เจาะลึกยอดจองสุดปังครึ่งทาง Motor Expo 2025: ใครคือดาวเด่นแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย?
งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 นับเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เป็นเวทีสำคัญที่ค่ายรถยนต์ทั่วโลกต่างใช้เป็นโอกาสในการเผยโฉมเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัย อวดโฉมรถรุ่นใหม่ และนำเสนอโปรโมชันสุดเร้าใจแก่ผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในแวดวงยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมมองว่างาน Motor Expo ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาลแห่งการซื้อขายเท่านั้น แต่ยังเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญของทิศทางและเทรนด์ของตลาดรถยนต์ในประเทศ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกลยุทธ์ของแต่ละค่ายผู้ผลิต
เมื่อก้าวผ่านครึ่งทางของงานซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 4 ธันวาคม 2568 (และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม) เราได้เห็นยอดจองสะสมรวมทุกค่ายพุ่งสูงถึง 28,254 คัน ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยอดขาย แต่เป็นภาพสะท้อนของความต้องการของตลาด เทรนด์ที่กำลังมาแรง และการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว บทความนี้จะเจาะลึกวิเคราะห์ 10 อันดับแรกของค่ายรถยนต์ที่มียอดจองสูงสุด พร้อมทั้งเปิดเผย “รถยนต์มาแรง” ที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้เห็นภาพรวมของตลาดรถยนต์ไทยในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้
ภาพรวมตลาดและเทรนด์ที่น่าสนใจใน Motor Expo 2025
ก่อนที่เราจะดำดิ่งลงไปในรายละเอียดของแต่ละค่าย สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากยอดจองครึ่งทางของ Motor Expo 2025 คือการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์อย่างมีนัยสำคัญ ความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแบรนด์จีนที่เข้ามาสร้างความปั่นป่วนและนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ที่น่าสนใจในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงให้การสนับสนุนผ่านมาตรการส่งเสริมการใช้ EV อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนผ่านจาก EV 3.0 สู่ EV 3.5 ที่อาจส่งผลให้ราคาปรับขึ้นเล็กน้อยในปีหน้า แต่ผู้บริโภคจำนวนมากก็ยังคงใช้โอกาสในช่วงปลายปีนี้ในการตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการใหม่จะมีผลบังคับใช้
ขณะเดียวกัน รถยนต์ประเภทครอสโอเวอร์ (Crossover) และเอสยูวี (SUV) ยังคงเป็นเซ็กเมนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นขุมพลังสันดาปภายใน ไฮบริด หรือไฟฟ้า ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งความอเนกประสงค์ พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง และภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ทำให้รถกลุ่มนี้กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ นอกจากนี้ โปรโมชันและข้อเสนอพิเศษภายในงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภค ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับรถยนต์แต่ละรุ่น และทำให้ผู้ซื้อสามารถเป็นเจ้าของรถในฝันได้ง่ายขึ้น
TOP 10 ยอดจองครึ่งทาง Motor Expo 2025: การวิเคราะห์เชิงลึก
อันดับ 1 Toyota ยอดจอง 4,808 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Toyota Yaris Cross
ไม่มีใครแปลกใจที่ Toyota ยังคงครองบัลลังก์อันดับ 1 ด้วยยอดจองที่ 4,808 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดที่แข็งแกร่งและไม่สั่นคลอนในประเทศไทย ด้วยกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ ไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์
Toyota Yaris Cross คือดาวเด่นที่แท้จริงในบูธของ Toyota ด้วยยอดจองที่โดดเด่นสะท้อนถึงความสำเร็จในการตอบโจทย์ตลาดครอสโอเวอร์ขนาดเล็กที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Yaris Cross มาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัย กะทัดรัดคล่องตัว เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง แต่ยังคงให้ความรู้สึกของรถ SUV ที่สมบุกสมบัน โปรโมชันที่น่าสนใจในงาน รวมถึงการเพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ที่เพิ่มความสปอร์ตและพรีเมียม ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ Yaris Cross ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota, เครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และมูลค่าขายต่อที่ดี ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือก Yaris Cross การใช้ อะไหล่แท้โตโยต้า และ บริการหลังการขาย ที่ได้มาตรฐานก็เป็นจุดแข็งที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในการเลือกซื้อรถจากค่ายนี้
อันดับ 2 BYD ยอดจอง 2,537 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: BYD Atto 3
BYD สร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยอย่างต่อเนื่อง และยังคงรักษาตำแหน่งท็อป 3 ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ข้อมูลยอดจองจะมาจากการประมาณการโดยผู้จัดงานจากการลงทะเบียนของผู้สนใจ เนื่องจาก BYD ยังไม่แจ้งยอดจองโดยตรง ณ ตอนนี้ แต่ตัวเลข 2,537 คัน ก็สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่ไม่ธรรมดา
BYD Atto 3 เป็นหัวหอกสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดจองของ BYD ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าคันนี้ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามในเรื่องของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่ให้ความปลอดภัยและระยะทางวิ่งที่น่าประทับใจ การออกแบบภายในที่ล้ำสมัย และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ราคาที่แข่งขันได้ก่อนเข้าสู่มาตรการ EV 3.5 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Atto 3 ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง ที่คุ้มค่า บางรุ่นย่อยที่ต้องสอบถามกับผู้จัดจำหน่ายมากขึ้นก็เป็นสัญญาณว่ารถได้รับความสนใจสูงจนอาจมีข้อจำกัดในการผลิตหรือการส่งมอบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่เหนือความคาดหมาย BYD ยังเน้นการลงทุนใน สถานีชาร์จรถไฟฟ้า เพื่อรองรับลูกค้าอย่างเต็มที่
อันดับ 3 Honda ยอดจอง 2,314 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Honda HR-V e:HEV
Honda ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ญี่ปุ่นที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยยอดจอง 2,314 คัน ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์ไฮบริด
Honda HR-V e:HEV คือรุ่นยอดนิยมที่ยังคงสร้างยอดจองได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะทำตลาดมาสักระยะหนึ่งแล้วก็ตาม HR-V e:HEV โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ระบบขับเคลื่อนไฮบริด e:HEV ที่ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ รวมถึงออปชันความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน โปรโมชันที่น่าสนใจในงาน Motor Expo ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับ HR-V e:HEV และการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ “Hunt” ที่จัดแสดงเป็นครั้งแรกในงานนี้ ก็เป็นการเพิ่มทางเลือกและความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ ทำให้ HR-V e:HEV ยังคงเป็น รถยนต์ไฮบริดอเนกประสงค์ ที่ได้รับความนิยมสูง การผสานเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ตอบโจทย์จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของรุ่นนี้
อันดับ 4 Omoda & Jaecoo ยอดจอง 1,940 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Jaecoo 5 EV
Omoda และ Jaecoo คือสองแบรนด์จากจีนที่มาแรงและสร้างกระแสได้อย่างน่าจับตาในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองรวม 1,940 คัน เป็นการยืนยันถึงการยอมรับจากตลาดไทย
Jaecoo 5 EV เป็นรถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าที่ได้รับความสนใจอย่างโดดเด่น ด้วยดีไซน์ที่ดุดัน ล้ำสมัย และขุมพลังไฟฟ้าที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก การเปิดตัวด้วยราคาที่น่าสนใจอย่างมากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สร้างกระแสได้อย่างต่อเนื่อง และความกังวลว่าราคาอาจจะขยับสูงขึ้นในปีหน้า ทำให้ผู้บริโภครีบตัดสินใจจับจองเป็นเจ้าของ Jaecoo 5 EV ในงานนี้ ถือเป็น รถยนต์ไฟฟ้าจีน ที่มีศักยภาพสูงในการเจาะตลาดพรีเมียม EV ของไทย โดยเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่มองหาความแตกต่างและเทคโนโลยีที่ทันสมัย การสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ Omoda & Jaecoo ในการเติบโตอย่างยั่งยืน
อันดับ 5 GAC Aion ยอดจอง 1,819 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Aion UT
GAC Aion อีกหนึ่งค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง และนำเสนอรถยนต์ที่น่าสนใจมาตลอดปี ด้วยยอดจอง 1,819 คัน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
Aion UT แฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้าที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น ได้รับความนิยมอย่างมากในงาน Motor Expo 2025 ด้วยราคาพิเศษและโปรโมชันที่น่าสนใจ ทำให้ Aion UT กลายเป็นตัวเลือกที่ดึงดูดใจสำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่มีดีไซน์ไม่ซ้ำใคร และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนที่เชื่อถือได้ ความนิยมของรุ่นนี้ถึงขั้นที่บางรุ่นย่อยอาจเริ่มหายากแล้ว ซึ่งบ่งบอกถึงความต้องการที่สูงกว่าปริมาณรถที่สามารถจัดหาได้ การมุ่งเน้นที่ รถยนต์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของ Aion
อันดับ 6 MG ยอดจอง 1,804 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: MG S5 EV
MG ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจอง 1,804 คัน ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่มาพร้อมกับรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
MG S5 EV ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าที่มาพร้อมรุ่นย่อยที่หลากหลาย ถือเป็นรุ่นยอดนิยมที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ ด้วยราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่าย บางรุ่นย่อยมีราคาใกล้เคียงกับแฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้าบางรุ่น ทำให้ MG S5 EV กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าในสไตล์ครอสโอเวอร์ นอกจากนี้ โปรโมชันราคาพิเศษในช่วงก่อนหมดมาตรการ EV 3.0 ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดจองของ MG ได้เป็นอย่างดี MG ยังคงลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ EV เพื่อสนับสนุนลูกค้า
อันดับ 7 Geely ยอดจอง 1,667 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Geely EX2
Geely ฉลองครบรอบ 1 ปีของการทำตลาดในประเทศไทยด้วยยอดจอง 1,667 คัน ในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างชัดเจนและน่าประทับใจสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาในตลาด
Geely EX2 แฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ ได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยออปชันที่เหมาะสมและราคาพิเศษที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้ Geely EX2 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตาในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้าอีโคคาร์ Geely มีชื่อเสียงด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากประสบการณ์ในตลาดโลก การนำเสนอรถยนต์ที่คุ้มค่าและมีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Geely สามารถสร้างฐานลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว
อันดับ 8 GWM ยอดจอง 1,594 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: GWM Tank 300 Diesel
Great Wall Motor (GWM) หรือ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง ด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่นที่จัดแสดง และยอดจอง 1,594 คัน ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
GWM Tank 300 Diesel ยังคงเป็นรุ่นยอดนิยมที่สร้างกระแสความสนใจได้อย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ชื่นชอบ รถ SUV สไตล์ออฟโรด ที่สมบุกสมบันและมีดีไซน์ที่โดดเด่น แม้จะเปิดตัวมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยราคาที่น่าสนใจและชุดตกแต่งพิเศษจำนวนจำกัดอย่าง Desert Storm ยิ่งเพิ่มความเร้าใจให้กับผู้ที่มองหารถยนต์ที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Tank 300 Diesel ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถลุยได้จริง ผสมผสานกับความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน การนำเสนอ รถยนต์พลังงานทางเลือก ควบคู่ไปกับรถยนต์น้ำมันยังเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจของ GWM
อันดับ 9 Deepal ยอดจอง 1,476 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Deepal S05
Deepal ภายใต้แบรนด์ Changan ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้สนใจรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจอง 1,476 คัน ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันในตลาด EV ที่กำลังดุเดือด
Deepal S05 รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์คันนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยทางเลือกที่หลากหลายของรุ่นย่อยและราคาที่เหมาะสม ล่าสุดกับการเพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่ารุ่นอื่นๆ ทำให้ Deepal S05 มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในด้านระยะทางวิ่งและงบประมาณ Deepal เน้นการนำเสนอ เทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ที่ทันสมัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า การสร้างความมั่นใจในด้าน การดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้า ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ Deepal กำลังมุ่งเน้น
อันดับ 10 Mitsubishi ยอดจอง 1,302 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Mitsubishi Xforce HEV
Mitsubishi หนึ่งในค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศไทย ยังคงได้รับความสนใจไม่น้อย ด้วยยอดจอง 1,302 คัน ที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด
Mitsubishi Xforce HEV ครอสโอเวอร์ขุมพลังไฮบริดคันนี้เป็นรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยรูปทรงที่บึกบึน แข็งแกร่ง และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพถนนและการใช้งานที่แตกต่างกัน เสริมด้วยโปรโมชันที่น่าสนใจภายในงาน ทำให้ Xforce HEV กลายเป็น รถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่ให้ทั้งความทนทานและความประหยัดน้ำมัน การผสานดีไซน์ที่โดดเด่นเข้ากับเทคโนโลยีไฮบริดที่ทันสมัย เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xforce HEV สามารถแข่งขันในตลาดครอสโอเวอร์ที่มีการแข่งขันสูงได้
บทสรุปและอนาคตของตลาดรถยนต์ไทย
ยอดจองครึ่งทางของ Motor Expo 2025 เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของทิศทางตลาดรถยนต์ไทยในปี 2568 โดยรวมแล้ว ตลาดกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว พร้อมกับความนิยมในรถยนต์ครอสโอเวอร์และ SUV ที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง แบรนด์จีนได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและเป็นผู้เล่นสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ในขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นดั้งเดิมยังคงรักษาฐานลูกค้าด้วยความน่าเชื่อถือและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
การแข่งขันในตลาดยังคงรุนแรง ผู้ผลิตต่างต้องงัดกลยุทธ์ทั้งด้านราคา โปรโมชัน เทคโนโลยี และบริการหลังการขาย เพื่อดึงดูดผู้บริโภค การที่ผู้ซื้อรถในงาน Motor Expo 2025 ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัล “ซื้อรถ ชิงรถ” กับรางวัลใหญ่ Avatr 11 มูลค่า 2,099,000 บาท ก็ถือเป็นแรงจูงใจเพิ่มเติมที่ทำให้งานนี้คึกคักเป็นพิเศษ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าตลาดรถยนต์ไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยนวัตกรรม ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นกว่าที่เคย และนี่คือโอกาสทองสำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์คันใหม่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของตนเองได้อย่างแท้จริง เทรนด์ของ รถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม จะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก พร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยี ระบบความปลอดภัยรถยนต์ ที่จะทำให้การเดินทางปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ผู้บริโภคควรใช้โอกาสนี้ในการศึกษาข้อมูลและตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับตนเอง เพราะงาน Motor Expo 2025 ยังคงมีข้อเสนอดีๆ รออยู่อีกมากจนถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้.

