เปิดม่านมหกรรมยานยนต์ Motor Expo 2025: สรุปรวมไฮไลท์รถยนต์ใหม่ เตรียมเขย่าวงการยานยนต์ไทย
เดือนพฤศจิกายนและธันวาคมถือเป็นช่วงเวลาทองที่คนรักรถและผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะคันใหม่ต่างตั้งตารอคอย ด้วยการมาถึงของมหกรรมยานยนต์ Motor Expo 2025 งานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของประเทศ ซึ่งกลายเป็นเวทีประลองกำลังของค่ายรถยนต์ทั่วโลกในการขนทัพนวัตกรรมและรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดมาเปิดตัว พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการเพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงส่งท้ายปี งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงยานยนต์ แต่ยังเป็นดัชนีชี้วัดทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยอีกด้วย
ปี 2025 นี้ ตลาดรถยนต์ยังคงเต็มไปด้วยพลวัตที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ยังคงเป็นกระแสหลัก ผู้บริโภคมีความต้องการรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เป็นเลิศ และแน่นอนว่าต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รัฐบาลเองก็มีนโยบายสนับสนุนการใช้งานยานยนต์พลังงานใหม่ ด้วยมาตรการต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้ราคาจับต้องได้ และโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถไฟฟ้าก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้ผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าคลายความกังวลเรื่องระยะทางและจุดชาร์จลงได้มาก
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวมานานกว่าทศวรรษ ผมมองว่า Motor Expo 2025 คือจุดบรรจบของเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน ที่จะนำเสนอทางเลือกอันหลากหลายให้กับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมระยะทางวิ่งที่น่าประทับใจ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ให้ความยืดหยุ่นในการใช้งาน หรือแม้กระทั่งรถยนต์สันดาปภายในที่ยังคงได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รถยนต์ใหม่ที่จะเปิดตัวในงานนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการออกแบบ นวัตกรรม และความมุ่งมั่นของแต่ละค่ายในการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด
วันนี้ ผมได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรถยนต์ใหม่แกะกล่องที่เตรียมอวดโฉมในงาน Motor Expo 2025 มาให้ทุกท่านได้ศึกษา เพื่อให้เห็นภาพรวมและเตรียมพร้อมสำหรับการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่ ซึ่งรับรองได้ว่าจะต้องสร้างความตื่นเต้นและเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการยานยนต์ไทยอย่างแน่นอน
รวมสุดยอดรถยนต์ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025
AVATR 07: นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนกับทางเลือกที่เหนือกว่า
AVATR 07 ถือเป็นหนึ่งในดาวเด่นที่น่าจับตาที่สุด ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีจากยักษ์ใหญ่สามค่าย ได้แก่ Changan ในด้านการผลิต, Huawei ในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ และ CATL ในด้านแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ AVATR 07 ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เป็นรถยนต์ที่มาพร้อมกับนิยามใหม่ของความอัจฉริยะและประสิทธิภาพ ในตลาดจีน AVATR 07 ได้รับการเปิดตัวไปแล้วพร้อมกับสองทางเลือกขุมพลังที่น่าสนใจ นั่นคือ แบบไฟฟ้าล้วน (BEV) และแบบ Range-Extender Electric Vehicle (EREV) หรือที่เรียกว่า “รถยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง”
จุดเด่นของ AVATR 07 ที่ทำให้มันโดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าคือการนำเสนอทางเลือก EREV ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความกังวลของผู้บริโภคหลายคนที่ยังคงต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทางระยะไกล โดยไม่ต้องพึ่งพาสถานีชาร์จรถไฟฟ้าตลอดเวลา ระบบ EREV นี้จะใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กทำหน้าที่ปั่นไฟเพื่อชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลขึ้นเมื่อแบตเตอรี่หลักหมด ไม่ต้องกังวลเรื่อง “Range Anxiety” อีกต่อไป ขณะที่โหมดการขับขี่หลักยังคงเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 100% มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบและปราศจากมลพิษ
สำหรับตลาดประเทศไทยนั้น การที่ AVATR 07 นำเสนอทั้งสองทางเลือกนี้ จะเป็นการขยายฐานลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง ทั้งผู้ที่พร้อมใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% และผู้ที่ต้องการช่วงเปลี่ยนผ่านที่มั่นใจได้มากขึ้น นอกจากนี้ เทคโนโลยีอัจฉริยะที่พัฒนาโดย Huawei คาดว่าจะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ระบบสาระบันเทิงภายในรถยนต์ และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ ซึ่งจะยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ให้สูงขึ้นไปอีก การจับตาดูราคาและแพ็กเกจที่ AVATR 07 จะนำเสนอในงาน Motor Expo 2025 จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด เพื่อพิจารณาว่ารถคันนี้จะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับรถยนต์ SUV ไฟฟ้าและ PHEV รุ่นอื่นๆ ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้อย่างไร
Geely EX2: รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มาพร้อมกับสมรรถนะเกินตัว
Geely EX2 หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “Panda Mini” ในตลาดต่างประเทศ กำลังเตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในเซ็กเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศไทย ในฐานะที่ Geely เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก และเป็นเจ้าของแบรนด์ดังอย่าง Volvo และ Polestar การนำเสนอ Geely EX2 สู่ตลาดไทยจึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยข้อมูลที่เปิดเผยออกมาแสดงให้เห็นว่าจะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Geely EX2 Pro และ Geely EX2 Max ซึ่งทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในเมืองใหญ่ ที่ต้องการความคล่องตัว ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หัวใจสำคัญของ Geely EX2 ทั้งสองรุ่นคือระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร (PMSM) แบบ 11-in-1 Intelligent Electric Drive ซึ่งขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุดถึง 85 กิโลวัตต์ หรือ 114 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้ถือว่าน่าประทับใจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ทำให้ Geely EX2 มีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยมสำหรับการขับขี่ในเมือง การทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate (LFP) ขนาด 39.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 325 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและเดินทางข้ามจังหวัดในระยะใกล้
ในด้านการชาร์จไฟ Geely EX2 รองรับการชาร์จแบบ AC Type 2 สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ และที่สำคัญคือรองรับการชาร์จเร็ว DC CCS2 สูงสุด 70 กิโลวัตต์ โดยสามารถชาร์จจาก 30-80% ได้ในเวลาเพียง 25 นาที ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการรอคอยได้อย่างมาก เทคโนโลยีแบตเตอรี่ LFP ยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจได้มากขึ้น ด้วยดีไซน์ที่น่ารัก ทันสมัย และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน Geely EX2 จึงมีศักยภาพที่จะเข้ามาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก หรือรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ ด้วยราคาที่คาดว่าจะเข้าถึงได้ง่าย Geely EX2 อาจเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการผลักดันยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น
GWM WEY G9: ปลั๊กอินไฮบริด SUV สุดหรูจาก GWM พร้อมเทคโนโลยี Hi4 All-Wheel Drive
GWM WEY G9 คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Great Wall Motor (GWM) ในการนำเสนอรถยนต์พลังงานใหม่สู่ตลาดพรีเมียม SUV ของไทย G9 มาพร้อมกับขุมพลัง Plug-in Hybrid Hi4 อันล้ำสมัย ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ ที่ให้พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าให้กำลัง 109 แรงม้า 170 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังให้กำลัง 183 แรงม้า 232 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ระบบส่งกำลัง Hi4 นี้สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 458 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 644 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่
นอกจากสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมแล้ว GWM WEY G9 ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion NMC ที่มีให้เลือกสองขนาดความจุ คือ 44 kWh และ 51 kWh ซึ่งช่วยให้สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ในระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Hi4 All-Wheel Drive ที่มอบการยึดเกาะถนนและเสถียรภาพในการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนทางหลวง ทางขรุขระ หรือในสภาพอากาศที่ท้าทาย
การออกแบบภายในของ GWM WEY G9 คาดว่าจะเน้นความหรูหรา พรีเมียม และเทคโนโลยีล้ำสมัยตามแบบฉบับของแบรนด์ WEY ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกระดับสูงของ GWM ด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ วัสดุคุณภาพสูง และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ทำให้ G9 พร้อมที่จะเข้ามาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในตลาด SUV ระดับหรูหราของประเทศไทย การจับตาดูราคาที่ GWM จะประกาศในงาน Motor Expo 2025 จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่า GWM WEY G9 จะสามารถสร้างความสำเร็จในตลาดไทยได้มากน้อยเพียงใด ด้วยคุณสมบัติและเทคโนโลยีที่โดดเด่น คาดว่า G9 จะดึงดูดผู้ที่มองหารถยนต์ SUV Plug-in Hybrid ที่ให้ทั้งความหรูหรา สมรรถนะ และความคุ้มค่าได้อย่างแน่นอน
Honda StepWGN e:HEV: MPV อเนกประสงค์นำเข้าจากญี่ปุ่น พร้อมขุมพลังไฮบริด
Honda StepWGN e:HEV เตรียมกลับมาสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์ MPV อเนกประสงค์ในประเทศไทยอีกครั้ง โดยครั้งนี้มาในรูปแบบการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมขุมพลัง e:HEV Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (Hybrid i-MMD) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฮบริดอันเป็นเอกลักษณ์ของ Honda ที่เน้นทั้งประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและความนุ่มนวลในการขับขี่
หัวใจสำคัญของ StepWGN e:HEV คือเครื่องยนต์เบนซินรหัส LFA-H4 ขนาด 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 145 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว รหัส H4 โดยมอเตอร์ตัวแรกทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟไปยังแบตเตอรี่ ส่วนมอเตอร์ตัวที่สองมีหน้าที่ส่งกำลังไปยังเกียร์ e-CVT เพื่อขับเคลื่อนรถ และยังมีชุดคลัตช์ที่เชื่อมต่อเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ทำให้ระบบสามารถสลับการทำงานระหว่างโหมดไฟฟ้า โหมดไฮบริด และโหมดเครื่องยนต์ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบ e:HEV สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร ทำให้ StepWGN e:HEV มีสมรรถนะที่เพียงพอสำหรับการเดินทางทั้งในเมืองและนอกเมือง พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบไฮบริด การขับเคลื่อนล้อหน้ายังช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างง่ายดายและมั่นคง
Honda StepWGN e:HEV ขึ้นชื่อเรื่องห้องโดยสารที่กว้างขวางและยืดหยุ่น การออกแบบที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานสำหรับครอบครัว ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีเด็กเล็กและผู้สูงวัย นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะมาพร้อมกับระบบความปลอดภัย Honda SENSING ที่ครบครัน เพื่อมอบความอุ่นใจในการเดินทาง การประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2025 จะเป็นตัวกำหนดตำแหน่งทางการตลาดของ MPV รุ่นนี้ ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ครอบครัวในประเทศไทย ด้วยภาพลักษณ์ของแบรนด์ Honda ที่แข็งแกร่งและเทคโนโลยี e:HEV ที่ได้รับการยอมรับ ทำให้ StepWGN e:HEV มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จในตลาดไทย
MG IM5: สปอร์ตซีดานไฟฟ้าแห่งอนาคตจาก MG กับทางเลือกที่เหนือชั้น
MG IM5 คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ MG จะนำเสนอในฐานะผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย IM5 เป็นรถยนต์ซีดานไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว สมรรถนะที่เร้าใจ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย โดยข้อมูลสเปกจากออสเตรเลียชี้ให้เห็นว่าจะมีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อย ซึ่งแต่ละรุ่นมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย
Premium 75 kWh RWD: รุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 75 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 550 กม. (NEDC) มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลัง 295 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.8 วินาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วและเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
Platinum 100 kWh RWD: ขยับขึ้นมาอีกระดับด้วยแบตเตอรี่ขนาด 100 kWh สามารถวิ่งได้ไกลถึง 755 กม. (NEDC) ซึ่งเป็นระยะทางที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นเรื่องง่าย มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 408 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.9 วินาที มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า
Performance 100 kWh AWD: รุ่นท็อปสุดที่เน้นสมรรถนะสูงสุด มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 100 kWh วิ่งได้ไกล 625 กม. (NEDC) แต่สิ่งที่โดดเด่นคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) โดยมอเตอร์ไฟฟ้าหน้าให้กำลัง 272 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้าหลังให้กำลัง 410 แรงม้า รวมแรงบิดมหาศาลถึง 802 นิวตันเมตร ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 3.2 วินาที ซึ่งอยู่ในระดับซูเปอร์คาร์
นอกจากสมรรถนะและระยะทางวิ่งที่เหนือกว่า รุ่น Platinum และ Performance ยังรองรับระบบชาร์จเร็วแบบ 800 โวลต์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่พบได้ในรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ทำให้สามารถเติมไฟจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียงราว 15 นาที ลดเวลาการรอคอยและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า MG IM5 มีศักยภาพที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดซีดานไฟฟ้าในประเทศไทย และดึงดูดผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ให้ทั้งความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ครบครัน
Mazda 6e: การกลับมาของตำนานซีดานในยุคแห่งพลังงานไฟฟ้า
Mazda 6e เป็นรถยนต์อีกรุ่นที่สร้างความตื่นเต้นและถูกจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนๆ ของ Mazda ที่รอคอยการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของซีดานหรูระดับตำนานอย่าง Mazda 6 สู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า การที่ Mazda หันมาเปิดตัว Mazda 6e แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการปรับตัวเข้าสู่กระแสรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว พร้อมทั้งยังคงรักษา DNA ของ Mazda ในด้านดีไซน์ที่สวยงาม (Kodo Design) และปรัชญา Jinba Ittai หรือความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถเอาไว้
คาดว่า Mazda 6e จะมีให้เลือกอย่างน้อย 2 รุ่นย่อย เพื่อตอบสนองความต้องการด้านระยะทางวิ่งที่แตกต่างกันของผู้บริโภค:
Standard Range: คาดว่าจะให้ระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 530 กม. (NEDC) ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระหว่างเมือง
Long Range: สำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นใจในการเดินทางไกลขึ้น โดยคาดว่าจะให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 600 กม. (NEDC) ทำให้สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้อย่างไร้กังวล
แม้รายละเอียดอื่นๆ อย่างเป็นทางการยังไม่ถูกเปิดเผยออกมามากนัก แต่เป็นที่คาดการณ์ว่า Mazda 6e จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม และแน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับนวัตกรรมด้านความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ทันสมัยตามแบบฉบับของ Mazda
การที่ Mazda เลือกที่จะนำเสนอซีดานไฟฟ้าอย่าง Mazda 6e ในขณะที่ตลาดโลกกำลังมุ่งไปที่รถยนต์ SUV เป็นหลัก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดซีดาน และความต้องการของลูกค้าที่ยังคงชื่นชอบในรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวและสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าของรถยนต์ซีดาน การเปิดตัว Mazda 6e ในงาน Motor Expo 2025 จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เห็นทิศทางและกลยุทธ์ของ Mazda ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงราคาและรายละเอียดฟังก์ชันการใช้งานที่จะเข้ามาสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างไร
Nissan X-Trail e-POWER: SUV 7 ที่นั่ง นำเข้าจากญี่ปุ่น พร้อมเทคโนโลยี e-POWER และ e-4ORCE
Nissan X-Trail e-POWER เตรียมกลับมาเขย่าตลาด SUV ขนาด 7 ที่นั่งในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการนำเข้ารุ่น e-POWER จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Nissan ในการนำเสนอเทคโนโลยีขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์สู่ผู้บริโภคชาวไทย X-Trail e-POWER ไม่ใช่แค่รถไฮบริดทั่วไป แต่เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ตลอดเวลา โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อปั่นไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ซึ่งเป็นระบบที่แตกต่างจากไฮบริดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
หัวใจสำคัญของ Nissan X-Trail e-POWER คือเทคโนโลยี e-POWER ที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจ ความเงียบสงบในห้องโดยสาร และการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า เมื่อมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นผู้รับหน้าที่ขับเคลื่อนโดยตรงทั้งหมด ผู้ขับขี่จึงสัมผัสได้ถึงแรงบิดที่มาทันที ทำให้การออกตัวและการเร่งแซงเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ X-Trail e-POWER ยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ e-4ORCE ซึ่งเป็นการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสี่ล้อแยกกันอย่างอิสระ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะถนน การทรงตัว และความปลอดภัยในการขับขี่ในทุกสภาพพื้นผิว ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสภาพถนนแบบใด
ในฐานะรถยนต์ SUV ขนาด 7 ที่นั่ง X-Trail e-POWER ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวขนาดใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและยืดหยุ่น การนำเข้าจากญี่ปุ่นยังการันตีถึงคุณภาพงานประกอบและมาตรฐานการผลิตระดับสูง พร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ Nissan ให้ความสำคัญเสมอมา การรอคอยรายละเอียดและราคาอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2025 ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่กำลังมองหา SUV 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ประหยัดพลังงาน และให้ประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง
Porsche 911 Spirit 70: ตำนานบทใหม่ที่ผสานความคลาสสิกและสมรรถนะแห่งอนาคต
Porsche 911 Spirit 70 ไม่ใช่แค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Porsche และการเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีของจิตวิญญาณแห่งความเร็วและความเป็นเลิศ ด้วยการเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,500 คันทั่วโลก 911 Spirit 70 จึงเป็นสิ่งที่นักสะสมและผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ Porsche ต่างปรารถนา โดยรุ่นนี้สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ 911 Carrera GTS Cabriolet ที่ขึ้นชื่อเรื่องสมรรถนะอันทรงพลังและการขับขี่แบบเปิดประทุนที่เร้าใจ
จุดเด่นของ Porsche 911 Spirit 70 อยู่ที่การนำเสนอดีไซน์ย้อนยุคจากยุค 70s ที่เป็นแรงบันดาลใจ ผสมผสานกับเทคโนโลยีและสมรรถนะของรถยนต์ยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว สีตัวถัง Olive Neo (เขียวเข้ม) เป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงสไตล์และยุคสมัยนั้นได้อย่างชัดเจน พร้อมการตกแต่งภายในด้วยลายผ้า Pasha ที่เป็นลายเฉพาะตัว ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเลงรถคลาสสิก และตราสัญลักษณ์ Porsche ปี 1963 ที่ประดับอยู่บนตัวรถ ก็ยิ่งเพิ่มคุณค่าและเรื่องราวให้กับรถยนต์คันนี้
ในด้านสมรรถนะ แม้จะเป็นรุ่นพิเศษที่เน้นดีไซน์ แต่ก็ยังคงรักษามาตรฐานความแรงของ 911 Carrera GTS Cabriolet เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลัง ระบบช่วงล่างที่เฉียบคม และเทคโนโลยีการขับขี่ที่ทันสมัย ทำให้ 911 Spirit 70 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่สวยงามน่าสะสม แต่ยังเป็นรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจในแบบฉบับของ Porsche อย่างแท้จริง
การรอเปิดราคาอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2025 สำหรับ Porsche 911 Spirit 70 จึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจ เพราะนอกจากราคาแล้ว รายละเอียดเกี่ยวกับสเปกอื่นๆ ที่อาจมีการปรับแต่งสำหรับรุ่นพิเศษนี้ก็จะถูกเปิดเผยออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนๆ Porsche ทั่วโลกต่างตั้งตารอคอย ด้วยจำนวนที่จำกัดและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ Porsche 911 Spirit 70 จะกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่สืบทอดจิตวิญญาณของ 911 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Volvo XC60 ใหม่: นิยามใหม่ของ SUV พรีเมียม ที่เน้นความปลอดภัยและยั่งยืน
Volvo XC60 ใหม่ เตรียมเปิดตัวและประกาศราคาในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญในกลุ่มรถยนต์ SUV พรีเมียม Volvo ยังคงตอกย้ำจุดยืนในการเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยและนวัตกรรมยานยนต์ที่ยั่งยืน ด้วยการนำเสนอ XC60 โฉมใหม่ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับการอัปเกรดทั้งในด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และขุมพลัง
แม้จะยังไม่มีรายละเอียดสเปกอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่คาดการณ์ว่า Volvo XC60 ใหม่ จะยังคงยึดมั่นในปรัชญาการออกแบบที่เรียบหรู สง่างาม และเน้นฟังก์ชันการใช้งานตามแบบฉบับสแกนดิเนเวียน ภายในห้องโดยสารจะถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งความสะดวกสบายและเทคโนโลยี ด้วยวัสดุคุณภาพสูง ระบบสาระบันเทิงที่เชื่อมต่อกับ Google Built-in และฟังก์ชันการใช้งานที่ใช้งานง่าย
ในด้านขุมพลัง คาดว่า XC60 ใหม่ จะยังคงนำเสนอทางเลือก Plug-in Hybrid (Recharge) ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมด้วยการลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Volvo ที่ต้องการผลักดันให้โลกก้าวสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะขั้นสูง (Intelligent Safety Systems) ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Volvo ก็จะได้รับการอัปเกรดให้มีความแม่นยำและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ให้ปลอดภัยที่สุด
การเปิดตัว Volvo XC60 ใหม่ ในงาน Motor Expo 2025 จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Volvo ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ไม่เพียงแต่หรูหราและมีสมรรถนะดีเยี่ยม แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยในทุกการเดินทาง ด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน XC60 ใหม่ มีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำในตลาด SUV พรีเมียมและดึงดูดผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ ความปลอดภัย และความยั่งยืน
Wuling Starlight e-MPV: MPV ไฟฟ้าสุดหรู 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
Wuling Thailand สร้างความฮือฮาด้วยการนำ Wuling Starlight e-MPV เข้ามาเผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นการประกาศความพร้อมในการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประเภท MPV และรถตู้ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว Wuling Starlight e-MPV ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่ให้ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า
จุดเด่นที่สำคัญของ Wuling Starlight e-MPV คือการเป็นรถยนต์ MPV-VAN แบบประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง ซึ่งมอบความสะดวกสบายสูงสุดในการขึ้น-ลง โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้โดยสาร VIP นอกจากนี้ ที่นั่งยังเป็นแบบ Captain Seat ซึ่งเป็นที่นั่งเดี่ยวที่สามารถปรับเอนได้อิสระ มอบความสบายระดับเฟิร์สคลาสให้กับผู้โดยสารทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางใกล้หรือไกล
ในด้านขุมพลัง Wuling Starlight e-MPV เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะไกลและตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลสำหรับครอบครัวขนาดกลาง ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและสะดวกสบาย รวมถึงตลาดรถลิมูซีน VIP Taxi และกลุ่ม Ride Hailing ที่ต้องการยานพาหนะระดับพรีเมียมสำหรับการให้บริการลูกค้า
Wuling Starlight e-MPV มีศักยภาพที่จะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด MPV ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอทางเลือกที่หรูหรา แต่คาดว่าจะมาพร้อมกับราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย ซึ่งจะช่วยผลักดันให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้างขึ้น การเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจาก Wuling ที่ตอบโจทย์การเดินทางของทุกคนในครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
บทสรุป: อนาคตยานยนต์ไทยที่สดใส ณ Motor Expo 2025
มหกรรมยานยนต์ Motor Expo 2025 นี้ ไม่ใช่แค่เพียงงานแสดงรถยนต์ทั่วไป แต่เป็นปรากฏการณ์ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การที่ค่ายรถยนต์จำนวนมากเลือกที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของตลาด และความพร้อมของผู้ผลิตในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สู่ยุคของยานยนต์ที่สะอาด ประหยัดพลังงาน และมาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย
ไม่ว่าจะเป็น AVATR 07 ที่นำเสนอทางเลือก EREV อันชาญฉลาด, Geely EX2 รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ, GWM WEY G9 SUV ปลั๊กอินไฮบริดสุดหรู, Honda StepWGN e:HEV MPV อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว, MG IM5 สปอร์ตซีดานไฟฟ้าที่เร้าใจ, Mazda 6e การกลับมาของตำนานซีดานในรูปแบบไฟฟ้า, Nissan X-Trail e-POWER SUV 7 ที่นั่งพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้า, Porsche 911 Spirit 70 รุ่นพิเศษที่ผสมผสานความคลาสสิกกับความทันสมัย, Volvo XC60 ใหม่ SUV พรีเมียมที่เน้นความปลอดภัยและยั่งยืน, หรือ Wuling Starlight e-MPV รถตู้ไฟฟ้าสุดหรูที่เข้าถึงง่าย รถยนต์เหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทนของนวัตกรรมที่พร้อมจะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้กับคนไทย
สำหรับผู้บริโภค นี่คือโอกาสทองที่จะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีล่าสุด เปรียบเทียบสมรรถนะและฟังก์ชันการใช้งานของรถยนต์แต่ละรุ่น และตัดสินใจเลือกยานพาหนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการได้อย่างลงตัว อย่าลืมศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ลองขับทดสอบ และพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ราคาขายรถยนต์, โปรโมชั่นรถยนต์, การเงินรถยนต์, ค่าบำรุงรักษา, สถานีชาร์จรถไฟฟ้า, และบริการหลังการขาย เพื่อให้ได้รถยนต์ที่คุ้มค่าและสร้างความพึงพอใจสูงสุด
Motor Expo 2025 จะเป็นเครื่องยืนยันว่าตลาดยานยนต์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยโอกาส สำหรับผู้ที่กำลังมองหายานยนต์แห่งอนาคต ที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม งานนี้คือจุดเริ่มต้นที่คุณไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

