างมั่นคงบนก้อนหินขรุขระ
โหมดพื้นทราย (Sand): ปรับการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์เพื่อรักษาสมดุลและป้องกันการติดหล่มในผืนทรายอ่อน
โหมดภูเขา (Mountain): สำหรับการขับขี่ขึ้น-ลงทางลาดชันในภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ให้กำลังและเบรกที่เหมาะสม
โหมดพื้นหลุมบ่อ (Pothole): ช่วยให้รถเคลื่อนผ่านพื้นผิวที่ไม่เรียบ หรือมีหลุมบ่อขนาดใหญ่ได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัย
โหมดผู้เชี่ยวชาญ (Expert): สำหรับนักขับออฟโรดมืออาชีพที่ต้องการควบคุมระบบต่างๆ ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อดึงศักยภาพของรถออกมาได้สูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีระบบล็อกเฟืองขับด้านหลังแบบไฟฟ้า (Electric Rear Differential Lock) ที่ช่วยให้รถสามารถผ่านพ้นอุปสรรคที่ล้อใดล้อหนึ่งไม่สามารถยึดเกาะได้ ระบบ TANK TURN ที่ช่วยลดวงเลี้ยวในการกลับรถเมื่ออยู่ในเส้นทางออฟโรดที่แคบ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Off-road (Off-road Cruise Control) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาระดับความเร็วต่ำได้อย่างคงที่บนเส้นทางวิบาก ทำให้คุณสามารถโฟกัสกับการบังคับพวงมาลัยได้อย่างเต็มที่ นี่คือความสมบูรณ์แบบของ เกียร์ออโต้ 4×4 ที่จะพาคุณไปได้ทุกที่ที่คุณต้องการ
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: เพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ในทุกการเดินทาง
ในฐานะ รถยนต์ออฟโรด ระดับพรีเมียม GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ไม่ได้มีดีแค่สมรรถนะ แต่ยังจัดเต็มด้วย เทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะ และนวัตกรรมความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อให้คุณและผู้ร่วมเดินทางอุ่นใจในทุกเส้นทาง มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะจำนวนมากถึง 25 รายการ ทั้งที่เป็น Active Safety และ Passive Safety ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องคุณในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือการผจญภัยสุดท้าทาย
หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือระบบแสดงภาพ 540 องศา ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างระบบกล้องรอบคัน 360 องศา และระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบคันและใต้ท้องรถได้อย่างชัดเจนแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคที่อาจสร้างความเสียหายให้กับใต้ท้องรถ นอกจากนี้ ระบบ Intelligent Start-Stop ยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและลดมลพิษในขณะหยุดรถชั่วคราว พร้อมโหมดช่วยผ่อนแรงพวงมาลัยอีก 3 โหมด ได้แก่ โหมดเบา โหมดสบาย และโหมดสปอร์ต ให้คุณปรับการตอบสนองของพวงมาลัยให้เข้ากับความต้องการและสภาพการขับขี่ได้อย่างเหมาะสม
ในด้านความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety) TANK 300 DIESEL Desert Storm มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) พร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ ซึ่งช่วยให้รถรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติและปรับความเร็วให้เหมาะสมเมื่อเข้าโค้ง เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ระยะไกล ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนหรือออกนอกเลน (Lane Departure Warning/Lane Keeping Assist) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Centering Assist) และระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (Intelligent Lane Keep Assist) ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้รถคงอยู่ในช่องทางเดินรถ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการเปลี่ยนเลนโดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนการขับรถเร็วเกินกำหนด และระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 (Secondary Collision Mitigation) ที่จะช่วยลดความเสียหายหากเกิดการชนต่อเนื่อง
สำหรับ ระบบความปลอดภัยขั้นสูง ที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEB – Automatic Emergency Braking at straight and intersection) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนทั้งในสภาพการจราจรปกติและบริเวณทางแยก ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert with Brake) ช่วยให้การถอยจอดและการออกจากซองจอดปลอดภัยยิ่งขึ้น ในด้านความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) รถคันนี้มาพร้อมถุงลมนิรภัยจำนวน 6 จุดที่ช่วยปกป้องผู้โดยสารจากการชนจากทิศทางต่างๆ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX และระบบล็อกป้องกันเด็ก (Child Lock) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ระบบเบรกทั้งด้านหน้าและหลังเป็นแบบดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อนสี่ล้อ เพื่อประสิทธิภาพในการหยุดรถที่ดีเยี่ยมแม้ในการขับขี่ที่หนักหน่วง นี่คือความมุ่งมั่นของ GWM ในการมอบ รถยนต์สมรรถนะสูง ที่มาพร้อมความปลอดภัยระดับสูงสุดให้กับลูกค้า
เอกสิทธิ์แห่งการครอบครอง: ทำไม Desert Storm จึงพิเศษสำหรับนักสะสม
GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อนักสะสมสายออฟโรดโดยเฉพาะ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดโอกาสนี้:
จำนวนจำกัด: ผลิตเพียง 300 คันทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าคุณจะเป็นหนึ่งในผู้โชคดีไม่กี่คนที่มีโอกาสได้ครอบครอง รถ GWM TANK 300 ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร การเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นเป็นการลงทุนที่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นชิ้นงานศิลปะที่มีคุณค่าและมีโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคต
ดีไซน์เฉพาะรุ่น: ชุดแต่งภายนอกและสี Sand Beige ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้รถคันนี้โดดเด่นและเป็นที่จดจำทันทีที่ปรากฏตัวบนท้องถนนหรือเส้นทางออฟโรด มันคือการแสดงออกถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์ที่ไม่ธรรมดาของคุณ
สมรรถนะที่พิสูจน์แล้ว: ด้วยพื้นฐานของ TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA 4WD ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความแกร่งและสมรรถนะ ทำให้ Desert Storm Limited Edition ไม่ได้เป็นเพียงรถที่สวยงาม แต่เป็น รถลุยป่า ที่พร้อมพาคุณไปผจญภัยได้ทุกเมื่อ
ราคาที่คุ้มค่า: GWM (Thailand) เปิดราคาจำหน่ายไว้ที่ 1,349,000 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และขีดความสามารถในการผจญภัยที่เหนือชั้น ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับ SUV พรีเมียม ที่สามารถลุยได้จริง
นี่คือโอกาสของคุณที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานบทใหม่ของ GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ยานยนต์ที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง ความสง่างาม และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว หากคุณคือนักผจญภัยที่กำลังมองหาสุดยอด รถยนต์ออฟโรด 4×4 ที่จะพาคุณไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นที่มีมูลค่า รถคันนี้คือคำตอบที่คุณกำลังตามหา
สรุป: ตำนานบทใหม่แห่งการผจญภัยกำลังจะเริ่มต้น
GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ไม่ได้เป็นแค่รถยนต์ แต่เป็นนิยามใหม่ของการผจญภัย มันคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของ TANK 300 DIESEL กับความพิเศษของรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักผจญภัยและนักสะสมทั่วประเทศ ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 300 คัน นี่คือโอกาสทองที่คุณจะได้เป็นเจ้าของยานยนต์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในจิตวิญญาณแห่งการออกสำรวจโลก อย่ารอช้าที่จะสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวแห่ง “Desert Storm” ที่กำลังจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ยานยนต์ เพื่อชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง และการผจญภัยที่ไม่มีวันสิ้นสุด!

