มหกรรมยานยนต์ 2568: ถอดรหัส 7 ที่สุดแห่งนวัตกรรมและสุดยอดปรารถนา
การได้มาเยือน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ Motor Expo 2025 ในปีนี้ นับเป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายอย่างแท้จริง ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและก้าวกระโดดของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่สะท้อนภาพอนาคตของการเดินทางได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ เทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น หรือแม้แต่ยนตรกรรมคลาสสิกที่ยังคงคุณค่าเหนือกาลเวลา งาน Motor Expo 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงนวัตกรรม แต่เป็นการเปิดประตูสู่โลกใหม่แห่งการเดินทาง และวันนี้ ผมจะพาคุณไปเจาะลึก 7 ที่สุดที่สร้างความฮือฮาและประทับใจมากที่สุดในงานนี้ รับรองว่าแต่ละจุดเด่นจะทำให้คุณมองเห็นอนาคตของยานยนต์ที่จับต้องได้ยิ่งขึ้น
ยานยนต์ที่สะดุดตาที่สุด: Govy AirCab – นิยามใหม่ของการเดินทางเหนือพื้นโลก
ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในงาน สายตาผมก็ถูกตรึงไว้กับสิ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศได้อย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือ Govy AirCab (โกวี แอร์แคบ) ยานยนต์บินได้ไร้คนขับจากค่าย GAC Aion นี่ไม่ใช่แค่คอนเซ็ปต์ที่จับต้องไม่ได้ แต่เป็นการผลิตแบบ Mass Production รุ่นแรกของโลกที่พร้อมจะปฏิวัติการเดินทางสู่น่านฟ้าอย่างแท้จริง
ลองจินตนาการถึงชีวิตที่ปราศจากรถติดบนท้องถนน การเดินทางจากใจกลางเมืองไปยังชานเมือง หรือแม้แต่ระหว่างจังหวัดกลายเป็นเรื่องง่ายดายและรวดเร็ว Govy AirCab ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝัน แต่เป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยระบบขับเคลื่อน 6 แกน พร้อมใบพัดถึง 12 ตัว ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการทรงตัวที่มั่นคงและนุ่มนวล ระบบความปลอดภัยสำรองที่ติดตั้งมาอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้มั่นใจได้ว่าในกรณีฉุกเฉิน ยานพาหนะนี้ยังคงสามารถประคองตัวลงจอดได้อย่างปลอดภัยและนุ่มนวลที่สุด
ความน่าสนใจไม่ได้มีแค่เรื่องการบิน แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพการใช้งานจริงที่น่าทึ่ง สามารถรองรับการบินได้ไกลถึง 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และที่สำคัญที่สุดคือ ระบบชาร์จเร็วที่ใช้เวลาเพียง 25 นาที ก็พร้อมออกเดินทางต่อได้ทันที นี่คือสิ่งที่ทำให้ Govy AirCab โดดเด่นเหนือใครในงาน มอบประสบการณ์ที่เหนือจริงราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์ไซไฟ แต่กลับกลายเป็นความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าเรา ยานยนต์แห่งอนาคตนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขนส่ง แต่คือการสร้างสรรค์วิถีชีวิตใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด การลงทุนในนวัตกรรมเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ยังเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อีกมากมายในภาคการเดินทางและโลจิสติกส์
รถยนต์ที่ราคาแพงที่สุด: Porsche 911 Spirit 70 – จิตวิญญาณแห่งความคลาสสิกที่กลับมาโลดแล่น
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบและประวัติศาสตร์ของยานยนต์ หรูหรา ตำแหน่งรถยนต์ราคาแพงที่สุดในงาน Motor Expo 2025 นี้ ตกเป็นของ Porsche 911 Spirit 70 (โพร์เช 911 สปิริท 70) โดยปราศจากข้อกังขา นี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ผสมผสานความคลาสสิกจากยุค 70’s เข้ากับเทคโนโลยีและสมรรถนะอันล้ำสมัยของศตวรรษที่ 21
สิ่งที่ทำให้ 911 Spirit 70 โดดเด่นและมีมูลค่าสูงลิ่วคือความเป็นเวอร์ชันพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Porsche ในอดีตอย่างเต็มเปี่ยม สีตัวถังพิเศษ Olive Neo ที่มาในโทนเขียวเข้ม ลึกลับ แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา เป็นสีที่ชวนให้นึกถึงยุคทองของวงการมอเตอร์สปอร์ต และถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 1,500 คันทั่วโลกเท่านั้น ทำให้รถคันนี้ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นของสะสมอันล้ำค่าสำหรับนักสะสมและผู้ที่ต้องการความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร
ภายใต้รูปลักษณ์ที่คลาสสิกแต่ร่วมสมัยนี้ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ GTS ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจและแม่นยำตามแบบฉบับของ Porsche ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่เส้นสายการออกแบบภายในจนถึงรายละเอียดปลีกย่อย ล้วนสะท้อนถึงความหรูหรา และเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตในยุคนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 25,500,000 บาท Porsche 911 Spirit 70 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของรสนิยม ความสำเร็จ และความหลงใหลในตำนานที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย สำหรับผู้ที่มองหาที่สุดแห่งความพิเศษและความเป็นอมตะ นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าในเชิงของศิลปะและสมรรถนะที่ยากจะหาใดเทียบได้
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ราคาถูกที่สุด: Pocco MM – จุดเริ่มต้นใหม่แห่งการขับขี่ในเมือง
กระแสของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงร้อนแรง และในปี 2025 นี้ ก็มีทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับงบประมาณและเหมาะกับการใช้งานในเมือง นั่นคือ Pocco MM (พอคโค เอมเอม) ที่ผงาดขึ้นแท่นเป็นรถ EV ราคาถูกที่สุดในงาน Motor Expo ครั้งนี้ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 199,000 บาท Pocco MM กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการเข้าถึงยานยนต์พลังงานสะอาด
Pocco MM มาในรูปแบบรถไฟฟ้าคันจิ๋วแบบ 3 ประตู ที่ถูกออกแบบมาด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย เน้นความกะทัดรัด คล่องตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในสภาพการจราจรที่หนาแน่นของเมืองใหญ่ การออกแบบภายในที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานและการเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทำให้รถคันนี้เป็นมากกว่าแค่พาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหาการเดินทางที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน ช้อปปิ้ง หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในเมือง Pocco MM คือคำตอบที่ใช่ ด้วยขนาดที่เล็ก ทำให้ง่ายต่อการจอดในพื้นที่จำกัด และด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป นี่คือโอกาสที่ดีในการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ EV และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่ดีขึ้น การมา Test Drive Pocco MM ในงาน Motor Expo 2025 จึงเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดสำหรับทุกคนที่กำลังพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่คุ้มค่า
รถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุด: Nex EV Tractor – ขุมพลังไฟฟ้าเพื่อการขนส่งแห่งอนาคต
เมื่อพูดถึงที่สุดแห่งขนาดและความยิ่งใหญ่ในงาน Motor Expo 2025 นี้ ย่อมต้องยกให้ Nex EV Tractor (เนกซ์ อีวี ทแรคเตอร์) รถหัวลากพลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับดีไซน์และวิศวกรรมที่ตอบโจทย์งานขนส่งขนาดใหญ่และหนักโดยเฉพาะ นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ที่ไม่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมหาศาล
Nex EV Tractor ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ด้วยโครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงที่สามารถรองรับน้ำหนักและภาระการใช้งานหนักได้อย่างไร้ที่ติ น้ำหนักรถเปล่าเริ่มต้นที่ 11,010 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและอุปกรณ์เสริม) แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือความสามารถในการลากจูงสูงสุดถึง 50,500 กิโลกรัม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถที่เหนือกว่ารถหัวลากแบบเดิมๆ อย่างชัดเจน
มิติโดยรวมของรถหัวลากไฟฟ้าคันนี้อยู่ที่ประมาณ 7,400 มิลลิเมตร (ยาว) x 2,550 มิลลิเมตร (กว้าง) x 3,600 มิลลิเมตร (สูง) ซึ่งบ่งบอกถึงขนาดที่ใหญ่และทรงพลัง แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้ Nex EV Tractor แตกต่างคือระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 423 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 410 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่ากับ 550 แรงม้า ทำให้รถคันนี้สามารถส่งมอบแรงบิดมหาศาลและการขับเคลื่อนที่ราบรื่นและเงียบสงบ การมาของ Nex EV Tractor ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอนวัตกรรม แต่เป็นการตอกย้ำถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมขนส่งที่จะมุ่งสู่ความเป็นไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต
รถยนต์อายุมากที่สุด: Mercedes-Benz 170 SV (W136) – ความงดงามเหนือกาลเวลาที่บอกเล่าประวัติศาสตร์
ท่ามกลางกองทัพยานยนต์แห่งอนาคตและเทคโนโลยีล้ำสมัย ก็มีมุมหนึ่งที่เปรียบเสมือนแคปซูลกาลเวลา นำพาเราย้อนกลับไปสู่ยุคอดีตที่งดงาม นั่นคือบูธรถโบราณ ที่จัดแสดง Mercedes-Benz 170 SV (เมร์เซเดส-เบนซ์ 170 เอสวี) รหัสตัวถัง W136 ที่ได้รับตำแหน่งรถยนต์อายุมากที่สุดในงาน Motor Expo 2025 คันนี้ ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ปี 1954 ซึ่งผ่านมาแล้วกว่า 7 ทศวรรษ แต่ยังคงสภาพความสวยงามและเสน่ห์ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
Mercedes-Benz 170 SV เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ยืนยงและมีความสำคัญที่สุดรุ่นหนึ่งของ Mercedes-Benz โดยถือกำเนิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจของยุโรปกำลังฟื้นตัวหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในยุคนั้น ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการรถยนต์ที่มีราคาประหยัด ทนทาน และบำรุงรักษาง่าย ซึ่ง 170 SV ได้ตอบโจทย์เหล่านั้นได้อย่างลงตัว ไม่เพียงเท่านั้น รถรุ่นนี้ยังเป็นซีดานรุ่นสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสู่ยุคของการออกแบบรถยนต์สมัยใหม่ ด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งานที่ล้ำหน้าในยุคสมัยนั้น
การได้ยืนอยู่หน้า Mercedes-Benz 170 SV คันนี้ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังสัมผัสกับหน้าประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ทุกรายละเอียด ตั้งแต่กระจังหน้าโครเมียมที่เงางามไปจนถึงภายในห้องโดยสารที่ประณีต ล้วนสะท้อนถึงฝีมือการผลิตอันเป็นเลิศและปรัชญาของ Mercedes-Benz ที่มุ่งเน้นคุณภาพและความคงทน แม้จะเป็นรถยนต์ที่มีอายุมากที่สุดในงาน แต่ความสวยงาม ทรงเสน่ห์ และเรื่องราวเบื้องหลังของมัน กลับทำให้มันโดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำ ไม่แพ้ยานยนต์แห่งอนาคตคันใดๆ การได้เห็นรถยนต์คลาสสิกเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าความงดงามที่แท้จริงไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา และคุณค่าของงานฝีมือยังคงเป็นที่ต้องการเสมอ
มอเตอร์ไซค์ที่ราคาแพงที่สุด: Harley-Davidson Road Glide 2025 – มิติใหม่แห่งการเดินทางสไตล์ Grand American Touring
สำหรับสายไบค์เกอร์ผู้รักอิสระและชื่นชอบการเดินทางระยะไกล Harley-Davidson Road Glide (ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน โรด กไลด์) ปี 2025 ได้รับตำแหน่งมอเตอร์ไซค์ที่ราคาแพงที่สุดในงาน Motor Expo 2025 อย่างสมศักดิ์ศรี นี่คือการผสมผสานระหว่างตำนานอันยาวนานของ Harley-Davidson เข้ากับเทคโนโลยีและสมรรถนะอันเหนือชั้นที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Road Glide คือ Grand American Touring อันเป็นเอกลักษณ์ของ Harley-Davidson ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายและน่าประทับใจในทุกเส้นทาง การขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 117 อันทรงพลัง มอบแรงบิดมหาศาลและการตอบสนองที่ฉับไว ทำให้ทุกการขับขี่เต็มไปด้วยความเร้าใจและมั่นใจ ไม่ว่าจะบนทางหลวงหรือเส้นทางที่คดเคี้ยวก็ตาม
สิ่งที่ทำให้ Road Glide โดดเด่นและเป็นที่จดจำคือดีไซน์แฟริ่งหน้าแบบ Sharknose อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ไม่เพียงแค่ให้รูปลักษณ์ที่ดุดันและเท่ แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ ลดแรงปะทะจากลม และมอบความสบายในการขับขี่ระยะไกลได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัยครบครัน เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคดิจิทัล ด้วยราคา 1,728,000 บาท Harley-Davidson Road Glide 2025 ไม่ได้เป็นแค่มอเตอร์ไซค์ แต่คือสัญลักษณ์ของการผจญภัย อิสรภาพ และประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีใครเหมือน สำหรับผู้ที่พร้อมจะออกเดินทางสำรวจโลกใบนี้ด้วยสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร นี่คือสุดยอดยานยนต์สองล้อที่รอคุณมาเป็นเจ้าของ
มอเตอร์ไซค์ที่แรงม้าเยอะที่สุด: Ducati Panigale V4 S – ที่สุดแห่งความเร็วและนวัตกรรมสนามแข่ง
ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและเทคโนโลยีสุดล้ำ นั่นคือ Ducati Panigale V4 S (ดูกาตี ปานิกาเล วี 4 เอส) ที่ครองตำแหน่งมอเตอร์ไซค์แรงม้าเยอะที่สุดในงาน Motor Expo 2025 ได้อย่างสมภาคภูมิ นี่คือสุดยอดยนตรกรรมแห่งความเร็วที่ถูกพัฒนาจากสนามแข่งระดับโลก สู่ท้องถนน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถแข่งมากที่สุด
Panigale V4 S เป็นการผสานรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตามหลักแอโรไดนามิกที่คำนึงถึงทุกรายละเอียด เพื่อลดแรงต้านอากาศและเพิ่มแรงกด เพื่อเสถียรภาพที่เหนือกว่าในความเร็วสูง การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ที่มอบท่านั่งในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อการควบคุมที่แม่นยำและสบายตัวแม้ในสภาวะการขับขี่ที่ดุดัน
หัวใจสำคัญของ Panigale V4 S คือขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1,103 ซีซี ที่สามารถสร้างแรงม้าได้มหาศาลถึง 216 แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับมอเตอร์ไซค์ที่สามารถวิ่งบนท้องถนนได้ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่ช่วยในการควบคุมรถในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Traction Control, Wheelie Control, Slide Control และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด เพื่อความปลอดภัยและสมรรถนะสูงสุด
การออกแบบที่งดงามและประณีตตามแบบฉบับ Ducati ทำให้ Panigale V4 S ไม่ได้เป็นแค่เครื่องจักรที่เร็ว แต่ยังเป็นผลงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ ทุกเส้นสาย ทุกองค์ประกอบ ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อความสมบูรณ์แบบสูงสุด สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ความเร็วสูงสุด ควบคุมได้อย่างแม่นยำ และเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ที่มี DNA ของสนามแข่งอย่างแท้จริง Ducati Panigale V4 S คือตัวเลือกที่ไม่มีใครเทียบได้ นี่คือความหลงใหลในสมรรถนะที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรม ให้คุณได้สัมผัสถึงขีดสุดของการขับขี่สองล้อ
บทสรุปการเดินทางสู่โลกยานยนต์แห่งอนาคต
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ Motor Expo 2025 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ เทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น และแนวคิดที่ยั่งยืนมากขึ้น การได้มาสัมผัส 7 ที่สุดในงานนี้ ทำให้เราได้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของอนาคตการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์บินได้ที่เข้ามาเปลี่ยนมิติการเดินทาง รถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง รถหัวลากพลังงานไฟฟ้าที่ปฏิวัติการขนส่ง หรือแม้แต่การกลับมาของตำนานที่ยังคงคุณค่าเหนือกาลเวลา
จากประสบการณ์ในวงการยานยนต์ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ได้เห็นในงาน Motor Expo ครั้งนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ที่เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์จะหลอมรวมกันอย่างไร้รอยต่อ และยังเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่กำลังมองหาโซลูชั่นการเดินทางที่ทันสมัยและยั่งยืน
อย่ารอช้าที่จะมาสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง มาค้นหาแรงบันดาลใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่โลกยานยนต์แห่งอนาคตได้ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” (Thailand International Motor Expo 2025) ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพคท์ ชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี แล้วคุณจะพบว่าอนาคตอยู่ใกล้แค่เอื้อมจริงๆ

