เปิดผลวิเคราะห์เชิงลึก: 10 อันดับยอดจองทะลุเป้าครึ่งทาง Motor Expo 2025 – จับตาทิศทางตลาดรถยนต์ไทย
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม ได้เดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2568 ด้วยยอดจองรถยนต์สะสมรวมจากทุกค่ายที่น่าประทับใจถึง 28,254 คัน ตัวเลขนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความคึกคักของตลาดรถยนต์ไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกถึงทิศทางและแนวโน้มที่น่าจับตามองของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2026 และถัดไป
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการนี้มากว่าทศวรรษ ผมขอมอบบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับ 10 อันดับแรกของค่ายรถยนต์ที่ทำยอดจองสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของงาน พร้อมเจาะลึกถึงปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จของรถยนต์รุ่น “มาแรง” ในแต่ละค่าย และสิ่งที่ตัวเลขเหล่านี้บอกเราเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค ความเปลี่ยนแปลงของตลาด “รถยนต์ไฟฟ้า” และกลยุทธ์ของแบรนด์ต่างๆ ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน
ภาพรวมของงาน Motor Expo ในปีนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาของผู้เล่นจากจีนในตลาด “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่นำเสนอ “เทคโนโลยีรถยนต์” ล้ำสมัย พร้อม “ราคารถยนต์ไฟฟ้า” ที่น่าดึงดูดใจ ขณะที่ค่ายยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นเองก็ไม่หยุดนิ่ง ปรับกลยุทธ์นำเสนอ “รถไฮบริด” และ “ครอสโอเวอร์” รุ่นใหม่ๆ เพื่อตอบรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคที่ต้องการ “ซื้อรถใหม่”
TOP 10 ยอดจองครึ่งทาง Motor Expo 2025: บทวิเคราะห์เชิงลึก
อันดับ 1: Toyota – ยอดจอง 4,808 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Toyota Yaris Cross
โตโยต้ายังคงเป็นผู้นำตลาดที่ไม่มีใครโค่นได้ง่ายๆ ยอดจอง 4,808 คันในช่วงครึ่งทางของงาน Motor Expo 2025 เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมีให้มาอย่างยาวนาน ไม่เพียงแต่เป็นยอดจองที่สูงสุดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ไปจนถึงรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
รถยนต์ที่ “มาแรง” และเป็นดาวเด่นของบูธโตโยต้าในปีนี้คือ Toyota Yaris Cross “ครอสโอเวอร์” ขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ Yaris Cross ยังคงรักษาฐานลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมือง การออกแบบที่ทันสมัย และชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือของโตโยต้า ประกอบกับ “โปรโมชั่นรถยนต์” ที่น่าสนใจและรุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ที่เพิ่มความโดดเด่น ยารีส ครอส จึงเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่คุ้มค่า นอกจากนี้ การจัดแสดง Hilux Travo หลายคันยังเป็นการส่งสัญญาณถึงนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ของโตโยต้าในกลุ่มรถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์อีกด้วย ยอดจองนี้แสดงให้เห็นว่า โตโยต้ายังคงเป็นแบรนด์สำคัญในการขับเคลื่อนตลาดโดยรวม และยังคงเป็นหนึ่งใน “รถยนต์ยอดนิยม” ในทุกเซกเมนต์ที่เข้าไปทำตลาด
อันดับ 2: BYD – ยอดจอง 2,537 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: BYD Atto 3
การปรากฏตัวของ BYD ในอันดับ 2 ด้วยยอดจอง 2,537 คัน ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจมองข้ามได้ นี่คือบทพิสูจน์ถึงการเข้ามาปฏิวัติวงการ “รถยนต์ไฟฟ้า” ของแบรนด์จีนอย่างแท้จริง แม้ว่ายอดจองนี้จะมาจากการคำนวณของผู้จัดงานจากสัดส่วนผู้ลงทะเบียนตามแคมเปญ “ซื้อรถ ชิงรถ” แต่ก็สะท้อนถึงกระแสความนิยมและแรงผลักดันที่แข็งแกร่งของ BYD ในตลาด EV ไทย
BYD Atto 3 ยังคงเป็นหัวหอกสำคัญ ด้วยการนำเสนอ “เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า” ที่ทันสมัยในรูปแบบ “ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้า” ที่มี “ราคารถยนต์ไฟฟ้า” เข้าถึงง่าย ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า จุดเด่นคือการนำเสนอราคาพิเศษก่อนที่ “มาตรการ EV 3.5” จะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ทำให้เกิดความเร่งด่วนในการตัดสินใจ “ซื้อรถใหม่” ยอดจองที่สูงขนาดนี้ยังส่งผลให้บางรุ่นย่อยมีความต้องการสูงจนอาจต้องสอบถามกับทางผู้จัดจำหน่ายมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ BYD ที่กำลังสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาด EV ของไทย
อันดับ 3: Honda – ยอดจอง 2,314 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Honda HR-V e:HEV
ฮอนด้ายังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ยอดจอง 2,314 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของรถยนต์ฮอนด้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม “รถไฮบริด”
Honda HR-V e:HEV เป็นรถยนต์ “ครอสโอเวอร์” ขุมพลังไฮบริดที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะทำตลาดมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยออปชันที่ครบครัน ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ และ “โปรโมชั่นรถยนต์” ที่น่าสนใจ ทำให้ HR-V e:HEV ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในตลาด นอกจากนี้ การเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ HR-V e:HEV Hunt ในงานนี้ ยังเป็นการเติมเต็มความสดใหม่และกระตุ้นความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่มองหาสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ยอดจองของฮอนด้าแสดงให้เห็นว่า รถไฮบริดยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับผู้บริโภคที่ไม่ต้องการเปลี่ยนไปใช้ “รถยนต์ไฟฟ้า” เต็มรูปแบบในทันที แต่ต้องการความประหยัดและสมรรถนะที่เหนือกว่ารถยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม
อันดับ 4: Omoda & Jaecoo – ยอดจอง 1,940 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Jaecoo 5 EV
แบรนด์จากประเทศจีนกลุ่มใหม่นี้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยยอดจอง 1,940 คัน ถือเป็นการแสดงศักยภาพที่น่าจับตามองในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่เน้นการออกแบบที่ทันสมัยและ “เทคโนโลยีรถยนต์” ล้ำหน้า
Jaecoo 5 EV ซึ่งเป็น “ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้า” ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ด้วย “ราคารถยนต์ไฟฟ้า” ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และกระแสความต่อเนื่องจากช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่คาดการณ์ว่าราคาอาจมีการปรับขึ้นในปีหน้า ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจ “ซื้อรถใหม่” ในงานนี้เพื่อคว้าโอกาสที่ดีที่สุด การที่ Jaecoo สามารถทำยอดจองได้สูงขนาดนี้ตั้งแต่เริ่มต้น แสดงให้เห็นถึงการยอมรับของผู้บริโภคต่อแบรนด์จีนรุ่นใหม่ๆ ที่กล้าฉีกกรอบและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและคุ้มค่า ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญที่ต้องจับตาในการ “เปรียบเทียบรถยนต์” ในเซกเมนต์ EV
อันดับ 5: GAC Aion – ยอดจอง 1,819 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Aion UT
GAC Aion เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ “รถยนต์ไฟฟ้า” จากจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในตลาดไทย ยอดจอง 1,819 คัน ตอกย้ำถึงความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดนใจผู้บริโภค และความสามารถในการสร้างฐานลูกค้าที่ภักดี
Aion UT “แฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้า” รูปทรงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและทันสมัย คือรุ่นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในงานนี้ ด้วย “ราคารถยนต์ไฟฟ้า” พิเศษและ “โปรโมชั่นรถยนต์” ที่น่าสนใจภายในงาน ทำให้ Aion UT กลายเป็น “รถยนต์ยอดนิยม” สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดแต่มีสไตล์ บางรุ่นย่อยถึงกับเริ่มหายาก แสดงให้เห็นถึงดีมานด์ที่แข็งแกร่ง ซึ่ง GAC Aion สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความคล่องตัวของแบรนด์จีนในการปรับตัวเข้ากับความต้องการของตลาด
อันดับ 6: MG – ยอดจอง 1,804 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: MG S5 EV
MG ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกตลาด “รถยนต์ไฟฟ้า” ราคาเข้าถึงง่ายในประเทศไทย ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งด้วยยอดจอง 1,804 คัน สะท้อนถึงความต่อเนื่องในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และความเข้าใจในความต้องการของตลาดผู้ใช้ EV
MG S5 EV “ครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้า” เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยความหลากหลายของรุ่นย่อยและ “ราคารถยนต์ไฟฟ้า” ที่เป็นมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาใกล้เคียงกับ “แฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้า” บางรุ่น ทำให้ MG S5 EV กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการ “ซื้อรถใหม่” ในสไตล์ครอสโอเวอร์แต่ยังคงได้รับประโยชน์จากมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ก่อนที่จะสิ้นสุดลง ทำให้ยอดจองยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง MG แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำด้านความคุ้มค่าและเป็นอีกหนึ่ง “รถยนต์ยอดนิยม” ในตลาด EV
อันดับ 7: Geely – ยอดจอง 1,667 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Geely EX2
Geely ฉลองครบรอบ 1 ปีในตลาดประเทศไทยด้วยยอดจอง 1,667 คัน ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ชัดเจนและน่าประทับใจสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่นำเสนอ
รถยนต์ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานและได้รับความสนใจอย่างมากคือ Geely EX2 “แฮทช์แบ็กพลังไฟฟ้า” รุ่นใหม่ที่มาพร้อมออปชันที่เหมาะสมและ “ราคารถยนต์ไฟฟ้า” พิเศษที่ต่ำกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน นี่คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการสร้างฐานลูกค้าและเจาะตลาด “รถยนต์ไฟฟ้า” ระดับเริ่มต้น ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง การ “เปรียบเทียบรถยนต์” ในเซกเมนต์นี้จะเข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน และ Geely EX2 มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ท้าชิงที่สำคัญ
อันดับ 8: GWM – ยอดจอง 1,594 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: GWM Tank 300 Diesel
Great Wall Motor (GWM) แบรนด์จากจีนที่ทำตลาดในไทยอย่างจริงจังและครอบคลุมหลายเซกเมนต์ ยังคงทำผลงานได้ดีด้วยยอดจอง 1,594 คัน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า
แม้ตลาด EV จะเป็นกระแสหลัก แต่ GWM Tank 300 Diesel กลับเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างโดดเด่นในงานนี้ ตอกย้ำว่ายังมีผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่ชื่นชอบ “เอสยูวีสไตล์สมบุกสมบัน” ที่มาพร้อมขุมพลังดีเซล การเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้วไม่ได้ทำให้ความสนใจลดลง แต่กลับได้รับกระแสตอบรับอย่างต่อเนื่องจากผู้ที่มองหารถยนต์ที่มีสมรรถนะออฟโรดที่แท้จริง พร้อม “ราคารถยนต์” ที่น่าสนใจและชุดตกแต่งพิเศษ Desert Storm จำนวนจำกัด ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดจองของ “รถยนต์ยอดนิยม” รุ่นนี้ GWM แสดงให้เห็นว่า แม้ในยุค EV แต่รถยนต์สันดาปภายในที่ตอบโจทย์เฉพาะทางก็ยังคงมีตลาดที่แข็งแกร่ง
อันดับ 9: Deepal – ยอดจอง 1,476 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Deepal S05
Deepal ภายใต้แบรนด์ Changan สร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้สนใจ “รถยนต์ไฟฟ้า” ด้วยยอดจอง 1,476 คัน ถือเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์ล้ำสมัยและ “เทคโนโลยีรถยนต์” ที่น่าสนใจ
Deepal S05 “รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์” ได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อยและ “ราคารถยนต์ไฟฟ้า” ที่เหมาะสม การเพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถแล่นได้ไกลกว่ารุ่นอื่นๆ และมีให้เลือกถึง 4 รุ่นย่อยทั้งหมด ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับ S05 ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันได้ดียิ่งขึ้น Deepal กำลังสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ EV พรีเมียมที่เข้าถึงได้และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการ “ซื้อรถใหม่” และต้องการ “เปรียบเทียบรถยนต์” EV ในตลาด
อันดับ 10: Mitsubishi – ยอดจอง 1,302 คัน
รถยนต์ที่มาแรง: Mitsubishi Xforce HEV
มิตซูบิชิ หนึ่งในค่ายรถญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ยังคงได้รับความสนใจไม่น้อยด้วยยอดจอง 1,302 คัน แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
รถยนต์ที่น่าสนใจคือ Mitsubishi Xforce HEV “ครอสโอเวอร์ขุมพลังไฮบริด” ที่มาพร้อมรูปทรงบึกบึน โดดเด่น และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองการใช้งานในทุกสภาพเส้นทาง เสริมด้วย “โปรโมชั่นรถยนต์” ที่น่าสนใจภายในงาน ทำให้ Xforce HEV เป็นรถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในบูธของมิตซูบิชิ การกลับมาในตลาด “ครอสโอเวอร์” ด้วยขุมพลัง “รถไฮบริด” เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ต้องการความอเนกประสงค์ ประหยัดน้ำมัน และยังคงความน่าเชื่อถือแบบญี่ปุ่น
บทสรุปและแนวโน้มตลาด: Motor Expo 2025 กำลังสร้างประวัติศาสตร์
ยอดจองครึ่งทางของ Motor Expo 2025 ไม่เพียงเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างชัดเจน เราเห็นการเข้ามาอย่างดุดันของผู้ผลิต “รถยนต์ไฟฟ้า” จากจีนที่นำเสนอ “เทคโนโลยีรถยนต์” ล้ำสมัยและ “ราคารถยนต์ไฟฟ้า” ที่แข่งขันได้ ซึ่งกำลังท้าทายผู้นำตลาดเดิมอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ในขณะเดียวกัน แบรนด์ญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้หยุดนิ่ง พวกเขายังคงรักษาฐานที่มั่นด้วยการนำเสนอ “รถไฮบริด” ที่เปี่ยมประสิทธิภาพและ “ครอสโอเวอร์” รุ่นใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยได้อย่างลงตัว ความหลากหลายของ “โปรโมชั่นรถยนต์” และข้อเสนอพิเศษภายในงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจ “ซื้อรถใหม่” และ “เปรียบเทียบรถยนต์” เพื่อเลือกรถที่คุ้มค่าที่สุด
“มาตรการ EV 3.5” ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในปีหน้า ยิ่งทำให้ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะทองของการซื้อ “รถยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งส่งผลให้ยอดจอง EV พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดจองเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่า ตลาด “รถยนต์ยอดนิยม” ในประเทศไทยกำลังมุ่งสู่ยุคของการใช้พลังงานทางเลือกอย่างแท้จริง และผู้บริโภคก็เปิดใจรับ “เทคโนโลยีรถยนต์” ใหม่ๆ มากขึ้น
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ยังคงจัดไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ผู้ที่สนใจยังคงมีโอกาสเยี่ยมชมและสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ รวมถึงรับสิทธิ์ “ซื้อรถ ชิงรถ” ที่ปีนี้มีรางวัลใหญ่คือ Avatr 11 มูลค่า 2,099,000 บาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้งานนี้ยังคงคึกคักและเป็นหมุดหมายของผู้ที่มองหา “รถยนต์ใหม่” และต้องการเห็นทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคตอันใกล้

