มินิ คันทรีแมน เอส ออลโฟร์ 2025: การผจญภัยครั้งใหม่บนเส้นทางที่คุ้นเคย ในรูปลักษณ์ที่ทันสมัยกว่าที่เคย
ในปี 2025 นี้ วงการยานยนต์ทั่วโลกต่างจับตามองการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรถยนต์แบรนด์ไอคอนิกอย่าง MINI ที่ไม่เพียงแต่ฉีกกรอบการออกแบบเดิมๆ แต่ยังคงหัวใจและจิตวิญญาณแห่งความสนุกสนานในการขับขี่ไว้ได้อย่างครบถ้วน การมาถึงของ มินิ คันทรีแมน เอส ออลโฟร์ (Mini Countryman S All4) รุ่นปี 2025 ทั้ง Classic และ Hightrim ที่ประกอบในประเทศ ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของ MINI ในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอรถยนต์พรีเมียมเอสยูวี (Premium SUV) ขนาดใหญ่ที่สุดของแบรนด์ ที่ไม่เพียงแต่เปี่ยมด้วยดีไซน์สุดล้ำ สมรรถนะอันทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้หลงใหลในเอกลักษณ์ของ MINI ได้เป็นเจ้าของง่ายยิ่งขึ้นกว่าที่เคย และนี่คือทุกสิ่งที่ท่านควรรู้เกี่ยวกับสมาชิกใหม่ล่าสุดจากตระกูล MINI ที่พร้อมจะพาคุณออกเดินทางสู่ประสบการณ์ใหม่ๆ ในทุกเส้นทาง
ก้าวใหม่ของ MINI สู่ยุคสมัยที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม
นับเป็นข่าวดีที่สร้างความตื่นเต้นอย่างมากสำหรับแฟนๆ MINI ในประเทศไทย เมื่อ MINI ประเทศไทยประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ Mini Countryman S All4 รุ่นประกอบในประเทศเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้รถยนต์คุณภาพระดับโลกคันนี้มีราคาที่น่าสนใจและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การตัดสินใจประกอบรถยนต์รุ่นนี้ในประเทศไทยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ MINI ในการทำตลาดในภูมิภาคนี้อย่างจริงจัง และเป็นการมอบทางเลือกที่คุ้มค่าแก่ผู้บริโภคที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ (Multipurpose Vehicle) ที่ผสมผสานระหว่างสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือชั้น และความหรูหราทันสมัยได้อย่างลงตัว
สำหรับ Mini Countryman S All4 2025 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยหลัก ได้แก่:
Mini Countryman S All4 Classic 2025: ราคา 2,599,000 บาท
Mini Countryman S All4 Hightrim 2025: ราคา 2,799,000 บาท
ราคาที่น่าดึงดูดใจนี้เปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของรถยนต์เอสยูวีพรีเมียม (Premium SUV) ที่ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานและการออกแบบที่เป็นเลิศ พร้อมทั้งยังคงรักษามาตรฐานความหรูหราและสมรรถนะในแบบฉบับของ MINI ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่น Classic หรือ Hightrim คุณก็จะได้รับประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างและน่าประทับใจในแบบของตัวเอง
ดีไซน์แห่งอนาคต: คงกลิ่นอายคลาสสิก ผสานความโมเดิร์นอย่างลงตัว
เมื่อแรกเห็น Mini Countryman S All4 2025 คุณจะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบที่ชัดเจน แต่ยังคงรักษา DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของ MINI ไว้อย่างมั่นคง ดีไซน์ภายนอกถูกปรับปรุงให้ดูสะอาดตาและทันสมัยยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการออกแบบที่เคยปรากฏใน Mini Countryman รุ่นพลังงานไฟฟ้าที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม โครงสร้างตัวรถโดยรวมยังคงความบึกบึน แข็งแกร่ง และพร้อมสำหรับการผจญภัยในทุกรูปแบบ แต่เส้นสายกลับดูนุ่มนวลและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น มอบภาพลักษณ์ของรถยนต์อเนกประสงค์ที่พร้อมลุย แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและมีระดับ
รายละเอียดที่โดดเด่นในดีไซน์ภายนอก ได้แก่:
ไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่: มาพร้อมระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam) ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่เวลากลางคืน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่ทันสมัยของ MINI ในยุคปัจจุบัน
กระจกมองข้างสีดำ: เพิ่มความสปอร์ตและความดุดันให้กับตัวรถอย่างลงตัว
ราวหลังคา: ไม่ได้มีเพียงแค่เพื่อความสวยงาม แต่ยังเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานสำหรับการบรรทุกสัมภาระเพิ่มเติม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางและการผจญภัย
ตัวเลือกสีใหม่ที่สะดุดตา: MINI นำเสนอ 6 สีภายนอกที่ช่วยขับเน้นดีไซน์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ได้แก่ สีน้ำเงิน Slate Blue, สีเขียว Smokey Green, สีน้ำเงิน Blazing Blue, สีขาว Nanuq White, สีเงิน Melting Silver และสีแดง Chili Red II โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สีน้ำเงิน Slate Blue ที่ตัดกับหลังคาสีดำ Jet Black สร้างความแตกต่างและความสง่างามได้อย่างน่าทึ่ง
ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างรุ่น Classic และ Hightrim อยู่ที่ขนาดและดีไซน์ของล้อ:
รุ่น Classic: มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ Asteroid Spoke ที่มอบความรู้สึกแข็งแกร่งและคลาสสิก
รุ่น Hightrim: ยกระดับความหรูหราด้วยล้ออัลลอยทูโทนขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์ Kaleido Spoke ที่เพิ่มความพรีเมียมและโฉบเฉี่ยวให้กับตัวรถ
Mini Countryman S All4 2025 จึงไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ MINI ในการผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมการออกแบบได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแต่มีสไตล์ และผู้ที่มองหารถยนต์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
ภายในที่สะท้อนรสนิยม: ความหรูหราล้ำสมัยและฟังก์ชันที่เหนือกว่า
เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสารของ Mini Countryman S All4 2025 คุณจะถูกต้อนรับด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานความล้ำสมัย ความหรูหรา และความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน หัวใจสำคัญของการออกแบบภายในใน MINI เจเนอเรชันนี้คือ หน้าจอ OLED ทรงกลมขนาดใหญ่ ที่อยู่บริเวณกึ่งกลางคอนโซล ซึ่งไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลและความบันเทิง แต่ยังเป็นประตูสู่ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมายผ่านระบบ MINI Connected ที่พัฒนาไปอีกขั้น หน้าจอขนาดใหญ่นี้มอบประสบการณ์การใช้งานที่ใช้งานง่าย แสดงผลคมชัด และเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
รายละเอียดภายในที่น่าสนใจในแต่ละรุ่นย่อย:
Mini Countryman S All4 Classic 2025:
แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็ยังคงความพรีเมียมและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน:
พวงมาลัยแบบสปอร์ต: มอบสัมผัสการควบคุมที่กระชับมือและแม่นยำ เหมาะกับบุคลิกของ MINI ที่เน้นความสนุกในการขับขี่
เบาะนั่งคนขับแบบ Active Seat: ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระและมอบความสบายสูงสุดในการเดินทางระยะไกล พร้อมปรับเปลี่ยนท่านั่งให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่
เบาะนั่งด้านหลังปรับได้: เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่ภายในห้องโดยสาร สามารถปรับพับเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ หรือปรับเอนเพื่อความสบายของผู้โดยสาร
แท่นชาร์จไร้สายสำหรับสมาร์ทโฟน: ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ช่วยให้การเชื่อมต่อและใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นไปอย่างราบรื่นตลอดการเดินทาง
วัสดุหุ้มเบาะ: เลือกใช้ผ้าและหนังเทียม Vescin สีดำตัดน้ำเงิน ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต ทันสมัย และดูแลรักษาง่าย
Mini Countryman S All4 Hightrim 2025:
สำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับความหรูหราและสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่า รุ่น Hightrim พร้อมมอบบรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง:
หลังคากระจกแบบพาโนรามา: เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญที่สุด ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่ง รับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ และมอบมุมมองที่กว้างไกลเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมภายนอก สร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจยิ่งขึ้น
เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตแบบ John Cooper Works (JCW): ไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังให้การรองรับสรีระที่ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการขับขี่ที่ต้องการความกระชับและมั่นคง มอบความรู้สึกเหมือนอยู่ในรถแข่ง
เพดานห้องโดยสารสีดำ Anthracite: สร้างบรรยากาศที่มาดขรึม สปอร์ต และหรูหรา ช่วยเสริมความรู้สึกพรีเมียมให้กับภายใน
ระบบเสียงเซอร์ราวด์จาก Harman Kardon: มอบประสบการณ์เสียงที่คมชัด นุ่มลึก และสมจริง เสมือนกำลังฟังคอนเสิร์ตส่วนตัวในทุกการเดินทาง
วัสดุหุ้มเบาะ: ใช้หนังเทียม Vescin ล้วนในโทนสีน้ำตาล Vintage Brown และดำ Dark Petrol ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา คลาสสิก และทันสมัยในเวลาเดียวกัน
การออกแบบภายในของ Mini Countryman S All4 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ แต่เป็นการสร้างสรรค์พื้นที่ที่สะท้อนรสนิยมและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความกว้างขวางของห้องโดยสารที่เพิ่มขึ้น ความใส่ใจในรายละเอียดของวัสดุที่เลือกใช้ หรือเทคโนโลยีที่ถูกผนวกรวมเข้ากับการออกแบบอย่างชาญฉลาด ทุกองค์ประกอบล้วนถูกคัดสรรมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่และการเดินทางที่เหนือระดับ
ขุมพลังที่เร้าใจ: สมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ MINI ยังคงเป็นที่รักและเป็นที่ยอมรับในเรื่องของ “Go-Kart Feeling” แม้จะอยู่ในรูปแบบของรถยนต์เอสยูวีขนาดใหญ่ ก็คือขุมพลังเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม Mini Countryman S All4 2025 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี TwinPower Turbo อันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW Group ซึ่งแฟนๆ MINI รู้จักและคุ้นเคยกันดีถึงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์บล็อกนี้
สมรรถนะอันทรงพลัง: เครื่องยนต์รุ่นนี้สามารถส่งกำลังสูงสุดถึง 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ในกลุ่มนี้
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALL4: กำลังทั้งหมดจะถูกส่งลงสู่ล้อทั้งสี่ผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALL4 ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มอบการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนทุกสภาพพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นถนนแห้ง ถนนเปียก หรือแม้แต่เส้นทางที่ท้าทายเล็กน้อย ระบบ ALL4 ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดีเยี่ยมและควบคุมได้อย่างแม่นยำ
อัตราเร่งและ Top Speed: ด้วยพละกำลังและระบบขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยม ทำให้ Mini Countryman S All4 สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 228 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความสามารถในการขับขี่ที่สนุกสนานและไม่เป็นรองใคร
ประสบการณ์ขับขี่ที่ MINI สร้างสรรค์: แม้จะเป็นรถยนต์เอสยูวีที่มีขนาดใหญ่กว่า MINI รุ่นอื่นๆ แต่ Mini Countryman S All4 ยังคงรักษาสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการขับขี่ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม พวงมาลัยที่ตอบสนองไว ช่วงล่างที่เซ็ตมาอย่างลงตัว และระบบเบรกที่มั่นใจได้ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่รวมกันเป็นประสบการณ์ขับขี่ในแบบฉบับของ MINI ที่หาใครเทียบได้ยาก
เครื่องยนต์ TwinPower Turbo ไม่เพียงแต่ให้พละกำลังที่มหาศาล แต่ยังคงประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้รับ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่องในทุกรอบเครื่องยนต์ มอบความสนุกและประสิทธิภาพในการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกๆ วัน
ความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน
MINI ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นอันดับแรกเสมอ Mini Countryman S All4 2025 จึงมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน เพื่อมอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง การเดินทางระยะไกล หรือการผจญภัยในเส้นทางที่แตกต่าง
ระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมาให้ทั้งรุ่น Classic และ Hightrim ได้แก่:
Dynamic Stability Control (DSC): ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ช่วยควบคุมรถให้มีเสถียรภาพและลดโอกาสการเสียการทรงตัวเมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วหรือเมื่อต้องหักหลบสิ่งกีดขวาง
Dynamic Brake Control (DBC): ระบบควบคุมการเบรกแบบไดนามิก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกให้ดียิ่งขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน
Park Distance Control (PDC): ระบบควบคุมระยะการจอด ช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยเซ็นเซอร์ที่คอยตรวจจับสิ่งกีดขวางรอบตัวรถ
ระบบแจ้งเตือนการชนหลังเกิดอุบัติเหตุ: เป็นฟังก์ชันสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน: เพื่อปกป้องผู้โดยสารจากการชนจากทุกทิศทาง
โครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง: ออกแบบมาเพื่อดูดซับแรงกระแทกจากการชน และปกป้องห้องโดยสารให้ปลอดภัยสูงสุด
ระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชันเบรก (Cruise Control with braking function): ช่วยให้การขับขี่ระยะทางไกลเป็นไปอย่างผ่อนคลายและปลอดภัย
นอกเหนือจากระบบที่กล่าวมาแล้ว Mini Countryman S All4 2025 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) อีกมากมายที่คาดว่าจะติดตั้งมาให้ เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานของรถยนต์พรีเมียมในปี 2025 เช่น ระบบเตือนการออกจากเลน (Lane Departure Warning), ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Front Collision Warning), ระบบตรวจจับจุดอับสายตา (Blind Spot Monitoring) และกล้องมองภาพรอบคัน (Surround View Camera) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่
MINI Connected: โลกแห่งการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ
MINI Connected เป็นมากกว่าแค่ระบบความบันเทิง แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคุณเข้ากับรถยนต์และโลกภายนอกได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยหน้าจอ OLED ทรงกลมที่เป็นศูนย์กลางของข้อมูล คุณสามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย:
ระบบนำทางอัจฉริยะ (Navigation System): แสดงผลข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ และแนะนำเส้นทางที่ดีที่สุด
บริการเชื่อมต่อระยะไกล (Remote Services): ช่วยให้คุณสามารถควบคุมฟังก์ชันบางอย่างของรถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน เช่น การล็อค/ปลดล็อครถ การค้นหาตำแหน่งรถ
การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA): ช่วยให้ระบบของรถยนต์ทันสมัยอยู่เสมอ โดยไม่จำเป็นต้องนำรถเข้าศูนย์บริการ
การเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto: ช่วยให้คุณสามารถใช้งานแอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนบนหน้าจอของรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบาย
ระบบ MINI Connected ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความบันเทิง แต่ยังช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับชีวิตดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและเพลิดเพลิน
สรุป: การผจญภัยครั้งใหม่เริ่มต้นที่นี่
Mini Countryman S All4 2025 ทั้งรุ่น Classic และ Hightrim คือบทพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ของ MINI ในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ผสมผสานระหว่างประเพณีและนวัตกรรมได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่เร้าใจ ภายในที่หรูหราทันสมัย และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน รถยนต์คันนี้ไม่เพียงแต่เป็นพาหนะ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การผจญภัยและการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน
การประกอบในประเทศยังทำให้ Mini Countryman S All4 2025 เข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มอบโอกาสให้ผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ MINI ได้ครอบครองรถยนต์เอสยูวีพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางที่มองหารถยนต์คู่ใจสำหรับการผจญภัย หรือคนเมืองที่ต้องการรถยนต์ที่โดดเด่นมีสไตล์ Mini Countryman S All4 พร้อมแล้วที่จะพาคุณออกไปสำรวจโลกกว้าง และสร้างสรรค์เรื่องราวใหม่ๆ ในทุกเส้นทาง
สำหรับลูกค้าที่สนใจและพร้อมที่จะเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ไปกับ Mini Countryman S All4 2025 สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ได้ที่ผู้จำหน่าย MINI อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ การเดินทางที่น่าตื่นเต้นรอคุณอยู่!

