AVATR 07: ปฏิวัติวงการ SUV ไฟฟ้าพรีเมียมแห่งปี 2025 – ประสบการณ์เหนือระดับที่ต้องสัมผัส
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้าที่เทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญ การปรากฏตัวของ AVATR 07 ในปี 2025 นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจมองข้าม นี่คือการนิยามใหม่ของคำว่า “รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม” ที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรา สง่างาม สมรรถนะอันดุดัน และนวัตกรรมอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามากว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่า AVATR 07 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์อีกคัน แต่คือวิสัยทัศน์แห่งอนาคตที่มาถึงแล้ว พร้อมที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV ไฟฟ้าอย่างแท้จริง
จากภาพจริงที่เปิดเผยออกมา AVATR 07 มาพร้อมดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว เหนือระดับ และเส้นสายที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ไร้ที่ติ และแน่นอนว่าภายใต้รูปลักษณ์อันน่าประทับใจนี้ ยังอัดแน่นไปด้วยขุมพลังและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ เตรียมพบกับการประกาศราคาอย่างเป็นทางการและสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้ที่งาน Motor Expo 2025 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ผู้หลงใหลในยานยนต์ไฟฟ้าต้องไปเยือน
ปรัชญาการออกแบบ: ที่ซึ่งศิลปะบรรจบกับอากาศพลศาสตร์
AVATR 07 ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยปรัชญาการออกแบบที่โดดเด่น ผสมผสานความสง่างามของรถคูเป้เข้ากับความแข็งแกร่งของรถ SUV ได้อย่างลงตัว สะท้อนผ่านเส้นสายที่ไหลลื่นตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย มอบรูปลักษณ์แบบ “Gran Coupe SUV” ที่ไม่เพียงแต่ดึงดูดสายตา แต่ยังคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.259 Cd ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่คือผลลัพธ์ของการออกแบบที่พิถีพิถันเพื่อลดแรงต้านอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ และลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างน่าทึ่ง
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น มือจับประตูแบบซ่อน (Hidden Door Handles) ที่จะปรากฏขึ้นเมื่อต้องการใช้งานเท่านั้น ไม่เพียงเสริมความเรียบหรูให้กับตัวรถ แต่ยังช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์ล้ำสมัย ผสานเข้ากับเส้นสายของตัวรถอย่างกลมกลืน มอบความรู้สึกของความหรูหราแบบมินิมอลแต่ทรงพลัง ล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว “Agile Wheel” ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ไม่เพียงเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมและเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่อีกด้วย
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร คุณจะถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งความหรูหราที่เหนือระดับ ภายในถูกออกแบบให้เป็น “ห้องรับรองส่วนตัว” หรือ “พื้นที่ที่สาม” ที่คุณสามารถพักผ่อน ทำงาน หรือเพลิดเพลินกับการเดินทางได้อย่างเต็มที่ ด้วยวัสดุบุนุ่มคุณภาพสูงครอบคลุมพื้นที่กว่า 10 ตารางเมตร สัมผัสของหนัง Nappa แท้เคลือบเงาแบบ Pearl-like Shimmer (ในรุ่นอุปกรณ์เสริม) มอบความรู้สึกพรีเมียมเหนือใคร ผสานเข้ากับกระจกบังลมหน้าแบบ 2 ชั้น Acoustic Glass และประตูกระจกแบบไร้กรอบ (Frameless Door) ที่ไม่เพียงเพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างยอดเยี่ยม มอบความเงียบสงบในห้องโดยสารให้คุณได้สัมผัสถึงความประณีตในทุกรายละเอียด นี่คือนิยามใหม่ของ “ภายในรถยนต์ไฟฟ้าหรู” อย่างแท้จริง
หัวใจแห่งพลัง: แก่นแท้ของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 800V
AVATR 07 ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้าที่สวยงาม แต่ยังเป็นผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม “800V เทคโนโลยี EV” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต แพลตฟอร์ม 800V นี้เหนือกว่าระบบ 400V ทั่วไปในหลายมิติ ช่วยให้การชาร์จไฟเป็นไปได้อย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ลดการสูญเสียพลังงานจากความร้อนในระหว่างการชาร์จและขับเคลื่อน ทำให้สายไฟมีขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบาลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของรถดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้เสถียรและทรงพลังยิ่งขึ้น มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและตอบสนองได้ทันใจในทุกช่วงความเร็ว นี่คือนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนโฉม “การชาร์จเร็วรถยนต์ไฟฟ้า” และ “ประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้า” อย่างแท้จริง
แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ความจุ 82.16 kWh ที่ใช้ใน AVATR 07 มาจาก CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านความน่าเชื่อถือ ความหนาแน่นของพลังงาน และอายุการใช้งานที่ยาวนาน แบตเตอรี่รุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้แพลตฟอร์ม 800V ไม่เพียงแต่ให้ระยะทางวิ่งที่น่าประทับใจ แต่ยังคงความปลอดภัยและเสถียรภาพในการใช้งานตลอดอายุการประกันที่ยาวนานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
AVATR 07 มีให้เลือกสองรุ่นย่อย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน:
รุ่น Max RWD: ขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว มอบพละกำลังสูงสุด 338 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 365 นิวตันเมตร รุ่นนี้ให้ความสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างประสิทธิภาพและความประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่ขับขี่นุ่มนวล ตอบสนองได้ดีเยี่ยมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. พร้อมระยะทางวิ่งสูงสุด 575 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งหมายถึงความมั่นใจในการเดินทางไกลและการใช้งานที่หลากหลาย นี่คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มองหา “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่รวมความหรูหราและสมรรถนะไว้ในคันเดียว
รุ่น Ultra AWD: ขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-Wheel Drive) ที่เป็นขุมพลังตัวจริง มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 2 ตัว มอบพละกำลังสูงสุดรวม 590 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 645 นิวตันเมตร นี่คือ “รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” ที่แท้จริง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเพียง 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. และมีระยะทางวิ่ง 545 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งแม้จะน้อยกว่ารุ่น RWD เล็กน้อย แต่ก็แลกมาด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด การขับขี่แบบ AWD ให้การยึดเกาะถนนและการควบคุมที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพอากาศและทุกพื้นผิวถนน มอบความมั่นใจและประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
สำหรับการชาร์จไฟ AVATR 07 รองรับการชาร์จกระแสตรง DC Fast Charging ที่กำลังไฟสูงสุดถึง 420 kW ซึ่งเป็นหนึ่งในความเร็วการชาร์จที่สูงที่สุดในตลาด ทำให้คุณสามารถเติมพลังงานได้อย่างรวดเร็วและกลับไปสู่เส้นทางได้อย่างไร้รอยต่อ ลดเวลาในการรอคอยและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน นี่คือประโยชน์สูงสุดของ “800V แพลตฟอร์ม EV” ที่นำเสนอ “การชาร์จเร็วรถยนต์ไฟฟ้า” อย่างแท้จริง
การควบคุมที่เหนือชั้น: แชสซีส์ ระบบกันสะเทือน และการทรงตัว
AVATR 07 ไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องขุมพลัง แต่ยังรวมถึงวิศวกรรมช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างละเอียด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งนุ่มนวล มั่นคง และตอบสนองได้ดั่งใจ ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระ 5-Links เป็นโครงสร้างที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้การยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม ลดแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ และให้ความแม่นยำในการควบคุมทิศทางในทุกความเร็ว
ในรุ่น Ultra AWD ยกระดับไปอีกขั้นด้วยระบบช็อกอัพถุงลม (Air Suspension) พร้อม CDC Electronic Dampers ที่สามารถปรับระดับความสูงของตัวรถได้ถึง 60 มิลลิเมตร ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่ แต่ยังปรับการตอบสนองของช่วงล่างให้เข้ากับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างกันได้อย่างอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง การขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือแม้กระทั่งการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทาย ระบบนี้ก็พร้อมมอบ “ประสบการณ์ขับขี่ EV” ที่เหนือระดับให้คุณสัมผัสถึงความมั่นคงและนุ่มนวลได้อย่างไร้ที่ติ
ระบบเบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อนขนาดใหญ่ ทำงานร่วมกับระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อให้การหยุดรถเป็นไปอย่างปลอดภัยและแม่นยำในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือการเบรกกะทันหัน AVATR 07 ก็พร้อมที่จะตอบสนองได้อย่างมั่นใจ ด้วยขนาดตัวถังที่สมดุล ยาว 4,825 มม. กว้าง 1,980 มม. สูง 1,620 มม. และระยะฐานล้อ 2,940 มม. รวมถึงจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำตามธรรมชาติของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างง่ายดายและมั่นคงในทุกการเคลื่อนไหว
สรวงสวรรค์แห่งนวัตกรรม: ห้องโดยสารอัจฉริยะ
ภายในห้องโดยสารของ AVATR 07 คือนิยามของ “รถยนต์อัจฉริยะ 2025” อย่างแท้จริง ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสารให้เหนือกว่าที่เคย ระบบความบันเทิงและข้อมูลที่ล้ำสมัยคือจุดเด่นสำคัญ ด้วยหน้าจอแดชบอร์ด Panorama ขนาดใหญ่รวม 5 หน้าจอความละเอียด 4K ยาวถึง 35.4 นิ้ว แสดงผลข้อมูลการขับขี่และฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างคมชัดและสวยงาม ผสานกับหน้าจอกลางแบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K ที่เป็นศูนย์รวมการควบคุมระบบต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นระบบนำทาง Petal Map ที่แม่นยำ การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth หรือช่องเชื่อมต่อ USB Type A/Type C และที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger ที่มีมาให้ครบครัน
ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีหน้าจอควบคุม Tablet ที่วางแขนเบาะนั่งด้านหลัง ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบ AVATRLink มอบการควบคุมความบันเทิงและปรับการตั้งค่าต่างๆ ให้กับผู้โดยสารตอนหลังได้อย่างสะดวกสบาย ระบบเสียงรอบทิศทาง Meridian Premium Sound System พร้อมลำโพง 25 ตำแหน่ง กำลังขับรวม 2,016 วัตต์ มอบประสบการณ์เสียงระดับโรงภาพยนตร์ที่ไม่เป็นสองรองใคร ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์บน “หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่” คุณจะได้รับอรรถรสอย่างเต็มเปี่ยม
นอกจากเทคโนโลยีด้านความบันเทิงแล้ว AVATR 07 ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและบรรยากาศภายในห้องโดยสารอย่างสูงสุด เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Zero Gravity ที่ปรับเอนได้ถึง 120 องศา พร้อมระบบปรับด้วยไฟฟ้า 16 ทิศทาง และระบบนวด Massage Seats 5 โหมด 3 ระดับความแรง มอบการผ่อนคลายสูงสุดในการเดินทาง เบาะนั่งด้านหลังสามารถแยกพับอิสระแบบ 60:40 และสามารถพับราบเป็นเตียงนอนขนาด 3 ตารางเมตรได้ มอบความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาด 500 – 1,325 ลิตร และ Frunk ด้านหน้าขนาด 90 ลิตร สำหรับเก็บของใช้จุกจิก
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง หลังคากระจก Panoramic Roof ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและรับแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องโดยสารได้อย่างเต็มที่ เสริมด้วยระบบน้ำหอมปรับอากาศภายในรถ Perfume 6 กลิ่น และระบบไฟสร้างบรรยากาศ Emotive Streaming Lighting ที่สามารถปรับเปลี่ยนสีสันและรูปแบบได้ตามอารมณ์ของคุณ สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึง “นวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า” ที่ AVATR มุ่งมั่นนำเสนอ
ผู้พิทักษ์ความปลอดภัย: ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS)
ในยุค 2025 รถยนต์พรีเมียมอย่าง AVATR 07 ย่อมไม่พลาดที่จะมาพร้อมกับ “ระบบความปลอดภัยรถยนต์ไฟฟ้า” และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ก้าวล้ำ เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง แม้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงจะยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างครบถ้วน แต่จากความร่วมมือกับ Huawei ในด้านเทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะ คาดการณ์ได้ว่า AVATR 07 จะมาพร้อมกับระบบขับขี่อัจฉริยะระดับสูงเทียบเท่าหรือเหนือกว่า Level 2+ อย่างแน่นอน
โดยทั่วไป ระบบ ADAS ในรถยนต์ระดับนี้จะประกอบด้วย:
Adaptive Cruise Control (ACC): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ที่รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ
Lane Keeping Assist (LKA) และ Lane Departure Warning (LDW): ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและเตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
Blind Spot Monitoring (BSM): ระบบเตือนจุดอับสายตา
Automatic Emergency Braking (AEB): ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ที่ตรวจจับคนเดินเท้าและยานพาหนะ
Front and Rear Cross-Traffic Alert (FCTA/RCTA): ระบบเตือนการจราจรขณะเลี้ยวออกจากซอยหรือถอยออกจากที่จอด
360° Surround View Camera: กล้องมองภาพรอบคัน ช่วยให้การจอดรถและการขับขี่ในที่แคบเป็นเรื่องง่าย
Automatic Parking Assist: ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการจอดแบบขนานหรือเข้าซอง
Driver Drowsiness Monitoring: ระบบตรวจสอบความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
Traffic Sign Recognition: ระบบจดจำป้ายจราจร
ระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ลดภาระของผู้ขับขี่ และเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล นี่คือ “ระบบขับขี่อัจฉริยะ” ที่แท้จริง ที่ทำให้การเดินทางของคุณปลอดภัยและไร้กังวลมากยิ่งขึ้น
ประสบการณ์การเป็นเจ้าของ: ราคา การรับประกัน และความอุ่นใจ
สำหรับตลาดประเทศไทย AVATR 07 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยที่นำเข้าแบบ CBU จากจีน และคาดว่าจะประกาศ “ราคา AVATR 07” อย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้น คาดการณ์ราคาเริ่มต้นได้ดังนี้:
AVATR 07 Max RWD: คาดราคาเริ่มต้น 1,5xx,000 บาท
AVATR 07 Ultra AWD: คาดราคาเริ่มต้น 1,8xx,000 บาท
ด้วยตำแหน่งราคาดังกล่าว AVATR 07 วางตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่น่าสนใจในกลุ่ม SUV ไฟฟ้าพรีเมียม พร้อมนำเสนอคุณค่าที่เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และความหรูหราที่โดดเด่น ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหา “รถ SUV ไฟฟ้าพรีเมียม” ที่คุ้มค่า
นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้กับผู้บริโภค AVATR ประเทศไทยยังมอบโปรโมชั่นและการรับประกันคุณภาพตัวรถที่น่าประทับใจ:
รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): นาน 5 ปี หรือ 120,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage: นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
การรับประกันที่ครอบคลุมนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพและเทคโนโลยีของ AVATR ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว ผู้เป็นเจ้าของจึงสามารถอุ่นใจได้ในทุกการเดินทาง
บทสรุป: ก้าวสู่อนาคตแห่งการขับขี่กับ AVATR 07
AVATR 07 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่มันคือการเดินทางสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม ความหรูหรา และสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ด้วยแพลตฟอร์ม 800V ที่ล้ำสมัย ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ดุดัน การออกแบบที่สง่างาม ห้องโดยสารที่อัจฉริยะ และระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น นี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมจะเปลี่ยนมุมมองของคุณที่มีต่อการเดินทางอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้บริหารที่ต้องการความหรูหรา ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือผู้ที่แสวงหาสมรรถนะอันเร้าใจ AVATR 07 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับปี 2025 และปีต่อๆ ไป
อย่าพลาดโอกาสครั้งสำคัญนี้! ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แห่งอนาคต สัมผัสถึงความประณีต สมรรถนะ และนวัตกรรมอันก้าวล้ำของ AVATR 07 ด้วยตัวคุณเอง เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการและรายละเอียดทั้งหมดได้ที่งาน Motor Expo 2025 ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ หรือติดตามข่าวสารและนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่โชว์รูม AVATR ทั่วประเทศ ร่วมเป็นเจ้าของนิยามใหม่ของ “อนาคตยานยนต์ไฟฟ้า” ไปพร้อมกัน!

